โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

12 รุ่นพี่อุเทนฯ มอบตัว โดนข้อหาหนัก อ้างเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมรับน้อง

Khaosod

อัพเดต 21 มิ.ย. 2564 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 08.42 น.

รุ่นพี่อุเทนถวายฯ รับสารภาพ ร่วมกันทำร้าย น้องปลื้ม จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต  7 รุ่นพี่ชาย โดนข้อหาหนัก ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายวีรพัฒน์ ตามกลาง หรือ น้องปลื้ม อายุ 22 ปี นักศึกษา ปี 1 ขึ้นปี 2 คณะวิศวกรรมโยธา รุ่น 89 แผนกวิศวกรรมก่อสร้าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถูกรุ่นพี่ปี2 ขึ้นปี3  รุ่น 88  คณะและแผนกเดียวกัน ลงโทษด้วยการเวียนกันทำร้ายร่างกายระหว่างจัดกิจกรรมของนักศึกษาใหม่ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27  พ.ค.เวลาประมาณ 20.00 น. ที่ผ่านมา เหตุเกิดที่ตึกออกแบบ สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม อาคาร  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. เป็นเหตุให้นายวีรพัฒน์ ได้รับบาดเจ็บและหมดสติ จากนั้นได้มีการส่งตัวนายวีรพัฒน์ ให้แพทย์รพ.หัวเฉียวรักษา ต่อมาได้ย้ายนายวีรพัฒน์ ไปรักษาที่รพ.มหาราชนครราชสีมา กระทั่งวันที่ 5 มิ.ย.นายวีรพัฒน์ เสียชีวิต รวมรักษาตัวนาน 8 วัน

ความคืบหน้าที่สน.ปทุมวัน เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. มีตัวแทนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย นำนายธีรวัฒน์ พัวประเสริฐ นักศึกษาปี 2 ขึ้นปี 3 คณะวิศวกรรมโยธา รุ่น 88 แผนกวิศวกรรมก่อสร้าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย  ภายหลังเกิเหตุได้ถูกไล่ออก พร้อมเพื่อนนักศึกษา ปีคณะและแผนกเดียว กัน รวม 12 คน ผู้ชาย 7 คน เดินทางเข้ามอบตัว

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.  กล่าวว่า วันนี้รุ่นพี่ 12 คน ที่ร่วมก่อเหตุ ได้เดินทางมาเข้ามอบตัวตามหมายเรียก โดยมีการดำเนินคดีกับรุ่นพี่ที่เป็นผู้ชาย 7 คน ในฐานความผิด ร่วมกันทำร้ายร่างกายทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต  พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ส่วนรุ่นพี่ผู้หญิงอีก 5 คน ถูกดำเนินคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค

ทั้งนี้ เบื้องต้นจากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าวันเกิดเหตุ รุ่นพี่ผู้หญิง 5 ราย ได้แยกตัวไปทำกิจกรรมรับน้อง กับรุ่นน้องผู้หญิง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการร่วมทำร้ายน้องปลื้ม สำหรับข้อหาบุกรุกเคหะสถานในยามวิกาล อยู่ระหว่างมหาวิทยาลัยพิจารณาดำเนินการ โดยยืนยันว่า หากพนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีบุคคลอื่น ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้น้องปลื้มเสียชีวิต จะเเจ้งข้อหาเพิ่มเเน่นอน ส่วนผลชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด อยู่ระหว่างรอผลจากรพ.มหาราช นครราชสีมา และรพ.หัวเฉียวส่งมา เพื่อประกอบสำนวน

ผู้สื่อข่าวถามว่าภายหลังเกิดเหตุมหาวิทยาลัยได้ไล่นักศึกษาออกและให้พักการเรียน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ตอบว่า บทลงโทษหรือมาตรการของสถานศึกษา เป็นหน้าที่ของสถานศึกษา ไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจ จึงไม่ทราบรายละเอียด ส่วนกรณีที่มีข่าวออกมาว่า สถาบันลงโทษรุ่นพี่เพียงคนเดียวที่ก่อเหตุ ซึ่งไม่สอดคล้องกับตำรวจ ที่พบคนทำร่วมก่อเหตุถึง 7 คน ตำรวจไม่ทราบการดำเนินการของสถาบัน และเบื้องต้นยังไม่พบว่าสถาบันมีความพยายามช่วยปกปิดข้อมูลให้นักศึกษา

ต่อมาพล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวภายหลังการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหา 12 คน รุ่นพี่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทน ที่ร่วมทำกิจกรรมรับน้องจนทำให้นายวีรพัฒน์ ตามกลาง หรือน้องปลื้ม เสียชีวิต เกือบ 2 ชั่วโมง ว่าผู้ต้องหาทั้ง 12 คน ให้การยอมรับว่าได้เข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาใหม่จริง

ส่วนเรื่องร่วมกันทำร้ายน้องปลื้มรุ่นพี่ผู้ชายทั้ง 7 คน อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมซึ่งผู้ต้องหามีสิทธิจะให้การอย่างไรก็ได้ ขณะที่รุ่นพี่ผู้หญิง 5 คน แยกไปทำกิจกรรมกับน้องผู้หญิงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยรุ่นพี่ทั้ง 12 คน จะถูกแจ้งข้อหาฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อส่วนรุ่นพี่ชาย 7 ราย จะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย

ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่ามีพยานหลักฐานมากพอที่จะเอาผิดได้ ไม่ว่าจะเป็นการสอบปากคำอาจารย์ นักศึกษา พนักงานรักษาความปลอดภัย และหลักฐานภาพจากวงจรปิด อย่างไรก็ตามหลังสอบปากคำ ตำรวจจะได้แจ้งข้อกล่าวหารุ่นพี่ และปล่อยตัวกลับ  เนื่องจากเป็นการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...