โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฟดเสียงแตก 10 ต่อ 2 ลดดอกเบี้ย 0.25% “พาวเวลล์” ส่งสัญญาณยังไม่แน่ลดอีก ธ.ค.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 23.55 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ต.ค. 68) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ “เสียงแตก” ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่นนิวยอร์ก

มติดังกล่าวผ่านด้วยคะแนน10 ต่อ 2 เสียง ให้ลดกรอบอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 3.75%–4.00% ตามที่ตลาดคาดหมาย เพื่อชะลอแรงหน่วงของตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแรงลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่เฟดจับตาอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม การลงมติครั้งนี้สะท้อนความเห็นที่แตกต่างในคณะกรรมการอย่างชัดเจน “ฝ่ายเหยี่ยว” (Hawkish) เช่น เจฟ ชมิด จากเฟดสาขาแคนซัสซิตี เห็นควร “คงดอกเบี้ยไว้” ขณะที่ “ฝ่ายพิราบ” (Dovish) อย่าง สตีเฟน มีแรน เสนอให้ “ลดมากกว่านี้อีก 0.50%” สะท้อนความไม่เป็นเอกภาพต่อระดับการผ่อนคลายที่เหมาะสม ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2%

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เจ้าหน้าที่เฟดยังไม่สามารถหาฉันทามติร่วมกันได้เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า พร้อมเตือนว่าตลาดการเงิน “ไม่ควรคาดการณ์ล่วงหน้า” ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคมนี้

รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า อูโตะ ชิโนฮาระ นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโสจาก Mesirow Currency Management เมืองชิคาโก มองว่า แม้เฟดจะลดดอกเบี้ยตามคาด แต่ท่าทีระมัดระวังของพาวเวลล์ และเสียงคัดค้านจากกรรมการฝั่งเข้มงวดอย่าง ชมิด สะท้อนว่าการลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคมยังไม่แน่นอน ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

ด้าน ดิมิตรี ซิลวา กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายอัตราดอกเบี้ยและสกุลเงินโลก บริษัทจัดการสินทรัพย์Reams Asset Management ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบริหารการลงทุนและตราสารหนี้ของสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า เสียงคัดค้านในครั้งนี้ไม่เหนือความคาดหมาย เนื่องจากจาก dot plot เดือนกันยายน กรรมการบางส่วนคาดว่าจะไม่มีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้

ซิลวา ยังคาดว่า เฟดจะ ยุติโครงการลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening: QT) ในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยจะนำเงินจากพันธบัตรที่ครบกำหนดกลับมาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลชุดใหม่ และนำเงินจากการชำระคืนสินเชื่อจำนองไปลงทุนในตั๋วเงินคลังสหรัฐ (U.S. T-bills) ซึ่งสอดคล้องกับสัญญาณที่เฟดส่งไว้ก่อนหน้านี้ว่า กระบวนการ QT กำลังเข้าสู่ช่วงสิ้นสุด หลังตลาดเงินเริ่มเผชิญสภาพคล่องตึงตัว

นโยบาย“Quantitative Tightening” (QT) คือ มาตรการทางการเงินที่ธนาคารกลางใช้เพื่อลดสภาพคล่องและดูดเงินออกจากระบบเศรษฐกิจ โดยการขายสินทรัพย์ทางการเงินที่ถือครอง หรือปล่อยให้สินทรัพย์ครบกำหนดโดยไม่ซื้อกลับ มาตรการนี้ตรงข้ามกับ “Quantitative Easing” (QE) ซึ่งเป็นการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ

อ้างอิง : Reuters / Federal Reserve

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...