โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สมรภูมิเงินกู้ดิจิทัลเดือด พิษโควิดยอดกู้ทะลัก-“แกร็บ” ลงสนาม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ย 2564 เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2564 เวลา 10.54 น.

สมรภูมิเงินกู้ดิจิทัลร้อนแรง โควิดทุบประชาชนขาดสภาพคล่องหนัก “แบงก์-น็อนแบงก์-ฟินเทค” ปูพรมแพลตฟอร์มปล่อยกู้เงินด่วน ธปท.ไฟเขียว “แกร็บ” ได้ไลเซนส์ดิจิทัลพีโลนลงสนามเต็มตัว “SCB-เคแบงก์” กางปีกจับมือสตาร์ตอัพรักษาฐานตลาด ล่าสุดฟินเทคจีนจับมือ SCB เปิดตัว “ฟินนิกซ์” ปล่อยกู้ลูกค้าที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อแบงก์ 36 ล้านคน LINE BK เผยลูกค้ายื่นกู้ทะลักวันละ 2 หมื่นราย “เซ็นทรัล-ซี.พี.-บีทีเอส” ร่วมสมรภูมิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของประชาชนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องรุนแรง ส่งผลให้เกิดความต้องการเงินกู้เข้ามาเสริมสภาพคล่องอย่างมาก ขณะเดียวกัน พบว่าปัจจุบันทั้งธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) ได้เข้ามาแข่งขันให้บริการ “เงินกู้ดิจิทัล” อย่างร้อนแรง ในหลากหลายแพลตฟอร์ม ภายใต้ใบอนุญาตต่าง ๆ ทั้งสินเชื่อบุคคล, นาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อบุคคลดิจิทัล ซึ่งเป็นใบอนุญาตรูปแบบใหม่ที่เพิ่งมีการให้ใบอนุญาตในปีนี้

“แกร็บ” รับไลเซนส์แบงก์ชาติ

นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ธปท.ได้อนุมัติให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) ได้ใบอนุญาต “สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล” (digital personal loan) เพิ่มอีก 1 ราย คือ บริษัท จีฟิน เซอร์วิสเซส (ที) จำกัด เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจขนส่ง คาดว่าจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาช่องทางและระบบความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด

ทั้งนี้ สินเชื่อบุคคลดิจิทัลเป็นใบอนุญาตรูปแบบใหม่ที่ ธปท.เพิ่งเปิดให้ยื่นขออนุญาตในปีนี้ เป็นการปล่อยกู้วงเงินขนาดเล็กไม่เกิน 2 หมื่นบาท ชำระคืนภายใน 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25% เปิดให้ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเข้ามาปล่อยสินเชื่อ โดยการใช้ข้อมูลทางเลือกมาใช้ในการให้บริการ โดยต้นปี ธปท.ได้อนุมัติไปแล้ว 2 ราย คือ บริษัท ซีมันนี่ (แคปปิตอล) จำกัด เป็นบริษัทในเครือ SEA Group ทุนสิงคโปร์เจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ “ช้อปปี้” และบริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด หนึ่งในธุรกิจของกลุ่มทรู ในเครือ ซี.พี.

ช้อปปี้-ทรูปล่อยกู้ 2.5 พัน ล.

นางนวอรกล่าวว่า หลังจากที่เริ่มให้ใบอนุญาตไป 2 ราย คือ ซีมันนี่ฯและแอสเซนด์ นาโน ซึ่งเริ่มมีการปล่อยสินเชื่อตั้งแต่เดือน ก.พ.-มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ายอดสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ได้รับสินเชื่อทั้งสิ้น 2.5 แสนราย วงเงินสินเชื่อราว 2,400 ล้านบาท วงเงินเฉลี่ย 3,000-4,000 บาทต่อราย

“ในแง่ของคุณภาพสินเชื่อยังอยู่ระหว่างการประเมิน เนื่องจากผู้ประกอบการเพิ่งเริ่มปล่อยกู้ไม่นาน เชื่อว่าคุณภาพสินเชื่อน่าจะค่อนข้างดี เนื่องจากวงเงินขนาดเล็กและระยะเวลาชำระคืนไม่นานมากนัก”

