“TMBWDEQ” ลุย ‘หุ้นทั่วโลก’...ทางเลือก “Core Port”-ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว!!!
Wealthy Thai
อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 22.20 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2565 เวลา 16.49 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดากองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้“Morningstar 5 ดาว” ในครั้งนี้อยู่ในกลุ่ม“กองทุนรวมหุ้นโลก(Global Equity)”
ในอดีตนักลงทุนหลายๆคนอาจจะต้องใช้เวลาในการศึกษาหรือหาแนวทางในการเลือกสินทรัพย์ต่างๆเข้ามาเป็น“พอร์ตหลัก” หรือ“Core Portfolio” ที่นักลงทุนไม่ต้องเปลี่ยนแปลงการลงทุนอะไรมากนัก
แต่ในปัจจุบันเองก็มีนักลงทุนไม่น้อยที่จะเลือก“กองทุนรวม” เข้ามาเป็นพอร์ตหลักเพื่อให้ผู้จัดการกองทุนเป็นผู้ดูแลและจัดการเงินต้นในส่วนนี้ให้
ซึ่งประเภทหรือนโยบายการลงทุนของกองทุนในปัจจุบันนั้นก็จะมีให้เลือกสรรอย่างมากมายโดยเกณฑ์การคัดเลือกกองทุนที่จะเข้ามาเป็นพอร์ตหลักก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล
ในวันนี้ทาง‘Wealthy Thai’ มีอีกหนึ่งกองทุนรวมที่ถูกพูดถึงหรือถูกหยิบยกขึ้นมาให้เป็นพอร์ตหลักในการลงทุนอย่าง“กองทุนรวมหุ้นทั่วโลก” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“TMBWDEQ” ร่วมเติบโตไปกับ‘หุ้นทั่วโลก’…ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว
โดยกองทุนที่เราได้หยิบยกขึ้นมามีชื่อว่า“กองทุนเปิดทหารไทยWorld Equity Index” หรือ“TMBWDEQ” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ“บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทยจำกัด” และยังเป็นกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับจาก“มอร์นิ่งสตาร์5 ดาว” อีกด้วยเช่นกัน
สำหรับกองTMBWDEQ เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภทFeeder Fund ที่เน้นลงทุนแบบมีความเสี่ยงต่างประเทศโดยได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่9 สิงหาคม2550 จนถึงปัจจุบัน(ณวันที่10 มกราคม2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่1,064,524,000 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่21.54 บาทต่อหน่วย
“ในแง่ของด้านนโยบายการลงทุนของกองนั้นจะกระจายลงทุนในตราสารทุน(หุ้น) ทั่วโลกผ่านกองทุนหลักหรือจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือเป็นการนำเงินของผู้ลงทุนไปลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศอีกหนึ่งทอดซึ่งกองทุนของกองTMBWDEQ จะเป็น‘Lyxor UCITS ETF MSCI WORLD’ ที่จัดตั้งและจัดการโดยLyxor International Asset Management”ซึ่งนโยบายการลงทุนเป็นลักษณะPassive Fund ตามสไตล์ของกองที่เป็นETF ที่จะมีความแตกต่างจากกองทุนทั่วไปเนื่องจากกรอบหรือขอบเขตการลงทุนจะมุ่งเน้นที่นโยบายลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับ‘ดัชนีMSCI WORLD NET TOTALRETURN’ ซึ่งกระจายการลงทุนในหุ้นของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเคลื่อนไหวให้ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดมากที่สุด
“การใช้‘หุ้นทั่วโลก’ มาไว้เป็นCore Port ในการลงทุนไม่เพียงจะช่วยในเรื่องของการกระจายความเสี่ยงเท่านั้นแต่ยังทำให้คุณไม่พลาดโอกาสลงทุนจากการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณอีกด้วย”
โดยจากข้อมูลที่ทางเราได้มีการสืบค้นเกี่ยวกับสัดส่วนการลงทุนหรือการกระจายเงินลงทุนในหุ้นรายประเทศ5 อันดับแรกของกองทุนหลักนั้น(ข้อมูลณวันที่11 ม.ค. 65) จะประกอบไปด้วย
-สหรัฐฯ68.08%
-ญี่ปุ่น6.30%
-สหราชอาณาจักร4.08%
-แคนาดา3.33%
-ฝรั่งเศส3.16%
และกลุ่มอุตสาหกรรม5 อันดับแรกที่กองทุนหลักลงทุนได้แก่
-Information Technology22.96%-Financials13.98%-Health Care12.32%-Consumer Discretionary12.27%-Industrials10.19%
“ด้วยนโยบายการลงทุนที่มีการกระจายในหุ้นประเทศต่างๆนักลงทุนหลายอาจจะสงสัยว่าในแง่ของผลการดำเนินงานนั้นจะสามารถได้ดีเพียงใดซึ่งในฝั่งของ‘TMBWDEQ’ ตั้งแต่จัดตั้งกองถึงปัจจุบัน(ข้อมูลณวันที่12 ม.ค. 65) อยู่ในระดับที่5.58% ต่อปีในส่วนของความผันผวนของผลการดำเนินงานจะอยู่ที่16.16% ต่อปีแต่อย่างไรก็ดีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา5 ปีอยู่ที่-30.23%”
สำหรับนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปของกองทุนจะอยู่ที่1 บาทในส่วนการขายคืนนั้นผู้ลงทุนสามารถทำโดยอิสระหรือกองทุนไม่ได้มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำแต่ยังคงมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่3 วันทำการถัดจากวันที่ขาย(T+3)ทั้งนี้สำหรับช่องทางการซื้อขายกองทุนก็สามารถทำได้หลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นในช่องทางออฟไลน์อย่างธนาคารทหารไทยธนชาตจำกัด(มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านFundLink Online
“การจะคัดเลือกสินทรัพย์หรือกองทุนรวมเข้ามาเป็น‘พอร์ตหลัก’ ที่มีมากมายในอุตสาหกรรมทำให้นักลงทุนสามารถเลือกได้ตามความชอบหรือการรับความเสี่ยงซึ่ง‘กองทุนรวมหุ้นโลก’ เองก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจและมีความผันผวนที่ต่ำจึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงของการลงทุนที่ไม่สูงมากนักได้เป็นอย่างดี”