โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เกินต้าน! ญี่ปุ่นขึ้นทะเบียน GI “สับปะรดห้วยมุ่น” ผลไม้ชนิดแรกของไทย

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 21 พ.ย. 2567 เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2567 เวลา 05.16 น. • Bright Today

โกอินเตอร์! สับปะรดห้วยมุ่น ผลไม้ไทยชนิดแรก ที่ประเทศญี่ปุ่น ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ยัน เนื้อฉ่ำหวานอร่อยถูกใจสุด ๆ

ประเทศไทยนั้นขึ้นชื่อเรื่องผลไม้ที่มีให้กินหลากหลายชนิดตามฤดูกาล มีผลไม้หลายอย่างที่ครองใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยฤดูของมันกันเป็นอย่างมาก รวมไปถึง มะม่วง โดยเฉพาะเมื่อนำมาทำเป็นเมนูของหวานอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วงแล้วนั้น เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชิมแล้วต่างพากันยกนิ้วให้ว่านี่แหละของดีของประเทศไทยที่มาแล้วต้องกินจริง ๆ นอกจากนั้นยังมี มังคุด มะพร้าว ที่ไม่ว่าจะกินเนื้อ หรือน้ำ ก็อร่อยจนต้องขอเพิ่ม

ล่าสุด นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือกับ นายโยอิจิ วาตานาเบะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น พร้อมรับมอบประกาศขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) “สับปะรดห้วยมุ่น” ผลไม้ไทยรายการแรกที่ได้รับ GI ในญี่ปุ่น และได้เยี่ยมชมตลาดค้าส่งสินค้า ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “เป็นที่น่ายินดีที่ญี่ปุ่นประกาศรับขึ้นทะเบียน GI สับปะรดห้วยมุนเป็นตัวที่ 3 ต่อจากกาแฟดอยช้าง และกาแฟดอยตุง ภายใต้ความร่วมมือแลกเปลี่ยน การขึ้นทะเบียน GI 3 + 3 ซึ่งเป็นเครื่องการันตีคุณภาพของสินค้าดังกล่าวได้เป็นอย่างดีด้วย สับปะรดห้วยมุ่น เป็นสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่มีชื่อเสียง มีจุดเด่นในเรื่องของเนื้อสีน้ำผึ้งหนานุ่ม รสชาติหวานหอม และยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้สับปะรดห้วยมุ่นเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคญี่ปุ่น และเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออก โดยไทยมีผู้ประกอบการกว่า 850 ราย มีกำลังการผลิตกว่า 180,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าการตลาดรวมกว่า 1,200 ล้านบาท จึงได้มอบหมายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งเดินหน้าสานต่อความร่วมมือในระยะที่ 2 เพื่อขยายตลาด GI ไทย ในญี่ปุ่นพร้อมทั้งได้หารือกับทางญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาระบบการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ร่วมกันต่อไป”

top-view-delicious-pineapple-still-life-min

ซึ่งผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานสับปะรดสดที่มีรสชาติหวานฉ่ำ มีปริมาณการบริโภคของคนในประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 180,000 ตัน รวมถึงสินค้าสับปะรดแปรรูป เช่น น้ำสับปะรด สับปะรดกระป๋อง และสับปะรดอบแห้ง แต่เนื่องจากสภาพภูมิอากาศในประเทศญี่ปุ่นไม่เหมาะกับการปลูกสับปะรด จึงมีการนำเข้าจากประเทศต่าง ๆ จำนวนมาก โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าสำคัญที่ส่งออกสับปะรดมากเป็นอันดับ 4 รองจากฟิลิปปินส์ คอสตาริกา และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ มีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA) ที่ใช้เจรจาสิทธิประโยชน์ทางการค้าเพิ่มเติมให้กับสินค้าเกษตรรวมถึงสับปะรดจากไทย ในการลดภาษีนำเข้า เพื่อเพิ่มความได้เปรียบให้กับการส่งออกสับปะรดของประเทศได้

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indication) คืออะไร

เป็นสิ่งที่สามารถระบุได้ว่าลักษณะพิเศษที่เป็นรากฐานของคุณภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถเจาะจงแหล่งทำการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่าย ซึ่งเจาะจงจากชื่อของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเกษตร ป่าไม้และประมง, ผลิตภัณฑ์อาหารและอื่นๆ ซึ่งคุณลักษณะพิเศษดังกล่าวนั้นมีความเชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์นั้นๆ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากการจดทะเบียนขึ้นเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นั้น สามารถติดเครื่องหมายจดทะเบียน (เครื่องหมาย GI) ร่วมกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้

ระบบการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) คืออะไร

ในเขตพื้นที่นั้นมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงอยู่มากมาย ซึ่งก็เนื่องมาจากความมีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ทำการผลิตที่เอื้ออำนวยเช่นกรรมวิธีการผลิตที่พิเศษสืบทอดกันมาชั่วลูกหลานและสภาพภูมิอากาศ, ภูมิประเทศ, ลักษณะดินและอื่นๆ ในบรรดาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ทั้งคุณภาพ, การยอมรับจากสังคม และคุณลักษณะเด่นอื่น ๆ ที่มีรากฐานที่มั่นคงซึ่งหล่อหลอมเข้ากับพื้นที่ทำการผลิตนั้น “ระบบการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ก็ได้เข้ามามีบทบาทในฐานะที่เป็นระบบที่ปกป้องคุ้มครองชื่ออันเป็นทรัพย์สินทางปัญญา

ระบบดังกล่าวนี้ ได้เริ่มดำเนินการปฏิบัติภายใต้พระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการคุ้มครองชื่อของสิ่งอันเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ป่าไม้และประมงที่ได้รับการกำหนดเป็นพิเศษ (พระราชบัญญัติสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 2014 และได้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2015 เป็นต้นมา กรุณาดูในรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์กระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมง

ข้อมูลจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี และ jgic

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...