โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รักนี้สีรุ้ง ว่าด้วยเรื่องรักร่วมเพศในราชวงศ์ยุโรป - เพจพื้นที่ให้เล่า

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 03 ม.ค. 2563 เวลา 17.00 น. • เพจพื้นที่ให้เล่า

เกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กชั่ว รักร่วมเพศ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และในหลายวัฒนธรรม “ไม่ใช่ความลับ” บรรดาบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ต่างมีญาติหรือสมาชิกในครอบครัวที่มีชีวิตรักโลดโผนไม่เหมือนใคร เพราะไม่ว่าคุณจะรักใคร เพศไหน อายุ หรือสีผิวต่างกันเท่าใด ความรักต่างมีเส้นทางและจุดจบที่สวยงามตามแบบของตัวเอง และนี่คือ 3 บุคคลสำคัญที่มีเรื่องราวความรักไม่ธรรมดาแต่น่าสนใจ 

เจ้าชายฟิลิปที่ 1 ดยุกแห่งออร์เลอ็อง - ผู้ครองตำแหน่ง “สมเด็จปู่แห่งยุโรป” 

น้องชายแท้ๆ ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และลูกชายคนเล็กของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ฐานะที่สูงส่งของดยุกแห่งออร์เลอ็อง ทำให้ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์สายตรงที่มีอำนาจและความมั่งมีเป็นอันดับต้นๆ ของฝรั่งเศส นอกจากเกิดมาพร้อมช้อนเงินช้อนทอง ความสนใจในเพศเดียวกันของฟิลิปก็ปรากฎชัดตั้งแต่ยังเป็นเด็กชาย 

“สาวน้อยของแม่ - my little girl” คือคำที่พระนางอานน์ แห่งออสเตรีย ใช้เรียกลูกชายคนเล็กที่ชอบแต่งตัวแบบเด็กผู้หญิงมาตลอด 

เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ รสนิยมในการแต่งตัวข้ามเพศของเจ้าชายกลายเป็นที่จดจำของคนทั่วไป ทรงโปรดออกงานเลี้ยงสวมหน้ากากโดยสวมชุดแบบสตรี และแม้จะมีนิสัยส่วนตัวอย่างที่กล่าวมา เจ้าชายฟิลลิปก็เป็นผู้นำทางการทหารที่เข้มแข็ง สร้างความสำเร็จเป็นที่พอใจอยู่หลายครั้งและนำความมั่งคั่งมาสู่สายตระกูลจนมีคอลเลคชั่นงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พี่ชาย 

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ไม่ได้มีปัญหากับรสนิยมทางเพศของฟิลิป ในทางตรงกันข้าม ทรงมองเป็นเรื่องดีเพราะเท่ากับว่าสามารถตัดน้องชายออกจากการเป็นคู่แข่งทางการเมืองได้อีกคน ตอนอายุ 18 เจ้าชายพัฒนาความสัมพันธ์กับฟิลลิป เดอ ลอเร เพื่อนและคนรักที่จะมีบทบาทในชีวิตของพระองค์ไปจนตลอดชีวิต 

เจ้าชายฟิลิปแต่งงานมีครอบครัวเมื่ออายุ 21 ปี เจ้าสาวของพระองค์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้าหญิงเฮนเรียตตาแห่งอังกฤษ ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องเพราะมีปู่คนเดียวกันคือพระเจ้าอ็องรีที่ 4 แห่งฝรั่งเศส ชีวิตสมรสของสองพระองค์ค่อนข้างขม เจ้าชายฟิลิปประกาศชัด ไม่สามารถรักภรรยาสาวหากไม่ได้รับความยินยอมจากคนรักหนุ่ม (ฟิลลิป เดอ ลอเร) ทั้งสามใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นเวลาหลายปี ระหว่างนี้เจ้าหญิงเฮนเรียตตาให้กำเนิดทายาทสามคน ใต้ข่าวลือว่าเด็กๆ ที่เกิดมาไม่น่าใช่ลูกของเจ้าชาย แต่เป็นลูกของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้มีศักดิ์เป็นพี่เขยเสียมากกว่า 

