โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดจบในอุ้งมือนายกฯตระกูลชิน

แนวหน้า

เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

ประเด็นการเมืองกลับมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคำร้องถอดถอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุนเซน ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นี้ เวลาบ่ายสามโมงเป็นต้นไปท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดอย่างต่อเนื่องว่าจะชิงลาออกก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยออกมา

เรื่องการลาออกของน.ส.แพทองธาร เคยถูกวิเคราะห์ความเป็นไปได้มาก่อนหน้านี้ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น โอกาสรอดเป็นไปได้น้อยมากหากลาออกก่อนยังอาจมีอนาคตทางการเมืองจะทำให้ศาลยุติการวินิจฉัย แถมอ้างได้ว่ามีจิตสำนึกแสดงสปิริตของผู้นำ และนายใหญ่ยังเป็นผู้กำหนดเกมส่งนายชัยเกษม นิติสิริ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กุมอำนาจต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ดูเหมือนความเป็นไปได้ในการลาออกของ น.ส.แพทองธาร จะถูกปิดตายลงไปชั่วขณะ หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้พ่อ ขึ้นไปประกาศบนเวทีแห่งหนึ่งเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมทางเลือก3 ทางคือ หากไม่ผิดน.ส.แพทองธารก็กลับมาทำหน้าที่นายกฯต่อ ถ้าไม่รอดก็เสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ และทางสุดท้ายคือยุบสภา

กระแสการเมืองที่ผ่านมา จึงเชื่อว่า นายทักษิณ ชินวัตร จะเข็นซากบุตรสาวไปให้สุดทาง คงไม่ให้ลาออกหรือ ยุบสภาง่ายๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังมีไพ่ให้เล่นอยู่ในมือ รวมทั้งนายทักษิณเองเชื่อว่าศาลจะรับฟังข้อเท็จจริง และเหตุผลในการกระทำอย่างบริสุทธิ์ใจของ น.ส.แพทองธาร ต่อความพยายามแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างสันติวิธี

แต่หลังจากน.ส.แพทองธาร ได้ขอขยายเวลาชี้แจงถึง 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วันโดยให้เหตุผลว่าทำคำชี้แจงไม่ทัน จึงเริ่มมีคำถามว่า แค่คลิป 17 นาที ทำไมต้องใช้เวลาเขียนคำชี้แจงนานเป็นเดือนๆ และถ้ามั่นใจว่าที่ทำมาทั้งหมดนั้นบริสุทธิ์ใจจริง ก็ควรจะรีบชี้แจงให้จบเพื่อสร้างความชัดเจนทางการเมืองโดยเฉพาะในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ประเทศชาติกำลังมีภัยคุกคามความมั่นคง

การซื้อเวลาดังกล่าว บวกกับอาการกบดานเงียบๆ ของนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในช่วงที่ผ่านมานี่เอง ทำให้เกิดกระแสว่าไพ่การเมืองกำลังจะถูกเปลี่ยนหน้าเล่น สมการทางการเมืองฉากใหม่กำลังถูกจัดวางบนกระดาน รอแค่จังหวะเท่านั้น ซึ่งทุกฉากทัศน์ย่อมเป็นไปได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมืองในเวลานั้นๆ

โดยเฉพาะล่าสุด มีผลสำรวจของนิด้าโพลออกมาอย่างน่าตกใจว่า คนไทยให้ความไว้วางใจและพึงพอใจรัฐบาลต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เหลือต่ำมากเพียงแค่ 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ขณะที่ระดับความไว้วางใจกองทัพพุ่งสูงสุดกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวชี้บอกนัยทางการเมืองได้ในระดับหนึ่งว่า คนไทยไม่เอารัฐบาลชุดนี้แล้ว

ทั้งนี้ กระแสข่าวการชิงลาออกของ น.ส.แพทองธารในทางการเมืองสามารถมองได้หลายมุม รวมถึงประเด็นที่ว่า เป็นการส่งสัญญาณของผู้กำหนดเกม ยอมถอยหนึ่งก้าวให้ น.ส.แพทองธารลาออก หวังลดแรงกดดัน และรักษาเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลในการโหวตนายกฯคนใหม่เพื่อยึดกุมอำนาจทางการเมืองต่อไป

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า เวลาของน.ส.แพทองธารได้หมดสิ้นลงแล้ว หลังเกิดศึกไทย-เขมร ท้ายสุดไม่ว่าจะลาออกหรือไม่ก็ตาม และในบริบททางการเมืองนั้นก็ถือว่าจบแล้วเช่นกัน หากยังคิดฝืนที่จะไปต่อ ไม่ว่าเป็นน.ส.แพทองธาร หรือนายชัยเกษมคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ได้เลยไปไกลถึงขั้นประชาชนไม่เอารัฐบาลภายใต้อุ้งมือตระกูลชินวัตรแล้ว

เพราะฉะนั้นผู้กุมอำนาจตัวจริง ควรต้องคิดให้ถี่ถ้วนและมองสถานการณ์จริงให้รอบด้าน ต้องเลิกหลงตัวเองหรือมัวเมาในอำนาจ วันนี้ประเทศไทยสูญเสียผลประโยชน์ และสูญเสียโอกาสไปกับวิกฤตการเมืองมามากเกินพอ อย่าต้องให้ประชาชนออกมาตะโกนขับไล่ทั้งแผ่นดินอีกเลย เพราะแค่ต้องสู้กับผู้นำสองพ่อลูกเขมรก็เหนื่อยมากพอแรงแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...