โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สปสช. เตรียมโอนงบบัตรทอง 30 บาทให้ รพ.สังกัด สธ. กว่า 1.14 หมื่นล้าน ภายใน ก.พ.นี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

สปสช. เผยโอนงบบัตรทอง 30 บาทให้ รพ.สังกัด สธ. แล้วกว่า 1.14 หมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่อง รพ. ภายใน ก.พ. นี้เตรียมโอนเพิ่ม 1.4 หมื่นล้านบาท รวมโอนล่วงหน้ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถึงการจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ให้แก่หน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

บัตรทอง 30 บาท

ทั้งนี้ จากมติที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เห็นชอบมาตรการสำคัญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณสาธารณสุข โดยได้สั่งการให้ สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการโอนเงินงบประมาณล่วงหน้าให้แก่หน่วยบริการทั่วประเทศ

ที่ผ่านมา สปสช. ได้โอนเงินบัตรทอง 30 บาท ล่วงหน้าไปแล้วจำนวน 11,448 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่โรงพยาบาลสังกัด สธ. ทั่วประเทศ ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น ประกอบด้วยงบประมาณผู้ป่วยใน (IPD) ตามมติบอร์ด จำนวน 6,326.16 ล้านบาท รวมกับงบผู้ป่วยนอก (OPD) และงบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) อีกส่วนหนึ่ง

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการทำงานแบบไร้รอยต่อระหว่าง สธ. และ สปสช. เพื่อให้มั่นใจว่าโรงพยาบาลในสังกัด สธ. จะมีเงินหมุนเวียนเพียงพอ ประชาชนได้รับบริการอย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด

ส่วนอัตราจ่ายผู้ป่วยใน ยืนยันว่าอยู่ที่ 8,350 บาทต่อ AdjRW เมื่อหักเงินเดือนออกแล้วจะอยู่ที่ 3,505 บาท โดยในระยะต่อไปจะมีการพิจารณาความเหมาะสมของสัดส่วนงบประมาณที่สนับสนุนแก่หน่วยบริการ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการจริงมากที่สุด

พัฒนา พร้อมพัฒน์

สธ. และ สปสช. ทำงานเป็นทีมเดียวกัน เราจะดูแลรักษาระบบสาธารณสุขของไทยให้มีความต่อเนื่อง มั่นคง และไม่สะดุดในการให้การรักษาพยาบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

ขณะที่ นพ.จเด็จ กล่าวว่า ตัวเลขการโอนเงินดังกล่าวเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการฯ เรื่องการบริหารจัดการกองทุนฯ ปี 2569 ที่อนุญาตให้กันเงินได้ไม่เกิน 10% ของงบประมาณ ขณะนี้ สปสช. ได้โอนเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้หน่วยบริการสังกัด สป.สธ. ไปแล้วเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 ในหมวดเงินผู้ป่วยนอก (OP) /เงินสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค (PP) และเงินเติมตามหลักเกณฑ์ของ สป.สธ. ให้หน่วยบริการและ รพ.สต.ถ่ายโอน ให้ได้เงิน 75% ของรายรับปี 2569 รวมจำนวนเงิน 11,448 ล้านบาท

หลังจากนี้จะมีการโอนเพิ่มเติมอีกครั้งภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 14,477 ล้านบาท หลังจากที่ได้รับเงินจากสำนักงบประมาณ ซึ่งเงินที่จะโอนเพิ่มเติมประกอบด้วย 3 ส่วนดังนี้

1. เงินผู้ป่วยนอก (OP) เพิ่มเติมอีก 20%, เงินสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค (PP) เพิ่มเติมอีก 25% และเงินเติมตามหลักเกณฑ์ของ สป.สธ. ให้ครบ รวมจำนวนเงิน 8,839 ล้านบาท

2. เงินเติมระดับเขต จำนวน 3,000 ล้านบาท

3. เงินสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคสำหรับประชากรที่ไม่ใช้สิทธิบัตรทอง (PP Non UC) จำนวน 2,638 ล้านบาท

นพ.จเด็จ ยังได้ชี้แจงประเด็นที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องอัตราการจ่ายชดเชยค่าบริการผู้ป่วยใน (IPD) ที่มีข่าวลือว่าจะลดลงเหลือ 3,505 บาทนั้น ไม่เป็นความจริง อัตราการจ่ายยังคงยึดหลักการเดิมที่ 8,350 บาท/AdjRW เท่าเทียมกันทุกสังกัด แต่ตัวเลข 3,505.14 บาท ที่ปรากฏนั้น คือตัวเลข 'สุทธิ' สำหรับหน่วยบริการสังกัด สป.สธ. หลังจากที่มีการหักเงินเดือนบุคลากรภาครัฐและกันเงินระดับประเทศออกไปแล้วเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

เงินส่วนที่กันไว้นี้ คือเงินจำนวน 6,326.16 ล้านบาท ที่บอร์ด สปสช. อนุมัติให้นำกลับมาเติมและจัดสรรลงไปให้หน่วยบริการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงพยาบาลที่มีข้าราชการมากและน้อย ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ยังคงหมุนเวียนเพื่อดูแลหน่วยบริการและประชาชนเช่นเดิม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...