เจ้าหญิงเฮนเรียตตาสิ้นพระชนม์ตอนอายุเพียง 26 พรรษา มีข่าวลือว่า เดอ ลอเร คนรักของเจ้าชายเป็นผู้วางยาเจ้าหญิง เพราะแค้นที่เฮนเรียตตาทูลขอให้พระเจ้าหลุยส์เนรเทศตนออกจากวังหลวง อย่างไรก็ดีผลจากการชันสูตรระบุว่าเจ้าหญิงน่าจะเสียชีวิตด้วยอาการเจ็บป่วยตามธรรมชาติมากกว่าการถูกยาพิษ 

เมื่อไร้ซึ่งภรรยา บรรดาเจ้าหญิงมากมายต่างถูกทาบทามเพื่อเติมเต็มที่ว่างในฐานะน้องสะใภ้เจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ไม่น่าแปลกใจที่ส่วนใหญ่ปฎิเสธ 

เจ้าหญิงเอลิซาเบ็ธ ชาร์ลอตต์ แห่งพาลาทิเนท คือผู้โชคดีที่ยอมรับข้อเสนอ เจ้าหญิงเอลิซาเบ็ธเป็นเจ้านายสายเยอรมัน ได้รับคำบรรยายว่า “งั้นๆ” กระทั่งเจ้าชายฟิลิปคร่ำครวญว่า “จะสามารถร่วมเตียงกับผู้หญิงแบบนี้ได้อย่างไร?” น่าแปลกใจที่การแต่งงานครั้งที่สองราบรื่นกว่าคราวก่อน ฟิลิปกับเอลิซาเบธมีชีวิตคู่ที่เรียบง่าย ต่างจากเจ้าหญิงเฮนเรียตตาที่หึงหวงและมีความคิดเป็นของตัวเองตลอดเวลา เอลิซาเบธเข้าใจและยอมย้ายออกจากห้องนอนของเจ้าชายทันทีที่ทั้งสองมีทายาทด้วยกัน 

ที่เป็นแบบนี้เพราะค่านิยมของภรรยาที่ดีของเยอรมันต่างจากอังกฤษและฝรั่งเศส เจ้าหญิงสายเยอรมันได้รับการสั่งสอนให้เป็นช้างเท้าหลังและมีความอดกลั้นมากกว่า พวกเธอรู้ว่าการแย่งชิงความรักไม่ใช่หน้าที่ของสตรีแต่ยินดีหลบฉากเพื่อเลี้ยงดูทายาทและเก็บกวาดบ้านให้น่าอยู่ 

เจ้าชายฟิลิปมีชีวิตต่อมาถึงอายุ 60 พรรษา ความสามารถของพระองค์วางรากฐานให้สายตระกูลออร์เลอ็องมั่งคั่งมาอีกหลายชั่วอายุคน ทายาทจากการแต่งงานทั้งสองครั้ง ได้ดิบได้ดีเป็นถึงราชินีแห่ง สเปน, ซาร์ดิเนีย (แคว้นอิสระในอิตาลี) และแคว้นสำคัญหลายแห่งในยุโรป ทุกวันนี้บรรดาราชวงศ์ต่างๆ ที่นับถือคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิก ล้วนมีเชื้อสายสืบมาจากทายาทของพระองค์ ทรงได้รับฉายาที่น่าภูมิใจ เป็น “สมเด็จปู่แห่งยุโรป”

เจ้าหญิงอิซาเบลล่าแห่งปาร์มา รักเดียวของจักรพรรดิโยเซ็ฟที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

อิสซาเบลล่าแห่งปาร์มาเป็นลูกสาวคนโตของฟิลิป ดยุกแห่งปาร์มากับเจ้าลูอิส เอลิซาเบธ ลูกสาวพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศส อิสซาเบลล่าแต่งงานกับเจ้าชายโซเซ็ฟ อาร์ชดยุกและรัชทายาทบัลลังก์ออสเตรียควบตำแหน่งจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ตอนอายุเพียง 18 ปี 

