โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชิม ช็อป ชมแชลเลนจ์ทำอาหารจากเชฟดังที่งาน Heliconia Food Festival

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.ค. 2566 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2566 เวลา 03.23 น.
ภาพจาก YouTube MasterChef Thailand

Heliconia Food Festival เทศกาลอาหารที่รวบรวมร้านของเซเลบริตี้เชฟกว่า 80 คน จากรายการเชฟกระทะเหล็ก มาสเตอร์เชฟ ท็อปเชฟ และอีกมากมาย จัดใหญ่เรียลิตี้อีเวนต์ กับสงครามประชันยอดขาย วันที่ 11-20 สิงหาคมนี้ ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

Heliconia Food Festival จัดใหญ่กับเทศกาลอาหารที่รวบรวมเซเลบริตี้เชฟแถวหน้าของเมืองไทยจากรายการในเครือ Heliconia ทั้งเชฟกระทะเหล็ก, มาสเตอร์เชฟ, ท็อปเชฟ และอีกมากมาย เตรียมสร้างปรากฏการณ์เรียลิตี้อีเวนต์แบบใหม่ กับสงครามประชันยอดขายครั้งแรกในเมืองไทย

“หนุ่ม-กิติกร เพ็ญโรจน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด เผยกับ ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า Heliconia Food Festival เริ่มจากความต้องการที่จะต่อยอดความสำเร็จจากหน้าจอทีวีสู่ชีวิตจริงในรูปแบบ Festival

Heliconia เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์รายการอาหารระดับโลกมากมาย เมื่อเป็นผู้นำด้านรายการอาหารแล้ว ต้องเป็นผู้นำการจัดอีเวนต์ด้านอาหารด้วย

คนรู้จักรายการที่เราทำแล้ว ทั้งเชฟกระทะเหล็ก, มาสเตอร์เชฟ, ท็อปเชฟ และอีกมากมาย ต่อไปคือจัดอีเวนต์ให้คนได้ไปเดิน ไปกิน ไปเจอเชฟ ได้สัมผัสสิ่งที่อยู่ในจอทีวีจริง ๆ หนุ่มกิติกรกล่าว

Food Theme Park

Heliconia Food Festival เป็นการรวบรวมเชฟจากรายการทั้งหมดในเครือ Heliconia ไม่ว่าจะเป็น เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย, มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย, ท็อปเชฟ และอีกหลายรายการ เป็นการรวมเซเลบริตี้ เชฟ ที่มากที่สุดกว่า 80 คน มาจัด Food Festival โดยผู้ที่เข้าชมงานจะได้พบปะกับเชฟและกรรมการในรายการ ขณะเดียวกันก็จะได้สัมผัสอาหารที่บรรดาเชฟได้รังสรรค์

Heliconia Food Festival จัดขึ้นเป็นครั้งแรก มาในคอนเซ็ปต์ “Food Theme Park” หรืออุโมงค์เขาวงกตมหัศจรรย์ บรรยากาศจึงสนุกสนานกว่างาน Food Festival ทั่วไปที่นำบูทมาวางเรียงกัน

โดยมีการแบ่งเป็น 3 โซน ประกอบไปด้วย โซนอาหารว่าง ที่เชฟจะทำอาหารว่างในธีมทะเลแคริบเบียนหรือโจรสลัด เพราะฉะนั้นวัตถุดิบที่ใช้จึงมาจากใต้ท้องทะเล

ถัดมา โซนอาหารจานหลัก มีการตกแต่งภายในเหมือนเมืองของพ่อมดและแม่มด เชฟจะทำอาหารในกิมมิกเวทมนตร์

สุดท้าย โซนของหวาน มีการตกแต่งบรรยากาศเป็น Wonderland ดินแดนแห่งเทพนิยาย นอกจากนี้ทั้ง 3 โซนจะมีเวทีแสดงดนตรีและ Cooking Show จากเชฟที่หมุนเวียนมาทำอาหารให้ชมกันสด ๆ ซึ่งเป็นรูปแบบการจัด Food Festival แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

เรียลิตี้โชว์ สงครามแข่งขันยอดขาย

หนุ่ม กิติกรเผยว่า เนื่องจาก Heliconia เป็นบริษัททำรายการเรียลิตี้โชว์ด้านอาหาร ความเป็นเรียลิตี้จึงถูกนำมาไว้ในอีเวนต์ด้วย นั่นคือ เชฟและกรรมการทุกคนจะต้องแข่งขันทำยอดขายอาหารกัน โดยทุก 30 นาที จะมีการแสดงยอดขายผ่านหน้าจอภายในงาน ว่าใครเป็น 5 อันดับที่ขายได้มากที่สุด และใครกำลังอยู่ใน 5 อันดับท้าย

