โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คิดเห็นแชร์ : เด็ก Gen Beta กับการเกิดมาในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ม.ค. 2568 เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2568 เวลา 05.29 น.

คิดเห็นแชร์ : เด็ก Gen Beta กับการเกิดมาในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง

บทความเปิดศักราช พ.ศ.2568 หรือ ค.ศ.2025 นี้ ผมจะขอมาเล่าเรื่องคนรุ่นใหม่ที่มีบทความจากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศเริ่มเขียนถึงมากมาย ดังนี้ครับ

1 มกราคม 2568 นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนเข้าสู่ศักราชใหม่แล้ว ยังถือเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การเปลี่ยนเข้าสู่ยุคของเด็ก Generation Beta (เจน-เบต้า) หรือยุคของเด็กที่จะเกิดมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งของโลกและการดำรงอยู่ในยุคสมัยแห่ง AI อย่างสมบูรณ์

Gen Beta คือ เด็กที่เกิดในช่วงปี พ.ศ.2568 (2025)-2582 (2039) เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นหลังยุคโควิด-19 และเติบโตท่ามกลางเทคโนโลยีขั้นสูงในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วย AI VR และหุ่นยนต์ ทั้งยังเป็นกลุ่มคนที่จะต้องเผชิญกับปัญหามากมายตั้งแต่วิถีชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ช่องว่างระหว่างวัย การเพิ่มขึ้นของประชากรและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ไปจนถึงความท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม

ประชากรใน Gen Beta จะได้รับการเลี้ยงดูจากคนรุ่น Gen Y หรือ Millennials (พ.ศ.2523-2539) ที่เริ่มเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ Gen Z (พ.ศ.2540-2552) ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและความหลากหลายทางวัฒนธรรม และจะเติบโตควบคู่กับคน Gen Alpha (พ.ศ.2553-2567) ที่มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีและเรียนรู้ไว คาดการณ์ว่าภายในปี 2578 คน Gen Beta จะมีจำนวนประชากรคิดเป็นร้อยละ 16 ของประชากรโลก นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตเป็นอย่างมาก

บริษัท McCrindle บริษัทวิจัยด้านสังคมศาสตร์ในออสเตรเลีย (https://mccrindle.com.au/) ให้คำจำกัดความต่อกลุ่มคนที่เกิดใน Gen Beta ว่า “พวกเขาจะเกิดมาในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง” และมีลักษณะดังนี้

1.เชื่อมโยง Online และ Offline เป็นหนึ่งเดียว

แม้ Gen Beta จะเกิดมาในโลกที่ Online และ Offline ถูกแบ่งแยกออกจากกัน แต่โลกของคนรุ่นนี้ จะเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อจากการพัฒนาระบบดิจิทัลที่ครบวงจร ตั้งแต่การเรียนรู้ การทำงาน ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน

2.AI คือส่วนหนึ่งของชีวิต และ AI คือโลกแห่งอนาคต

Gen Beta จะเกิดมาในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) ถูกพัฒนาขั้นสูงและรายล้อมอยู่รอบตัว ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ส่งผลต่อการกำหนดรูปแบบการใช้ชีวิตและจะผสานกับชีวิตอย่างสมบูรณ์

3.สนใจสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากคนใน Gen ก่อนหน้า โดยเฉพาะคน Gen Y และ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากประสบกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่แปรปรวนและการเปลี่ยนผ่านจากภาวะโลกร้อนสู่ภาวะโลกเดือด ซึ่งเป็นปัญหากับการดำรงชีวิตของผู้คนไปทั่วโลก ทำให้คนที่จะเกิดใน Gen Beta หันมาสนใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและจะตระหนักมากกว่า Gen ก่อนหน้า

4.สังคมต้องมีความเท่าเทียม

Gen Beta จะเติบโตท่ามกลางสังคมที่ยอมรับความแตกต่างและโอบกอดความหลากหลาย เช่น เชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว เพศ หรือความเชื่อต่างๆ ซึ่งจะทำให้คนรุ่นนี้ มีความตระหนักเรื่องความเท่าเทียม และเคารพความเสมอภาคและความยุติธรรม

5.ตระหนักถึงภัยออนไลน์ และยึดความปลอดภัยเป็นหลัก

ในยุคปัจจุบัน ภัยในโลกออนไลน์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากและมีผู้คนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ ซึ่งคน Gen Beta จะเกิดและเติบโตท่ามกลางภัยเหล่านั้นและเติบโตมาด้วยการระวังภัยคุกคามที่เกิดจากการเข้าถึงโลกออนไลน์มากขึ้น ทั้งยังเป็นกลุ่มคนที่จะเน้นความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากการปลูกฝังและสั่งสอนจากคนรุ่นก่อนหน้า

ทั้งนี้ อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ประชากรใน Gen Beta ที่เกิดในปี 2568 จะมีโอกาสมีอายุเฉลี่ยยืนถึง 76 ปี ในปี 2644 หรือ ค.ศ.2101 อันเป็นการก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 22 ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในรุ่นก่อนหน้านี้ทั้งหมดอาจจะมีอายุยืนไม่ถึง

การคาดการณ์ลักษณะของคน Gen Beta ในข้างต้น จะเห็นได้ว่าประเด็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน บทบาทของ AI ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียมทางสังคม ตลอดจนภัยคุกคามจากโลกออนไลน์ เป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันกำลังประสบและจำเป็นต้องตระหนักรู้ รวมถึงเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตไม่ต่างไปจากคน Gen Beta ทั้งยังเป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ ดังนั้นแล้ว สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันควรให้ความสำคัญเพื่อที่จะปูทางให้คน Gen Beta หรือ Gen อื่นๆ ในอนาคตสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาของเทคโนโลยีซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันและอนาคต จึงมีการส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีให้กับประชาชนเรื่อยมา

อย่างในปี 2567 ต่อเนื่องสู่ปี 2568 OKMD ได้จัดโครงการ “มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI” เพื่อพัฒนาระบบการเรียนรู้สาธารณะรูปแบบใหม่ในโลกดิจิทัล สนับสนุนการจัดระบบการเรียนรู้ออนไลน์และการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ผ่าน AI สร้างสรรค์องค์ความรู้และเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชนผ่านต้นแบบการเรียนรู้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในโลกเสมือนจริง เพื่อให้กระตุ้นการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกที่ทุกเวลา และเพื่อบูรณาการและขยายขอบเขตในการเข้าถึงคอนเทนต์ สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ ในโลกดิจิทัลให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สอดคล้องกับลักษณะของคน Gen Beta ที่จะเติบโตมาท่ามกลางเทคโนโลยีมากมาย โครงการนี้จึงนับเป็นโครงการที่จะส่งเสริมให้คนในรุ่นปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยี AI และเรียนรู้ผ่าน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพในโลกที่การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะเป็นโครงการที่สร้างพื้นฐานการเรียนรู้ในโลก AI ให้กับคน Gen Beta

ที่กำลังจะเป็นประชากรกลุ่มใหม่และเป็นความหวังใหม่แห่งการอยู่รอดแบบยั่งยืนของโลกเรา ครับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คิดเห็นแชร์ : เด็ก Gen Beta กับการเกิดมาในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...