โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Mark Zuckerberg เผย Meta จะทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อน AI ให้อยู่หัวแถว

BT Beartai

อัพเดต 25 ม.ค. 2568 เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2568 เวลา 05.45 น.
Mark Zuckerberg เผย Meta จะทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อน AI ให้อยู่หัวแถว

วันศุกร์ที่ผ่านมา มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของ Meta ได้โพสต์บน Facebook เผยว่าบริษัทมีเป้าหมายด้าน AI ในปี 2025 ด้วยการขับเคลื่อนให้โมเดลเอไอของบริษัทอยู่แถวระดับแถวหน้าสำหรับให้บริการผู้ใช้มากกว่า 1,000 ล้านคน ซึ่งบริษัทพร้อมจะทุ่มเงิน 60,000 – 65,000 ล้านเหรียญ (2.00 – 2.18 ล้านล้านบาท) ในโครงสร้างพื้นฐานเอไอ เพื่อต้องการขยายสู่ความเป็นผู้นําด้านเทคโนโลยีของอเมริกัน

ซักเคอร์เบิร์กต้องการให้ Llama 4 โมเดลเอไอที่สามารถให้เหตุผลและการโต้ตอบด้วยเสียง กลายเป็นผู้นำในบรรดาเหล่าโมเดลเอไอ โดยบริษัทจะสร้างทีมวิศวกรเอไอเข้ามาเขียนโค้ดและวิจัยพัฒนา และจะเพิ่มกำลังในการประมวลผลโดยการสร้างดาตาเซนเตอร์ขนาก 2 จิกะวัตต์ ที่มีขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแมนฮัตตัน ด้วยการประมวลผลประมาณ 1 จิกะวัตต์ ในปี 2025 ซึ่งปลายปีนี้บริษัทจะอัด GPU มากกว่า 1,300,000 ชิ้น

ซักเคอร์เบิร์กย้ำว่าปี 2025 ทีมเอไอของบริษัทจะเติบโตอย่างโดดเด่น และจะทุ่มงบลงทุนในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งชี้ว่าหลายปีที่ผ่านมาเอไอได้ช่วยขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์และธุรกิจหลักของบริษัท ดังนั้นบริษัทจึงต้องการจะสร้างนวัตกรรมแบบพลิกประวัติศาสตร์ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม Meta ยังคงมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการโฆษณาดิจิทัล แม้ว่าล่าสุด Reality Labs หน่วยงานผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ VR และ AR จะทำยอดขายได้เกิน 1,000 ล้านเหรียญ (33,580 ล้านบาท) แต่การดำเนินงานยังคงขาดทุนถึง 4,650 ล้านเหรียญ (156,147 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีต่างมีจุดขายด้วยฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ดังนั้นบริษัทบิ๊กเทคต่างต้องการไปยืนอยู่หัวแถวโดยพยายามแข่งขันพัฒนาโมเดลเอไอ และต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการสร้างดาตาเซนเตอร์และซื้อชิปเร่งการประมวลผล ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา Meta ได้ทุ่มเงินลงทุนไปแล้วหลายพันล้านเหรียญ (หลานแสนล้านบาท) และซักเคอร์เบิร์กเคยบอกกับนักลงทุนว่าต้องใช้เวลาสักระยะที่จะได้รับผลประโยชน์หรือเงินคืนกลับมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...