โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บทเรียนจากครูตรวจการบ้านผิด..ฤาระบบการศึกษาไทยจะไปไม่ถึงไหน

LINE TODAY

เผยแพร่ 19 ก.ย 2561 เวลา 11.28 น. • Pimpayod

ทำเอางงกันทั้งโซเชียล เมื่อผู้ปกครองของนักเรียน ชั้น ป.1 ออกมาแชร์การบ้านวิชาคณิตศาสตร์ที่เด็กทำการบ้านได้ถูกต้องแล้ว แต่ครูกลับตรวจว่าผิด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของความเป็นครูกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งกรณีแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านี้มีข่าวครูทำร้ายร่างกาย ทำโทษเกินกว่าเหตุ ไม่เข้าสอน ทุจริตอาหารกลางวัน และอีกหลายพฤติกรรมครูที่ทำให้ผู้ปกครอง หรือแม้กระทั่งคนทั่วไปเป็นห่วงอนาคตเด็กไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ว่าครูที่ตรวจการบ้านจะออกมายอมรับแล้วว่าตรวจการบ้านผิดจริง เพราะตรวจด้วยความเร่งรีบและไม่ทันระมัดระวังทำให้เกิดความผิดพลาดดังกล่าวขึ้น แต่ประเด็นก็คือ เมื่อครูออกมายอมรับผิดแบบนี้แล้ว สังคมควรให้อภัย แต่ที่ต้องทำมากกว่านั้นก็คือการแก้ปัญหาให้ตรงจุดแบบทั้งระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก และที่สำคัญเพื่อให้ระบบการศึกษาไทยพัฒนาไปได้มากกว่านี้ มิฉะนั้นก็เป็นเหมือนเดิม ไม่ไปไหน ไม่พัฒนาสักที

จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้ถือว่าเป็นประเด็นทางการศึกษาที่สำคัญ ซึ่งถ้าไม่คิดต่อ ไม่แก้ปัญหา ไม่พัฒนาก็เท่ากับการยอมรับว่าเรามาสุดทางได้แค่นี้ ทั้งที่ความจริงแล้วคุณภาพทางการศึกษาเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาอยู่ตลอด แต่เท่าที่ผ่านมาการปฏิรูปการศึกษายังไม่บรรลุเป้าหมาย ผลก็คือระบบการศึกษาที่มีแต่คนกร่นด่าแต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ 

ทั้งนี้ ในระบบการศึกษา สิ่งที่ต้องพัฒนา ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องปฏิรูป หนีไม่พ้นครูและนักเรียน เพราะเรื่องระบบอาจยาก ไกลตัว และแก้ไขยาก แต่คนสอนกับคนเรียนนี่แหละที่เริ่มแก้ได้เลย

ไม่ใช่แค่ระบบที่ต้องพัฒนา แต่ครูก็ต้องพัฒนาด้วย 

หนึ่งในประเด็นการปฏิรูปก็คือการพัฒนาครูผู้สอน แต่เอาเข้าจริงระบบต่าง ๆ ในบ้านเรากลับไม่เอื้ออำนวยให้ครู-อาจารย์ได้พัฒนาตัวเองเท่าที่ควร ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีมีผลสำรวจออกมาว่าครูมีภาระอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการสอนมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นงานบริหาร งานเอกสาร และผลงานวิชาการ ทำให้ครูไม่มีเวลาในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ 

ยังไม่รวมปัญหาอื่น ๆ เช่น การขาดแคลนครู เงินเดือนครู ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ถ้าพิจารณาอย่างจริงจัง ก็เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทำให้ครูไทยขาดคุณภาพ สิ่งสำคัญก็คือครูเองก็ควรต้องเข้าใจว่าครูคือบุคลากรคนสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของระบบการศึกษาอย่างแท้จริง และครูมีบทบาทที่จะส่งเสริม ผลักดันให้ระบบการศึกษาพัฒนาอย่างมีคุณภาพทั้งระบบได้ อย่าลืมว่าเครื่องชี้วัดความสำเร็จของครูก็คือนักเรียน

ผู้เรียนคือคนสำคัญ คือศูนย์กลาง

ทำไมเด็กไทยไม่ได้รับการศึกษาที่ถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องกับยุคสมัย ทำไมปัญหาเหล่านี้ยังตามหลอกหลอนอนาคตของชาติอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ต้องยอมรับก็คือโอกาสทางการศึกษาที่มีความเหลื่อมล้ำ ไม่เสมอภาคในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งส่วนใหญ่พัฒนาอยู่แค่ในเมืองหรือในพื้นที่เจริญแล้ว แต่ในพื้นที่ที่ห่างไกลกลับพบว่ามีคุณภาพทางการศึกษาต่ำกว่ามาตรฐาน เด็กในระบบโรงเรียนบางคนแม้จะเรียนในชั้นประถมศึกษาตอนปลาย แต่ก็ยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่งเป็นความจริงที่สังคมไทยต้องยอมรับ

ถึงแม้การจะทำให้เด็กได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันทั่วถึงกันนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แม้จะมีนโยบายที่ส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนามากขึ้น แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นนโยบายที่ประชาชนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์ ดังนั้นตัวเด็กเองก็ต้องตระหนักรับรู้ในเรื่องนี้ด้วย ยิ่งรู้ว่าตัวเองอยู่ห่างไกล อยู่ในที่ที่มีความเหลื่อมล้ำ ก็ยิ่งต้องขวนขวายมากกว่าคนอื่น เพื่อพาตัวเองออกจากความไม่เท่าเทียมนั้น 

อย่างไรก็ตาม ในบ้านเรามีครูดีที่ตั้งใจสอน ตั้งใจพัฒนาเด็กอย่างจริงจังมากมาย แต่ก็มีครูที่สอนไปวัน ๆ อีกมากมายด้วยเหมือนกัน ส่วนเด็กนักเรียนก็มีทั้งที่ตั้งใจเรียนเพื่อส่งตัวเองไปยังเป้าหมายให้สำเร็จ และมีเด็กอีกมากมายที่ไม่รู้ว่าตัวเองไปโรงเรียนทำไม ถ้าครูดี ได้มาสอนนักเรียนที่ดี ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาก็ออกมาดี แต่ถ้าครูไม่ดีมาสอนนักเรียนที่ไม่รู้ว่าเรียนไปเพื่ออะไร คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในระบบการศึกษาก็คือครูและนักเรียนที่ต้องพัฒนาไปด้วยกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...