โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯตรวจอาคารSAT-พร้อมรับผู้โดยสารมากขึ้น

INN News

เผยแพร่ 07 ส.ค. 2566 เวลา 09.41 น. • INN News

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจอาคาร SAT-1 เตรียมความพร้อมรองรับ ผู้โดยสารเดินทางมากขึ้น มั่นใจสนับสนุนการฟื้นของเศรษฐกิจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมความพร้อมและติดตามความคืบหน้าการเปิดให้บริการอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมตรวจความพร้อม

ว่าการเปิดให้บริการดังกล่าว สำหรับ อาคาร SAT-1 เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 สถาปัตยกรรมของตัวอาคารได้ออกแบบให้เข้ากับอาคารผู้โดยสารหลัก (Main Terminal Building) ซึ่งใช้เป็นระบบ Modular ที่ก่อสร้างได้รวดเร็วและใช้วัสดุที่ดูแลรักษาได้ง่าย อีกทั้งยังคำนึงถึงการออกแบบอาคารที่ยั่งยืน

เพื่อช่วยให้ประหยัดพลังงาน โดยอาคาร SAT-1 มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 216,000 ตารางเมตร ตัวอาคารมีความสูง 4 ชั้น และมีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ชั้น B2 เป็นพื้นที่สำหรับสถานีขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover Station: APM Station) ชั้น B1 เป็นพื้นที่ห้องงานระบบ ชั้น G เป็นพื้นที่สำหรับระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ และพื้นที่สำนักงาน ชั้น 2 เป็นพื้นที่สำหรับผู้โดยสารขาเข้าและพื้นที่สำหรับผู้โดยสารเชื่อมต่อเที่ยวบิน ชั้น 3 เป็นพื้นที่สำหรับผู้โดยสารขาออก

มีพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสารรอขึ้นเครื่องเป็นแบบ Open Gate และมีร้านค้าตลอดแนวทางเดิน และ ชั้น 4 เป็นพื้นที่สำหรับห้องรับรองสายการบิน อาคาร SAT - 1 มีหลุมจอดประชิดอาคารทั้งหมด 28 หลุมจอด สามารถจอดอากาศยานขนาด Code F ได้ 8 หลุมจอด และอากาศยานขนาด Code E ได้ 20 หลุมจอด อาคาร SAT-1 เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารหลัก โดยให้บริการรถไฟฟ้า APM ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าระบบล้อยางแบบไร้คนขับในการรับ - ส่งผู้โดยสาร ใช้ระยะเวลาในการโดยสารรวมถึงระยะเวลาที่ผู้โดยสารรอรับบริการที่สถานีประมาณ 3 นาทีและสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 210 คนต่อขบวน

สำหรับการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 ซึ่งเป็นทางวิ่งที่มีความยาว 4,000 เมตร อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของสนามบิน โดยขณะนี้มีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปแล้วกว่าร้อยละ 73 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2566 และมีแผนจะเปิดใช้งานในเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งจะทำให้ ท่าอากาศสว่านสุวรรณภูมิ มีประสิทธิภาพในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง โดยปัจจุบันมีผู้โดยสารเดินทางเข้ามายังสนามบินสุวรรณภูมิวันละ 150,000 คน

ทั้งนี้ การเปิดให้บริการอาคาร SAT-1 ซึ่งได้กำหนดเปิดให้บริการแบบ Soft opening ในเดือนกันยายน 2566 นี้ และจะให้บริการควบคู่ไปกับอาคารผู้โดยสารหลัก (Main Terminal Building) รองรับการเดินทางของผู้โดยสารที่มากขึ้น ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัย ประทับใจเมื่อใช้บริการและเมื่ออาคาร SAT-1 เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ จะเกิดประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน ทั้งผู้ใช้บริการ ภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรมการบิน โดยนอกจากจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจแล้วยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อมุ่งสู่การเป็นสนามบินชั้นนำระดับโลกอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมกันพัฒนา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และย้ำว่าไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว จึงต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำงานจนประสบความสำเร็จโดยไม่แบ่งแยก

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวระหว่างตรวจเยี่ยมสนามบินสุวรรณภูมิกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ในเย็นวันนี้ที่จะเดินทางไปพรรคเพื่อไทยก็เพื่อจะพูดคุยหารือในเบื้องต้น แต่จะยังไม่ได้มีการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยเป็นการพูดคุยในรายละเอียดว่า หากจะมีการร่วมจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย ยังยืนยันจุดเดิมที่ว่าต้องไม่มีพรรคก้าวไกลเข้าร่วมอยู่ด้วย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...