นางนวอรกล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุด ธปท.ได้ปรับเกณฑ์ดิจิทัลพีโลน โดยเพิ่มเพดานปล่อยกู้จากไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อราย เป็นไม่เกิน 4 หมื่นบาท และขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้จาก 6 เดือน เป็น 12 เดือน (สิ้นสุดธันวาคม 2565) เนื่องจากต้องการช่วยเหลือประชาชน หรือพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งต้องการสภาพคล่องหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน ทำให้ได้รับวงเงินกู้มากขึ้น แต่ภาระในการผ่อนชำระแต่ละงวดบัญชีจะลดลง เพราะมีการขยายเทอมการชำระคืนออกไป

“แกร็บ” ซุ่มชิงเค้กเงินกู้

ขณะที่นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัท จีฟิน เซอร์วิสเซส (ที) จำกัด เป็นบริษัทในเครือแกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ประเทศไทย ล่าสุดเพิ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล จาก ธปท.สำหรับแผนการให้บริการสินเชื่อขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงาน

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา แกร็บก็มีบริการสินเชื่อดิจิทัลให้กับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลจากการให้บริการ ทั้งของพาร์ตเนอร์ที่เป็นคนขับ (ไรเดอร์) ผู้จัดส่งอาหารและพัสดุ และพาร์ตเนอร์ที่เป็นร้านค้า โดยเป็นการร่วมมือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยาปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์

จับตา “ฟินเทค” รุกผู้เล่นหลัก

นายเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล เป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตค่อนข้างมาก เนื่องจากมีคนกู้นอกระบบ หรือกลุ่ม unbank ที่ไม่มีหลักฐานทางการเงิน ประวัติการชำระหนี้ผ่านบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หรือไม่มีบัญชีเงินฝากที่ต้องการสภาพคล่องจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ดังนั้น สินเชื่อนี้จะมาช่วยตอบโจทย์กลุ่มนี้ ภายใต้การกำกับของ ธปท.ในด้านความเสี่ยงและอัตราดอกเบี้ยที่ควบคุมอยู่ที่ 25%

“จะเห็นผู้แข่งขันโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) เข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในตลาดนี้แทนสถาบันการเงิน ซึ่งการผ่อนคลายขยายวงเงินจาก 2 หมื่นบาท เป็น 4 หมื่นบาท และขยายระยะเวลาชำระจาก 6 เดือน เป็น 12 เดือน จะยิ่งหนุนตลาดนี้เติบโตมากขึ้น” นายเอกสิทธิ์กล่าว

SCB ผนึกฟินเทคลงทุกสนาม

สำหรับการปล่อยสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือ digital lending มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มฟินเทค ที่เข้ามาแข่งขันในตลาดนี้ชัดเจน สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการสภาพคล่องในช่วงโควิด-19 แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินจากสถาบันการเงินได้ ทำให้เกิดแอปเงินกู้ฟินเทคเพิ่มขึ้นเป็นทางเลือก โดยล่าสุดบริษัท มันนิกซ์ จำกัด หรือ “MONIX” เป็นบริษัทฟินเทคร่วมทุนระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ และ Abakus Group จากประเทศจีน สร้างแพลตฟอร์ม “ฟินนิกซ์” (FINNIX) แอปพลิเคชั่นเงินกู้ เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท

นางสาวถิรนันท์ อรุณวัฒนกูล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท มันนิกซ์ จำกัด กล่าวว่า แอปพลิเคชั่น “ฟินนิกซ์” เป็นแอปเงินกู้คู่คนทำมาหากิน โดยเป้าหมายต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงสถาบันการเงิน โดยปัจจุบันมีอยู่ถึง 36 ล้านคน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีประมาณ 28 ล้านคน ที่ประกอบอาชีพอิสระ และอีก 8 ล้านคน ที่มีรายได้ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ดังนั้น ฟินนิกซ์จะมาตอบโจทย์กลุ่มนี้ โดยเบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าช่วยเหลือกลุ่มนี้ราว 7.2 ล้านคน ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อที่ถูกกฎหมายภายใต้ใบอนุญาต “นาโนไฟแนนซ์” โดยคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 33%

นอกจากนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีบริการแอป “เงินทันเด้อ” ภายใต้บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด ที่ใช้เทคโนโลยีเอไอมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ชูจุดเด่นรู้ผลใน 15 นาที หลังจากยื่นขอสินเชื่อและรับเงินใน 24 ชั่วโมง โดยให้สินเชื่อภายใต้ใบอนุญาตนาโนไฟแนนซ์ ดอกเบี้ย 33% ต่อปี

