โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดปม LINE BK โตก้าวกระโดดฝ่า "โควิด" คนแห่กู้ผ่านไลน์พุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2564 เวลา 03.14 น.

นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2563ปัจจุบัน “LINE BK” หรือ บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ที่ร่วมทุนกันระหว่างธนาคารกสิกรไทยกับไลน์ เพื่อให้บริการสินเชื่อผ่านไลน์ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ล่าสุด “ธนา โพธิกำจร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE BK ได้มาอัพเดตว่า ที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้วกว่า 2.8 ล้านบัญชี มียอดการทำธุรกรรม 5 หมื่นล้านบาท เดือนล่าสุด พ.ค.ที่ผ่านมามียอดธุรกรรมกว่า 5 ล้านรายการ

โดยจาก 4 บริการหลักพบว่าด้านเงินฝากมีผู้ใช้บริการแล้ว 3.4 ล้านบัญชี เฉพาะบัญชีเงินออมอัตราดอกเบี้ยพิเศษอยู่ที่ 7.5 หมื่นบัญชี ส่วนบัตรเดบิตมี 1.4 ล้านใบ ซึ่งลูกค้าสามารถใช้บัตรเสมือนจริง (Visual Card) นำไปใช้ซื้อสินค้าออนไลน์โดยไม่มีค่าธรรมเนียมได้

“หลังเปิดตัวเราได้เพิ่มฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Wallet Balance ที่เป็นเหมือนโมบายแบงกิ้ง สามารถดูยอดเงินในบัญชี หรือที่เพิ่งเปิดตัวไปในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา คือ การโอนเงินไปยังผู้รับที่ไม่ได้ใช้ LINE BK ได้ อย่างไรก็ดี เรายังต้องเพิ่มยอดผู้ใช้ที่แอ็กทีฟในการทำธุรกรรม เนื่องจากลูกค้าบางส่วนยังไม่รู้ว่าสามารถโอนเงินผ่านแชตได้เลย” นายธนากล่าว

สำหรับบริการวงเงินให้ยืม (Digital Lending) ภายใต้แคมเปญ “ยืม LINE ง่ายกว่า” ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ ประกอบกับที่ผ่านมามีการออกแคมเปญ “ยืมเลยไม่มีดอกเบี้ย 0%”

หรือ “ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%” ทำให้มีความต้องการสินเชื่อเข้ามาค่อนข้างมากโดยมีลูกค้าสมัครขอวงเงินสินเชื่อกว่า 4 ล้านราย และมียอดการอนุมัติอยู่ที่ 3.5 แสนบัญชี ถือว่าเติบโตค่อนข้างเร็ว

“หากดูวันที่มียอดสมัครสูงสุด (พีก) อยู่ที่ 6.5 หมื่นราย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มลูกค้าที่ผิดหวังจากมาตรการของภาครัฐ จึงหันมาขอสินเชื่อเราแทน” นายธนากล่าว

นอกจากนี้ บริษัทได้เริ่มทดลองปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความเสี่ยงมากขึ้น แม้ว่าจะคิดอัตราดอกเบี้ย 33% แต่จะต้องบริหารความเสี่ยงด้วยเนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเรื่องความสามารถในการชำระหนี้

ทำให้ในช่วงแรกของการทดลองวงเงินการปล่อยสินเชื่อจะยังต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1 หมื่นบาทต่อรายเมื่อเทียบกับบริการวงเงินให้ยืมเฉลี่ย 3.5 หมื่นบาท อย่างไรก็ดี นาโนไฟแนนซ์จะทำให้บริษัทสามารถหาลูกค้าได้กว้างมากขึ้น เนื่องจากบริษัทต้องการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีลูกค้าใหม่ที่ใช้สินเชื่อครั้งแรกมีสัดส่วนประมาณ 25% โดยยอดปล่อยสินเชื่อในช่วง 2 เดือนอยู่ที่ 300-400 ล้านบาท

“นับตั้งแต่เปิดบริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์มียอดเบิกใช้วงเงินแล้ว 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นยอดสินเชื่อคงค้าง 9,000 ล้านบาท แม้ว่าจะไม่มีการปักธงเป้าหมายสินเชื่อ แต่จากความต้องการที่มีสูงคาดว่าใน 1-2 เดือนข้างหน้ายอดสินเชื่อคงค้างน่าจะแตะ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งในช่วงที่เหลือของปียังคงมีความต้องการต่อเนื่อง แต่บริษัทจะเน้นดูความสามารถการชำระหนี้ลูกค้าอย่างใกล้ชิด” นายธนากล่าว

ส่วนสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หรือค้างชำระไม่เกิน 90 วันของ LINE BK ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2% ถือว่าค่อนข้างต่ำ ส่วนหนึ่งเพราะ LINE BK เพิ่งเปิดไม่นาน ทำให้สินเชื่อที่เข้ามาใหม่ยังไม่ทันครบ 3 เดือน จึงเป็นตัวเลขที่ยังไม่สะท้อนความเป็นจริง ซึ่งต้องรอดูช่วง 1-2 ปี ประกอบกับมีมาตรการทางการที่ชุบชีวิตและการปรับโครงสร้างหนี้ได้

“กลุ่มที่มีความเสี่ยงจะเป็นกลุ่มแม่ค้ารายย่อย และกลุ่มมีรายได้ไม่ประจำที่มีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มที่มีรายได้ประจำเกือบ 1 เท่าตัวของอัตราค้างชำระ เช่น รายได้ไม่ประจำมีอัตราเสีย 2% และมีรายได้ประจำ 1% โดยปัจจุบันสัดส่วนฐานลูกค้ามีกลุ่มรายได้ประจำ 59% และไม่ประจำ 41% มีสัดส่วนรายได้ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน มีอยู่ประมาณ 3 ใน 4 ของพอร์ต”

“ธนา” ยอมรับว่าตอนนี้มองไปข้างหน้าภาพยังไม่ชัดเจนนัก โดยหากสถานการณ์โควิด-19 ลากยาวอาจจะต้องปรับกลยุทธ์ทุกเดือน แต่หากภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้นก็ต้องพยายามสร้างการเติบโตมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่รู้สถานการณ์จะเดินไปในทิศทางใด

อย่างไรก็ดี ภายในเดือน ก.ค.นี้ LINE BK จะมีความร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่เพื่อต่อยอดปล่อยสินเชื่อและฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น ในอนาคตมีแผนจะรุกธุรกิจประกันและการลงทุนเพิ่มเติม

ต้องยอมรับว่าการทำธุรกิจในช่วงวิกฤตโควิด-19 เป็นความท้าทายอย่างมาก ซึ่งในส่วนของ LINE BK เองก็คงต้องปรับแผนอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...