โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สดุดี “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงสถิตในดวงใจไทยชั่วนิรันดร์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 05.12 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2568 เวลา 02.16 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2475 ทรงเป็นพระธิดาองค์ใหญ่ใน พลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร (ราชสกุลเดิม สนิทวงศ์) ประสูติ ณ บ้านของพลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ซึ่งเป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ 1808 ถนนพระราม 6 ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร

ทรงเจริญพระชันษาท่ามกลางความผันผวนของยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และทรงได้รับการปลูกฝังเรื่องวินัย ความกล้า และความเสียสละจากพระบิดาผู้เป็นทหาร ทำให้ทรงมีจิตสำนึกแห่งการรับใช้แผ่นดินตั้งแต่วัยเยาว์ สำหรับพระนาม “สิริกิติ์” ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร”

ในด้านการศึกษา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มศึกษาชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด ในพุทธศักราช 2479 ต่อมาในพุทธศักราช 2483 ได้ย้ายไปทรงศึกษาชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ถนนสามเสน ณ ที่นั่น ทรงเริ่มเรียนเปียโนและทรงหลงใหลในดนตรีคลาสสิก

กลางพุทธศักราช 2489 เมื่อพระบิดาทรงได้รับแต่งตั้งเป็นอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษ จึงทรงตามเสด็จพระบิดาไปประทับ ณ ต่างประเทศ และทรงศึกษาต่อด้านดนตรี ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสอย่างขะมักเขม้น

จากราชสำนักโลซานน์ สู่ราชินีแห่งสยาม

พุทธศักราช 2491 ขณะประทับ ณ กรุงปารีส หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้มีโอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช) ซึ่งขณะนั้นทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2491 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมหลวงบัวพาบุตรีทั้งสอง คือ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์และหม่อมราชวงศ์บุษบา เข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการเป็นประจำ ความใกล้ชิดและความเข้าพระทัยลึกซึ้งระหว่างทั้งสองพระองค์ ได้ก่อกำเนิดเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค จากนั้นวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ทั้งสองพระองค์ทรงหมั้น และในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม

คู่พระบารมีแห่งแผ่นดินไทย

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

ตลอดรัชสมัยรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระบรมราชินีได้เสด็จพระราชดำเนินเคียงข้างในทุกพระราชภารกิจ ทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกล และเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงผนวชในปี พ.ศ. 2499 พระองค์ยังได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และทรงได้รับสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”

พระราชกรณียกิจอันเป็นมรดกแห่งแผ่นดิน

สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงอุทิศพระวรกายเพื่อราษฎร พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่คือการก่อตั้ง “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ” เพื่อส่งเสริมอาชีพสตรีชนบท อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพลิกฟื้นชีวิตราษฎรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พระราชดำริ “ปลูกป่าในใจคน” ได้กลายเป็นแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมที่ลึกซึ้ง โดยทรงเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต และในยามประเทศประสบภัย พระองค์มักเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนผู้ประสบความเดือดร้อนด้วยพระเมตตาเสมอมา

น้อมถวายอาลัย "แม่ของแผ่นดิน"

ด้วยพระเมตตาและการอุทิศพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์จึงได้รับการถวายพระสมัญญาว่า “แม่แห่งชาติ” พระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ สะท้อนถึงแบบอย่างของสตรีไทย ทรงเป็นทั้ง “สัญลักษณ์แห่งความเป็นหญิงไทย” และ “หัวใจแห่งความรักในผืนแผ่นดิน”

บัดนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคตแล้ว เมื่อวันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แต่พระราชจริยวัตรอันงดงาม พระมหากรุณาธิคุณผ่านพระราชกรณียกิจนานัปการ จะยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยชั่วนิรันดร์

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...