อาร์ชดยุกโจเซ็ฟตกหลุมรักอิซาเบลล่าตั้งแต่แรกเห็น พระองค์ตื่นเต้นกับเจ้าสาวคนใหม่และมอบความรัก ความใส่ใจให้พระนางมากขึ้นทุกวัน ถึงอย่างนั้นอิซาเบลล่ากลับตอบกลับทุกการกระทำของสามีด้วยการถอยห่างที่พ่วงมากับภาวะซึมเศร้า เป็นที่รู้กันว่าอิสซาเบลล่าโปรดใช้เวลาร่วมกับน้องสาวของสามี อาร์ชดัชเชส มาเรีย คริสตีน่า มากกว่า ทั้งคู่มีความสนใจในเรื่องดนตรีและศิลปะ และมักแลกเปลี่ยนจดหมายยาวเหยียดให้กันทุกวันทั้งที่อาศัยอยู่ในราชสำนักเดียวกัน

จดหมายที่อิสซาเบลล่าเขียนถึงมาเรีย คริสตีนา มีจำนวนมากถึง 200 ฉบับ ล้วนแล้วแต่พรรณาความรักลึกซึ้งที่มีให้ ตัวหนังสือของอิซาเบลล่าเต็มไปด้วยความสับสน และหมกมุ่นกับความตายมากขึ้นทุกวัน 

“ฉันเขียนถึงคุณอีกแล้ว น้องสาวผู้โหดร้าย แม้เราจะเพิ่งพบหน้ากัน ฉันทนไม่ไหวที่จะได้รู้คำตัดสินในโชคชะตา ฉันเพียงอยากรู้ว่าตัวเองควรค่าให้คุณรักบ้างหรือไม่ หรือคุณแค่อยากทิ้งฉันไว้กลางแม่น้ำตามลำพัง ฉันไม่อาจทนต่อความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ฉันคิดได้แค่ว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร การรักคนที่ไม่ควรรักช่างโหดร้าย แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย”

แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แต่ในฐานะภรรยาของรัชทายาท อิสซาเบลล่ามีหน้าที่มอบทายาทที่แข็งแรงให้ราชบัลลังก์ออสเตรีย เธอเกลียดและกลัวการมีลูก แต่คู่แต่งงานใหม่ก็มอบความหวังให้ทั้งประเทศด้วยข่าวการตั้งครรภ์ของอิสซาเบลล่าในเวลาเพียงหนึ่งปีหลังการแต่งงาน 

อิสซาเบลล่าซึมเศร้าจากการตั้งครรภ์และเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา เธอเริ่มนึกถึงความตาย และต้องนอนติดเตียงเป็นเวลาเกือบสองเดือนหลังให้กำเนิดลูกสาว ดูเหมือนว่าอาร์ชดยุกโจเซ็ฟจะไม่เข้าใจความเจ็บป่วยทางใจของภรรยา อิสซาเบลล่าตั้งท้องและแท้งอีกสองครั้ง และระหว่างการตั้งครรภ์ครั้งที่ 4 เธอป่วยเป็นไข้ทรพิษ แท้งลูก และเสียชีวิตตามไปไม่นาน ตอนนั้นอิสซาเบลล่าเพิ่งอายุ 21 ปี 

มาเรีย คริสติน่าแต่งงานในอีกสองปีต่อมา จดหมายทั้งหมดที่เขียนด้วยลายมือเธอถูกทำลายหลังมาเรีย คริสติน่าสิ้นพระชนม์ ทำให้เนื้อหาที่ทรงตอบกลับเจ้าหญิงอิซาเบลล่ากลายเป็นความลับตลอดไป ในขณะที่อาร์ชดยุกโจเซ็ฟแต่งงานใหม่กับเจ้าหญิงมาเรีย โฌเซฟา แห่งบาวาเรีย การแต่งงานครั้งนี้ไม่มีความสุข โจเซ็ฟไม่แคยลืมอิสซาเบลล่า ทรงไม่มีทายาทจากการแต่งงานครั้งใหม่และเมื่อลูกสาวคนเดียวของโจเซ็ฟกับอิสซาเบลล่าเสียชีวิตตอนอายุเพียง 7 ปี โจเซ็ฟใจสลายและแทบไม่เคยออกงานสังคมอีก

เจ้าชายปีเตอร์ ดยุกแห่ง โฮเดนเบิร์ก น้องเขยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ของรัสเซีย 

‘โดยที่ไม่รู้ว่ามีความสุขหรือไม่ เมื่อปีเตอร์บอกรักและขอแต่งงาน เราตอบไปสั้นๆ ว่า 'ขอบคุณ' ’ แกรนด์ดัชเชสโอลก้า น้องสาวคนเล็กของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 บันทึกไว้ในไดอารี่ 

