คิดเห็นแชร์ : เด็ก Gen Beta กับการเกิดมาในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง
คิดเห็นแชร์ : เด็ก Gen Beta กับการเกิดมาในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง
บทความเปิดศักราช พ.ศ.2568 หรือ ค.ศ.2025 นี้ ผมจะขอมาเล่าเรื่องคนรุ่นใหม่ที่มีบทความจากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศเริ่มเขียนถึงมากมาย ดังนี้ครับ
1 มกราคม 2568 นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนเข้าสู่ศักราชใหม่แล้ว ยังถือเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การเปลี่ยนเข้าสู่ยุคของเด็ก Generation Beta (เจน-เบต้า) หรือยุคของเด็กที่จะเกิดมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งของโลกและการดำรงอยู่ในยุคสมัยแห่ง AI อย่างสมบูรณ์
Gen Beta คือ เด็กที่เกิดในช่วงปี พ.ศ.2568 (2025)-2582 (2039) เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นหลังยุคโควิด-19 และเติบโตท่ามกลางเทคโนโลยีขั้นสูงในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วย AI VR และหุ่นยนต์ ทั้งยังเป็นกลุ่มคนที่จะต้องเผชิญกับปัญหามากมายตั้งแต่วิถีชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ช่องว่างระหว่างวัย การเพิ่มขึ้นของประชากรและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ไปจนถึงความท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม
ประชากรใน Gen Beta จะได้รับการเลี้ยงดูจากคนรุ่น Gen Y หรือ Millennials (พ.ศ.2523-2539) ที่เริ่มเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ Gen Z (พ.ศ.2540-2552) ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและความหลากหลายทางวัฒนธรรม และจะเติบโตควบคู่กับคน Gen Alpha (พ.ศ.2553-2567) ที่มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีและเรียนรู้ไว คาดการณ์ว่าภายในปี 2578 คน Gen Beta จะมีจำนวนประชากรคิดเป็นร้อยละ 16 ของประชากรโลก นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตเป็นอย่างมาก
บริษัท McCrindle บริษัทวิจัยด้านสังคมศาสตร์ในออสเตรเลีย (https://mccrindle.com.au/) ให้คำจำกัดความต่อกลุ่มคนที่เกิดใน Gen Beta ว่า “พวกเขาจะเกิดมาในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง” และมีลักษณะดังนี้
1.เชื่อมโยง Online และ Offline เป็นหนึ่งเดียว
แม้ Gen Beta จะเกิดมาในโลกที่ Online และ Offline ถูกแบ่งแยกออกจากกัน แต่โลกของคนรุ่นนี้ จะเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อจากการพัฒนาระบบดิจิทัลที่ครบวงจร ตั้งแต่การเรียนรู้ การทำงาน ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน
2.AI คือส่วนหนึ่งของชีวิต และ AI คือโลกแห่งอนาคต
Gen Beta จะเกิดมาในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) ถูกพัฒนาขั้นสูงและรายล้อมอยู่รอบตัว ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ส่งผลต่อการกำหนดรูปแบบการใช้ชีวิตและจะผสานกับชีวิตอย่างสมบูรณ์
3.สนใจสิ่งแวดล้อม
เนื่องจากคนใน Gen ก่อนหน้า โดยเฉพาะคน Gen Y และ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากประสบกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่แปรปรวนและการเปลี่ยนผ่านจากภาวะโลกร้อนสู่ภาวะโลกเดือด ซึ่งเป็นปัญหากับการดำรงชีวิตของผู้คนไปทั่วโลก ทำให้คนที่จะเกิดใน Gen Beta หันมาสนใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและจะตระหนักมากกว่า Gen ก่อนหน้า
4.สังคมต้องมีความเท่าเทียม
Gen Beta จะเติบโตท่ามกลางสังคมที่ยอมรับความแตกต่างและโอบกอดความหลากหลาย เช่น เชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว เพศ หรือความเชื่อต่างๆ ซึ่งจะทำให้คนรุ่นนี้ มีความตระหนักเรื่องความเท่าเทียม และเคารพความเสมอภาคและความยุติธรรม
5.ตระหนักถึงภัยออนไลน์ และยึดความปลอดภัยเป็นหลัก
ในยุคปัจจุบัน ภัยในโลกออนไลน์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากและมีผู้คนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ ซึ่งคน Gen Beta จะเกิดและเติบโตท่ามกลางภัยเหล่านั้นและเติบโตมาด้วยการระวังภัยคุกคามที่เกิดจากการเข้าถึงโลกออนไลน์มากขึ้น ทั้งยังเป็นกลุ่มคนที่จะเน้นความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากการปลูกฝังและสั่งสอนจากคนรุ่นก่อนหน้า
ทั้งนี้ อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ประชากรใน Gen Beta ที่เกิดในปี 2568 จะมีโอกาสมีอายุเฉลี่ยยืนถึง 76 ปี ในปี 2644 หรือ ค.ศ.2101 อันเป็นการก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 22 ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในรุ่นก่อนหน้านี้ทั้งหมดอาจจะมีอายุยืนไม่ถึง
การคาดการณ์ลักษณะของคน Gen Beta ในข้างต้น จะเห็นได้ว่าประเด็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน บทบาทของ AI ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียมทางสังคม ตลอดจนภัยคุกคามจากโลกออนไลน์ เป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันกำลังประสบและจำเป็นต้องตระหนักรู้ รวมถึงเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตไม่ต่างไปจากคน Gen Beta ทั้งยังเป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ ดังนั้นแล้ว สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันควรให้ความสำคัญเพื่อที่จะปูทางให้คน Gen Beta หรือ Gen อื่นๆ ในอนาคตสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงปลอดภัย
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาของเทคโนโลยีซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันและอนาคต จึงมีการส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีให้กับประชาชนเรื่อยมา
อย่างในปี 2567 ต่อเนื่องสู่ปี 2568 OKMD ได้จัดโครงการ “มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI” เพื่อพัฒนาระบบการเรียนรู้สาธารณะรูปแบบใหม่ในโลกดิจิทัล สนับสนุนการจัดระบบการเรียนรู้ออนไลน์และการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ผ่าน AI สร้างสรรค์องค์ความรู้และเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชนผ่านต้นแบบการเรียนรู้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในโลกเสมือนจริง เพื่อให้กระตุ้นการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกที่ทุกเวลา และเพื่อบูรณาการและขยายขอบเขตในการเข้าถึงคอนเทนต์ สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ ในโลกดิจิทัลให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับลักษณะของคน Gen Beta ที่จะเติบโตมาท่ามกลางเทคโนโลยีมากมาย โครงการนี้จึงนับเป็นโครงการที่จะส่งเสริมให้คนในรุ่นปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยี AI และเรียนรู้ผ่าน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพในโลกที่การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะเป็นโครงการที่สร้างพื้นฐานการเรียนรู้ในโลก AI ให้กับคน Gen Beta
ที่กำลังจะเป็นประชากรกลุ่มใหม่และเป็นความหวังใหม่แห่งการอยู่รอดแบบยั่งยืนของโลกเรา ครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คิดเห็นแชร์ : เด็ก Gen Beta กับการเกิดมาในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th