โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โชว์ห้าว! นร. หญิง ยกพวกลากคู่กรณีเข้าห้องน้ำวัด ออกตัวตบแทนเพื่อน

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2567 เวลา 06.03 น. • Bright Today

นักเรียนหญิง ยกพวกลากคู่กรณี เข้าห้องน้ำในวัด พร้อมออกตัวตบแทนเพื่อน เหตุทะเลาะกันในเฟซบุ๊ก แม่เหยื่อยันไม่ยอมความเอาเรื่องถึงที่สุด

เป็นเรื่อง และค่านิยมแบบผิด ๆ ที่แก้ไขไม่ได้สักที ไม่ว่าจะผ่านมากี่สิบปี ก็ยังมีเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาท ยกพวกรุมตบในโรงเรียน ซึ่งการกระทำแบบนี้นั้นมีความผิดหลายข้อหา ทั้งทางวินัยของโรงเรียน และทางกฎหมาย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเหตุการณ์ อายุของผู้กระทำผิด และผลกระทบที่เกิดขึ้น โรงเรียนสามารถลงโทษได้หลากหลายวิธี ตั้งแต่การตักเตือน พักการเรียน ให้ออกจากโรงเรียน หรือแม้กระทั่งการไม่รับเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเดียวกัน ขึ้นอยู่กับนโยบายของโรงเรียนและความร้ายแรงของเหตุการณ์

ในทางกฎหมาย การทำร้ายร่าย หากการทะเลาะวิวาทนั้นมีการทำร้ายร่างกายผู้อื่น ผู้กระทำผิดอาจมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการทำร้ายร่างกาย บาดแผลที่เกิดขึ้น และเจตนาของผู้กระทำผิด ร่วมกันทำร้ายร่างกาย หากมีการยกพวกเข้าร่วมทำร้ายร่างกาย ผู้กระทำผิดทุกคนจะมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย ซึ่งโทษจะหนักกว่าการทำร้ายร่างกายคนเดียว พกพาอาวุธ หากมีการใช้หรือพกพาอาวุธในการทะเลาะวิวาท ผู้กระทำผิดอาจมีความผิดฐานพกพาอาวุธ ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับ และอาจมีความผิดอื่น ๆ เช่น การข่มขู่ คุกคาม หรือการกระทำความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

ซึ่งบทลงโทษจะขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของเหตุการณ์ อายุของผู้กระทำผิด และดุลพินิจของศาลหรือคณะกรรมการวินัยของโรงเรียน อาจมีทั้งโทษทางวินัย เช่น การตักเตือน พักการเรียน ให้ออกจากโรงเรียน โทษทางอาญา เช่น การจำคุก การปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ การบำบัดรักษา อาจมีการส่งตัวผู้กระทำผิดไปเข้ารับการบำบัดรักษาทางจิตวิทยา เพื่อแก้ไขพฤติกรรม

วันนี้ 4 ธันวาคม 2567 เฟซบุ๊กเพจดังอย่าง อีซ้อขยี้ข่าว : อีซ้อ ได้โพสต์เหตุการของกลุ่มนักเรียนหญิงโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ถ่ายภาพขณะ รุมทำร้ายนักดรียนหญิง 1 คนในห้องน้ำ ซึ่งคนที่มีเรื่องกันคือคนที่ถือกล้องถ่าย ส่วนมือตบเป็นเพื่อนที่ออกหน้าตบแทนเพื่อน โดยระบุข้อความว่า “ลูกฉันเป็นเด็กดี..แม่ของเด็กคนที่ไปหาเรื่องน้องผู้เสียหายเข้ามาโวยวายที่โรงเรียนบอกว่า “ลูกตัวเองไม่ผิด ลูกเป็นเด็กดีและว่านอนสอนง่าย” วันนี้จะไปแจ้งความเอาผิดกับผู้ปกครองของน้องผู้เสียหายที่ทำให้ลูกเค้าต้องอับอายและถูกคนมองไม่ดี หนำซ้ำทางแม่ของน้องที่ถูกตบยังเข้าไปกดโกรธในเฟสของลูกเค้าเหมือนเป็นการไประรานเด็ก… ส่วนปัญหาเริ่มจากการทะเลาะกันในเฟส จึงพาเพื่อนมาดักรอหน้าโรงเรียนก่อนจะลากน้องไปในห้องน้ำของวัด พุทธบูชา กทม.

นักเรียนตบกัน-min

ล่าสุดจากสอบถาม นางสาวอรอนค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี แม่ของเด็กหญิงเหยือมือตบ กล่าวว่า สำหรับมูลเหตุในครั้งนี้ มาจาก นักเรียนหญิงคนที่ก่อเหตุ เคยมีเรื่องขัดแย้งทางโซเชียลมีเดียกับเพื่อนของลูกสาวตนเอง โดยไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แต่ทราบว่า เรื่องจบไปแล้ว จนกระทั่งมาเกิดเหตุนี้ขึ้น

นักเรียนตบกัน 3

โดยขณะนี้ ลูกสาวยังมีร่องรอยฟกช้ำบางส่วน และส่วนตัวรู้สึกกังวลกับความปลอดภัยของลูก เนื่องจากทราบว่า คู่กรณีมีอายุมากถึง 15 ปี อีกทั้ง มีรุ่นพี่คอยอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งครอบครัว เป็นผู้มีชื่อเสียงในพื้นที่ และที่ผ่านมา คู่กรณีมีพฤติกรรมลักษณะนี้บ่อยครั้งจากโรงเรียนอื่น ก่อนมาเรียนซ้ำชั้นเดียวกับลูกสาว จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ซ้ำยังโดน ทำร้ายร่างกายในห้องน้ำ และถูกถ่ายคลิปประจานในกลุ่มโรงเรียน ย่านพุทธบูชา เกรงลูกไม่ปลอดภัย เนื่องจาก คู่กรณีมีพฤติกรรมเดิมซ้ำ ๆ และครอบครัวเป็นผู้มีชื่อเสียงในพื้นที่อีกด้วย

นักเรียนตบกัน 2

ทั้งนี้ เบื้องต้น ได้มีการเข้าแจ้งความแล้ว ที่สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ และทางโรงเรียนได้นัดเจรจาในเวลา 14.00 น. วันนี้ การทะเลาะวิวาทและการทำร้ายร่างกายเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นในโรงเรียนหรือที่ใดก็ตาม ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และอาจได้รับโทษทั้งทางวินัยและทางกฎหมาย หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ควรแจ้งให้ผู้ใหญ่หรือครูอาจารย์ทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...