แน่นอนว่าการแต่งงานของแกรนด์ดัชเชสของราชวงศ์โรมานอฟเกิดขึ้นเพราะความเหมาะสม โอลก้าในวัย 19 เลือกแต่งงานกับชายที่แก่กว่า 14 ปี ติดพนัน และที่สำคัญเป็นพวกรักร่วมเพศ 

‘แม่เชื่อว่าลูกคงคาดไม่ถึง โอลก้าหมั้นหมายกับปีเตอร์และพวกเขาดูมีความสุขมาก แม่ไม่มีอะไรคัดค้านนอกจากอวยพรให้ทั้งสองมีความสุข ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ’ 

จักรพรรดินีมารีเรีย เฟโอโดรอฟ เขียนจดหมายถึงลูกชาย พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สอง หลังได้รับข่าวเรื่องลูกสาว 

‘ลูกก็ไม่อยากเชื่อว่าโอลก้าหมั้นหมายแล้วจริงๆ สงสัยพวกเขาจะเมาหนักเมื่อคืนนี้’

ซาร์นิโคลัสที่สองตอบกลับไปด้วยอารมณ์ขันไม่แพ้กัน ที่เป็นแบบนั้นเพราะครอบครัวของบ่าวสาว เชื่อมาตลอดว่าเจ้าชายปีเตอร์ไม่สนใจสตรี หรือนี่จะเป็นข้อยกเว้นสำหรับหนุ่มที่ครองโสดมายาวนาน? 

อันที่จริงโอลก้ารับรู้ความจริงข้อนี้แต่อยากใช้ข้ออ้างจากการแต่งงานเพื่อหลบหนีการดูแลที่เข้มงวดของพระมารดา เป็นที่รู้กันว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองห่างเหินเย็นชา โอลก้าและปีเตอร์ไม่เคยร่วมเตียงกันจริงๆ คู่แต่งงานใหม่ใช้ชีวิตแบบตัวใครตัวมัน ปีเตอร์ออกไปเล่นพนันคบหาหนุ่มน้อยมากหน้าหลายตา ส่วนโอลก้าทำงานการกุศล วาดภาพ และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับหลานสาวทั้งสี่ โอลก้า, ทาเทียน่า, มาเรีย และ อนาสตาเซีย ลูกสาวน้อยๆ ของซาร์นิโคลัสผู้เป็นพี่ชาย 

สองปีหลังการแต่งงานเมื่อโอลก้าเจอชายในฝันเป็นนายทหารหนุ่มรูปร่างสูงนามว่านิโคไล คิลิคอฟสกี้ โอลก้าสารภาพว่ามีชายอื่นและปราถนาการหย่า แต่กลับได้รับคำเสนอจากสามีว่าเขายินดีจะให้นิโคไลย้ายมาประจำการเป็นผู้ช่วยของเขา เพื่อให้ทั้งสองมีโอกาสอยู่ใกล้กัน 

คู่แต่งงาน(ในนาม) อยู่ร่วมกันแบบนี้เป็นเวลาร่วม 12 ปี กระทั่งรัสเซียเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 และพระเจ้าซาร์ยอมอนุญาตให้การแต่งงานปลอมๆ นี้จบสิ้นลง เปิดทางให้น้องสาวคนสุดท้องได้แต่งงานกับคนรักก่อนการปฎิวัติรัสเซียจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีต่อมา

ปีเตอร์เสียชีวิตในปี 1924 ที่ประเทศฝรั่งเศส เขาอายุ 55 ปี ในขณะที่โอลก้าและครอบครัวลี้ภัยไปเดนมาร์กและแคนาดา เธอเสียชีวิตในวัย 78 ปี ถือเป็นแกรนด์ดัชเชสคนสุดท้ายของราชวงศ์โรมานอฟ 

.

.

ติดตามบทความของเพจพื้นที่ให้เล่า ได้บน LINE TODAY ทุกวันเสาร์

.

.

References: 

https://en.wikipedia.org/wiki/Philippe_I,_Duke_of_Orl%C3%A9ans 

https://en.wikipedia.org/wiki/Princess_Isabella_of_Parma 

https://en.wikipedia.org/wiki/Duke_Peter_Alexandrovich_of_Oldenburg

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...