LINE BK ลูกค้าทะลัก

ด้านบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด หรือที่รู้จักกัน “LINE BK” บริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารกสิกรไทยกับบริษัท ไลน์ คอร์ป นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE BK เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ลูกค้าเข้ามาใช้บริการขอสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 จะเห็นว่ามีความต้องการสินเชื่อค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ยเข้ามา 1-2 หมื่นรายต่อวัน

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ไม่สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ ถูกปฏิเสธสินเชื่อ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง เช่นเดียวกับบริษัทที่สถานการณ์ปัจจุบันยอดการอนุมัติสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 10% เท่านั้น เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ ส่วนลูกค้าเดิมหลังได้รับผลกระทบจากโควิด ก็ทำให้มีอัตราการค้างชำระเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 1-2%

โดยปัจจุบันบริษัทมีบริการวงเงินให้ยืม (digital lending) ภายใต้แคมเปญ “ยืม LINE ง่ายกว่า” ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ ทำให้มีความต้องการสินเชื่อเข้ามาค่อนข้างมาก โดยมีลูกค้าสมัครขอวงเงินสินเชื่อกว่า 4 ล้านราย และมียอดการอนุมัติอยู่ที่ 3.5 แสนบัญชี ยอดเบิกใช้วงเงินอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท และเมื่อกลางปีที่ผ่านมาก็ได้ขยายบริการปล่อยกู้ภายใต้ใบอนุญาตนาโนไฟแนนซ์ สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 33% ต่อปี

เคแบงก์ปล่อยกู้บนแอปโต 2 เท่า

ขณะเดียวกัน ธนาคาพาณิชย์ก็มีการพัฒนาแพลตฟอร์มปล่อยสินเชื่อบุคคล ผ่านช่องทางดิจิทัลหรือโมบายแอปพลิเคชั่นมากขึ้น นอกจากการปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางสาขาปกติ เพื่อการเข้าถึงหรือขยายฐานลูกค้าได้กว้างขวางขึ้น โดยธนาคารกสิกรไทย ล่าสุดเปิดบริการสมัครสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชั่น “K PLUS” ด้วย 3 บริการสินเชื่อส่วนบุคคล ได้แก่ สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan บัตรเงินด่วน Xpress Cash และบัตรเครดิตกสิกร เน้นสมัครง่าย รู้ผลอนุมัติภายใน 15 นาที

โดยรายงานข่าวจากธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยว่า หลังจากเปิดบริการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตผ่าน K PLUS ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1/64 ได้ผลตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลาม โดยยอดสมัครสินเชื่อบุคคลผ่าน K PLUS มีสัดส่วนถึง 53% จากยอดสมัครทุกช่องทาง ขณะที่แนวโน้มความต้องการสินเชื่อบุคคลมีแนวโน้มเติบโต โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตขึ้น 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

SCB EASY แห่ยื่นกู้ 3 ล้านราย

ขณะที่ ดร.ชาลี อัศวธีระธรรม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดิจิทัลแบงกิ้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การให้บริการสินเชื่อผ่านดิจิทัลบนแอปพลิเคชั่น “SCB EASY” ภายใต้บริการ “Speedy Loan” และ “Speedy Cash” ลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ มีใบคำขอสินเชื่อส่งเข้ามามากกว่า 3 ล้านใบ โดยธนาคารมีความเข้าใจว่าความต้องการของลูกค้าในตลาดสินเชื่อดิจิทัลที่ต้องการใช้เงินด่วน จึงออกแบบการอนุมัติสินเชื่อให้มีความรวดเร็ว และโอนเงินเข้าบัญชีทีนทีหลังทราบผลอนุมัติ

สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีการเสนอสินเชื่อดิจิทัลปล่อยกู้ผ่านแอปพลิเคชั่น “KMA” ภายใต้สินเชื่อบุคคล “Krungsri iFIN” รู้ผลภายใน 1 วัน วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท หรือไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25%

ด้านนางสาวพัทธ์หทัย กุลจันทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ภายใต้แบรนด์ “เฟิร์สช้อยส์” กล่าวว่า ตลาดสินเชื่อดิจิทัลแนวโน้มการแข่งขันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ในส่วนของเฟิร์สช้อยส์หลังจากเปิดตัว “U CASH” สินเชื่อดิจิทัลผ่านแอป “UCHOOSE” เพื่อใช้เป็นเงินสดเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ผลตอบรับค่อนข้างดี โดยมียอดปล่อยกู้ใหม่สูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อเดือน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเงินสดผ่าน U CASH ปีนี้อยู่ที่ 8,500 ล้านบาท