เชฟที่ไปอยู่ในอีเวนต์นี้จึงต้องพยายามอย่างหนักที่จะทำอาหารให้ที่ดีที่สุด เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าบูท นี่คือ Reality Food Festival

หนุ่ม กิติกรกล่าวอีกว่า ในอีเวนต์นี้จะไม่มีการกำหนดราคาอาหารเพราะเป็นเรียลิตี้โชว์ ถ้าขายแพงคนอาจไม่ซื้อ หรือขายถูกคนอาจซื้อเยอะซึ่งขึ้นอยู่กับเชฟแต่ละคน และขึ้นอยู่กับว่าราคาจะสมความอร่อยหรือไม่

กรรมการในรายการและเชฟดัง ๆ อาจทำยอดขายแพ้เชฟเด็ก ๆ ก็ได้ นี่คือไฮไลต์ ซึ่งทุกคนจะต้องใช้ช่องทางโซเชียลของตัวเองด้วยเพื่อโปรโมตให้มากที่สุด

“ไม่มีใครสามารถทำแบบนี้ได้ ถ้าเจ้าอื่นทำคงไม่มีใครมาขายเพราะต้องจัดอันดับยอดขายขึ้นจอ แต่เชฟที่มาออกบูทเป็นเชฟที่เคยร่วมงานกับเรา โตมากับเรา และเข้าใจธรรมชาติของความเป็น Heliconia ดี เราทำมาด้วยกันหลายอย่างทั้งเชฟกระทะเหล็ก มาสเตอร์เชฟ ท็อปเชฟ และอีกมากมาย”

สุดท้ายเราเชื่อว่าคนที่ไปงานนี้ไม่ได้กินแค่บูทเดียว นี่คือการเปิดสงครามการแข่งขันการขายอาหารในฟู้ดเฟสติวัล ที่ทุกคนต้องมีกลยุทธ์ของตัวเอง ซึ่งมีทั้งข้อได้เปรียบและเสียเปรียบ เสียเปรียบบนความได้เปรียบ ได้เปรียบบนความเสียเปรียบ

นอกจากนี้ เราจะนำการแข่งขันในเฟสติวัลไปทำเป็นรายการ เราจะเข้าไปถามเลยว่า เชฟครับ ทำไมยอดขายถึงได้เท่านี้ ทำไมเด็กคนนั้นถึงขายดีกว่าเชฟ นี่คือเรียลิตี้โชว์ ซึ่งคนที่ทำยอดขายได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 จะได้รับความชื่นชม จะถูกนำโปรดักต์ไปพัฒนาต่อ

คาดหวังความสำเร็จ

หนุ่ม กิติกรเผยว่า Food Festival ครั้งนี้เป็นพื้นที่ให้แฟนคลับได้สัมผัสประสบการณ์จริงกับอาหารของเชฟ แน่นอนต้องคาดหวังให้คนมาร่วมงานเยอะ ๆ เพราะไม่มี Food Festival ไหนที่ทำแบบนี้

รายได้ของเรามาจากสปอนเซอร์ 100% เชฟที่มาออกบูทไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพราะเราต้องการให้เชฟได้มีหน้าร้านของตัวเองและเจอบรรดาแฟนคลับ

ตลอด 10 วันตั้งเป้าว่าคนเข้างานประมาณ 3-5 แสนคน หรือเฉลี่ยวันละ 3-5 หมื่นคน

อีเวนต์ทำให้เชฟมีประสบการณ์มากขึ้น สร้างสรรค์มากขึ้น ต้องมีการแข่งขัน พัฒนาอาหารไปในตัว

ภายในงานไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารไทยเท่านั้น สามารถเอาไปผสมผสาน หรือเป็นอาหารต่างชาติได้ แต่ในอนาคตเราก็จะทำเฟสติวัลที่เป็นอาหารไทยล้วน เหมือนที่เราทำมาสเตอร์เชฟอาหารไทย

อีเวนต์ต่อไปเราจึงวางไว้เเล้วว่าจะเชิดชูอาหารไทย เพราะสามารถนำเสนอได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไทยแท้ดั้งเดิมที่จัดจานสวยและรสชาติเป็นไทย ไทยผสมผสาน หรือไทยโมเดิร์น

ท้ายที่สุดฟู้ดอีเวนต์เป็นอีกหนึ่งโรดแมปของภาครัฐ และเราจะทำอีกในปีหน้า โดยเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้พื้นที่กลายเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ หรือเป็นการต่อยอดด้านวัฒนธรรมอาหารของประเทศไทยต่อไป

เตรียมพบกับการออกบูทจากร้านของเซเลบริตี้เชฟ และสงครามประชันยอดขายในงาน Heliconia Food Festival ระหว่างวันที่ 11-20 สิงหาคม 2566 ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...