โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

FETCO คาดปี 68 เศรษฐกิจไทยโตเกิน 3% จาก 3 ปัจจัยหนุน ดันเป้า SET พุ่งแตะ 1,614 จุด

efinanceThai

เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 07.50 น.

FETCO คาดปี 68 เศรษฐกิจไทยโตเกิน 3% จาก 3 ปัจจัยหนุน ดันเป้า SET พุ่งแตะ 1,614 จุด

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 ธ.ค. 67 14:50 น.

FETCO คาดปี 68 เศรษฐกิจไทยโตเกิน 3% รับดอกเบี้ยขาลง - ท่องเที่ยวเด่น - ต่างชาติขนเงินลงทุนไทยมากขึ้น แต่ยังจับตา วิกฤตอสังหาฯจีน-ภาษีทรัมป์-สงคราม เป็นปัจจัยเสี่ยง ฉุดภาวะการลงทุนผันผวน พร้อมมองเป้า SET ปีหน้าแตะระดับ 1,614 จุด

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่าประเมินว่าปี 68 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเกินระดับ 3% ได้อย่างแน่นอน โดยมีปัจจัยสนับสนุน 3 เรื่อง ได้แก่

1.สภาวะของเศรษฐกิจโลกที่มีการฟื้นตัวและมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 1 ปึถึงปีครึ่ง ซึ่งจะช่วยการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกให้เติบโตดีขึ้น

2.คือการท่องเที่ยวในประเทศที่คาดว่าจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจจากการกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งในส่วนของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยวให้สดใส โดยคาดว่าปีหน้าการท่องเที่ยวไทยจะบูมเป็นพิเศษ

3.การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และดาต้า เซ็นเตอร์ที่เกือบทุกบริษัทสนใจมาสร้างฐานการลงทุนในประเทศไทย นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับอานิสงส์จากกลุ่มประเทศอาเซียนที่กำลังเป็นเป้าหมายการลงทุนของบริษัทอื่นๆในโลกอีกด้วย

ด้านปัจจัยเสี่ยงในปีหน้ามีประมาณ 2-3 เรื่อง ได้แก่

1.ปัญหาวิกฤตภาคอสังหาฯของประเทศจีนที่คาดว่าจะยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะเขาอาจต้องแก้ไขปัญหาหนี้เสียให้หมดลงเสียก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นปีและอาจทำให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวได้ไม่ดีตามที่คาดไว้

2.นโยบายการเก็บภาษีนำเข้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดสงครามการค้าหรือการตอบโต้ทางการค้า และทำให้การค้าทั่วโลกวุ่นวายและปั่นป่วนมากขึ้น

3.ความเสี่ยงเรื่องสงครามที่แท้จริง ซึ่งก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์จะเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสงครามอาจร้อนแรงขึ้นทั้งความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน,ภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงจีนและไต้หวัน

ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) ในปีหน้า มองว่าระยะยาวดัชนีฯจะปรับตัวขึ้นได้มากกว่านี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์เป้าหมายดัชนี SET ปี 68 ไว้ที่ระดับ 1,614 จุด จากสิ้นปีนี้ที่คาดอยู่ระดับ 1,494 จุด โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่จะโตดีกว่าปีนี้และหนุนให้กำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงกระแสการลงทุนที่มีแนวโน้มโยกย้ายเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าบจ.ไทยมีโอกาสที่จะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวค่อนข้างสูง

ส่วนแนวโน้มฟันด์โฟลว์ต่างชาตินั้น มองว่าปัจจุบันสภาพคล่องในโลกมีค่อนข้างมาก สุดท้ายก็ต้องหาแหล่งลงทุนอยู่ดี ซึ่งเชื่อว่าหลังมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆออกมาความเชื่อมั่นผู้ลงทุนก็จะกลับมา รวมถึงกระแสด้าน ESG ก็จะช่วยการลงทุนเพิ่มมากขึ้น

นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กล่าวว่ามองตลาดหุ้นไทยปี 68 ในฐานะผู้จัดการกองทุนคาดว่าเม็ดเงินจะเข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่ม ESG ค่อนข้างมาก และการปรับลดลงของดอกเบี้ยยังเป็นแรงหนุนต่อการลงทุนในตราสารหนี้อยู่ ส่วนในตลาดหุ้นก็ยังโฟกัสไปในกลุ่ม ESG จึงมองว่าทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนในปีหน้าน่าจะไปต่อได้ แต่อาจต้องคัดเลือกเป็นรายตัวมากขึ้น

ส่วนด้านเม็ดเงินของกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) คาดว่าในช่วงสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 28,000-30,000 ล้านบาทได้ จากปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท หลังจากคาดหวังในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้น่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาเพิ่มเติมอีกราว 5,000-8,000 ล้านบาท

รายงาน โดย ปริวัฒน์ หินพลอย เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...