บีทีเอส-เซ็นทรัลร่วมศึก

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ยังมี บมจ.อิออน ธนทรัพย์ (ไทยแลนด์) ได้ร่วมทุนกับ “แรบบิท กรุ๊ป” ในเครือบีทีเอส และ “ฮิวแมนิก้า” ตั้งบริษัท “แรบบิท แคช” เพื่อปล่อยสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เน้นทำตลาด 2 กลุ่ม คือ สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ปล่อยกู้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่ชัดเจน และกลุ่มพนักงานองค์กร จะเป็นการปล่อยสินเชื่อสวัสดิการอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านบัญชีเงินเดือนของฮิวแมนิก้า

รวมทั้งบริษัท เซ็นทรัล เจดี มันนี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างเครือเซ็นทรัล และบริษัท เจดี ผู้นำด้านค้าปลีกออนไลน์จากประเทศจีน ได้เปิดบริการ “Dolfin Money” วงเงินพร้อมใช้ โดยร่วมกับธนาคารกสิกรไทย อนุมัติไวภายใน 5 นาที อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกสูงสุดไม่เกิน 25% วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ผ่อนชำระสูงสุด 36 เดือน

ซี.พี.บุกตลาดเงินดิจิทัล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) สยายปีกเข้าสู่ธุรกิจเทคโนโลยีด้านการเงิน (ฟินเทค) ภายใต้กลุ่มแอสเซนด์ กรุ๊ป 1 ใน 3 สาขาธุรกิจ คือ บริการด้านการเงินดิจิทัลหรือ “อีมันนี่” ครอบคลุมตั้งแต่กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีวอลเลต) ในชื่อ “ทรูมันนี่” ปัจจุบันมีฐานผู้ใช้กว่า 19 ล้านราย และขยายสู่ธุรกิจให้บริการสินเชื่อ micro credit โดยบริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด ให้บริการสินเชื่อสำหรับลูกค้าตามคุณสมบัติที่บริษัทกำหนด เช่น วงเงินกู้กับลูกค้ากลุ่มทรูที่มีบัตรทรูการ์ด (4 เท่าของรอบบิลทรูรายเดือน แต่ไม่เกิน 10,000 บาท) แบ่งจ่ายสูงสุด 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยปกติอยู่ที่ 24% ต่อปี

ปัจจุบันมีบริการสินเชื่อดิจิทัล 3 รูปแบบ ได้แก่ สินเชื่อสำหรับซื้ออุปกรณ์สื่อสาร (device loan) ผ่อนสูงสุด 36 เดือน และบริการ micro credit กับลูกค้าทรูที่ถือบัตรทรูการ์ด และบริการวงเงินพร้อมใช้ (pay next)

เจมาร์ทจ่อยื่นไลเซนส์ปล่อยกู้

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท กล่าวในวันประกาศความร่วมมือกับกลุ่มบีทีเอส ว่า หลังกลุ่มบีทีเอส โดยบริษัท วีจีไอ และยูซิตี้ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในเจมาร์ท และซิงเกอร์ ก็จะผนึกกำลังร่วมกันโดยดึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจด้าน offline-to-online (O2O) ทั้งในธุรกิจสื่อโฆษณา ธุรกิจบริการชำระเงิน และธุรกิจโลจิสติกส์ รวมกับความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลทำให้บริษัทเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

“รวมถึงบริการสินเชื่อของซิงเกอร์ ต่อไปก็จะพัฒนาเข้าไปให้สินเชื่อกับไรเดอร์ของเคอรี่ฯ รวมถึงเครือข่ายปิกอัพที่อาจต้องการเงินทุนเพิ่มเติม ซึ่งคนกลุ่มนี้แต่เดิมเข้าไม่ถึงสินเชื่อธนาคาร แต่จากความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล และฐานข้อมูลต่าง ๆ ที่เราก็จะสามารถปล่อยกู้ให้กับคนกลุ่มนี้ได้”

นอกจากนี้ กลุ่มเจมาร์ทอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตให้บริการสินเชื่อบุคคลดิจิทัลกับ ธปท.เช่นกัน ภายใต้บริษัท เคบีเจ แคปิตอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างเคบี คุกมิน การ์ด จากเกาหลีใต้ และเจมาร์ท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...