โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ตร.ฟันแจ้งเท็จสาวกรีดแขนตัวเองเลือดอาบกุโดนTAXIจี้

INN News

อัพเดต 22 ก.พ. 2561 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2561 เวลา 05.48 น.

พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 แถลงข่าวกรณี นางสาวทองประกาย สุขศรีราษฎร์ ผู้เสียหายที่อ้างว่า ถูกคนขับรถแท็กซี่ทำร้ายร่างกายกว่า 43 แผล และชิงทรัพย์กระเป๋าแบรนด์เนม / เงินสด / บัตรเอทีเอ็มมูลค่ามากกว่าหนึ่งแสนบาทหลบหนีไป ขณะเดินทางกลับจากไปเที่ยวสถานบันเทิง ย่านซอยรัชดา กลับไปที่พักย่านเสรีไทย ว่า จากการสอบปากคำนางสาวทองประกาย ตำรวจพบพิรุธ จึงสั่งให้ชุดสืบสวนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามคำให้การ ทั้งหมดแล้วพบว่าไม่เป็นความจริง

และจากการสอบสวนนางสาวทองประกาย ก็รับสารภาพว่า ที่ลงมือก่อเหตุดังกล่าวเนื่องจากเกิดความเครียด ทั้งปัญหาการเงิน ครอบครัว การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ไม่สามารถพูดคุยกับใครได้ จึงตัดสินใจใช้มีดโกนทำร้ายร่างกายตัวเอง เพื่อนจึงพาเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว โดยไม่บอกเล่าความจริงใดใดให้เพื่อนและทุกคนทราบ แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายจนสร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลอื่นขนาดนี้

ส่วนที่โซเชียลมีเดียมีการแชร์เรื่องราวว่านางสาวทองประกาย ติดหนี้ร้านอาหาร นั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง และไม่เคยติดหนี้ใครนอกจากเพื่อนที่จะโอนเงินให้เท่านั้น ส่วนคืนวันเกิดเหตุก็ไม่ได้ค้างค่าอาหารและเครื่องดื่มเนื่องจากค่าอาหาร จำนวน 14,000บาท ตนเองได้จ่ายเงินสดคนละครึ่งกับเพื่อน

ทั้งนี้ นางสาวประกายทอง ได้กล่าวขอโทษ กลุ่มคนแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สื่อมวลชน และทุกคนที่ติดตามข่าวนี้ มีโดยตลอดด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตำรวจ สน.ลาดพร้าว จะดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ กับนางสาวทองประกาย ซึ่งมีอัตราโทษ ปรับไม่เกิน 5,000บาท ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3ปี และฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...