โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

โตโยต้า แพ้คดี ภาษีพรีอุส ศาลฎีกาตัดสินต้องจ่ายกว่าหมื่นล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ย 2565 เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2565 เวลา 12.16 น.

อัพเดตข้อมูลล่าสุด 15 กันยายน 2565 เวลา 19.16 น.

“โตโยต้า” แพ้คดีภาษีนำเข้าชิ้นส่วน โตโยต้าพรีอุส ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิพากษา ต้องจ่ายคิดเป็นทุนทรัพย์รวมหมื่นล้านบาทเศษ โตโยต้าออกแถลงการณ์แจงเคารพต่อคำพิพากษาของศาลฎีกา ยันบริษัทฯยึดมั่นประกอบธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ โฆษกกรมศุลฯย้ำ ต้องชำระภาษีภายใน 30 วัน ตามคำสั่งศาล

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน 2565 องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยวิธีถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไปยังศาลภาษีอากรกลาง คดีระหว่างบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โจทก์ กรมศุลกากร จำเลยที่ 1 และกรมสรรพากรจำเลยที่ 2 รวม 10 คดี คิดเป็นทุนทรัพย์รวมหมื่นล้านบาทเศษ

คดีทั้งสิบเรื่องโจทก์ฟ้องว่า ระหว่างปี 2553 ถึง 2555 โจทก์นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อนำมาผลิตรถยนต์โตโยต้า รุ่นพรีอุส โดยอาศัยสิทธิตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 และมาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (JTEPA)

โจทก์จึงขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยทั้งสองให้การว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร เห็นว่า ชิ้นส่วนรถยนต์ที่โจทก์นำเข้าเมื่อประกอบเข้าด้วยกันแล้วมีลักษณะอันเป็นสาระสำคัญขอรถยนต์โตโยต้า รุ่นพรีอุส และสามารถนำไปประกอบเป็นรถยนต์โตโยต้ารุ่นพรีอุส ได้ทันที จึงต้องจำแนกเข้าประเภทพิกัดของชิ้นส่วนที่สมบูรณ์หรือสำเร็จแล้วที่นำเข้ามาโดยถอดแยกออกจากกันหรือยังไม่ได้ประกอบเข้าด้วยกันในฐานะที่เป็นชิ้นส่วนครบชุดสมบูรณ์ ประเภทพิกัด 8703.23.81 หรือ 8703.23.51 (ตามช่วงเวลาที่นำเข้า)

ตามหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร ข้อ 1 ข้อ 2 (ก) และข้อ 6 ในภาค 1 ท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 จึงไม่ได้รับยกเว้นอากรและลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลังที่ออกมาเพื่อให้เป็นไปตามความตกลง JTEPA

และไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 18) ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2553 ทั้งไม่ได้รับสิทธิลดอัตราอากรในอัตราอากรขาเข้าร้อยละ 30 ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศลกากร พ.ศ. 2530 การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ให้คิดอัตราอากรขาเข้าร้อยละ 80 ชอบแล้ว ส่วนประเด็นอื่นศาลไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน

โตโยต้า ไทยแลนด์ ร่อนหนังสือชี้แจง

วันที่ 15 กันยายน 2565 รายงานจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แจ้งว่า หลังจากวันนี้ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาคดีพรีอุส ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการตีความอัตราอากรขาเข้าสำหรับชิ้นส่วนรถยนต์พรีอุส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จึงใคร่ขอ แถลงการณ์เกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าว ดังต่อไปนี้

“บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (‘บริษัท’) ขอแสดงความเคารพต่อคำพิพากษาของศาลฎีกาในวันนี้ ทั้งนี้ คดีดังกล่าวนี้มีประเด็นเกี่ยวกับการตีความข้อกฎหมายซึ่งยังไม่เคยมีการวินิจฉัยมาก่อน และเป็นประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์และข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น

กล่าวคือ บริษัทได้ใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาระหว่างสองประเทศ ที่เรียกว่าความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) เพื่อลดอัตราอากรขาเข้าในการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์พรีอุส ซึ่งในปี 2553 หน่วยงานราชการของไทยที่เกี่ยวข้องได้อนุมัติการใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้ว บริษัทจึงมีความเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า บริษัทได้ดำเนินการตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าดังกล่าวอย่างถูกต้องมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2555 กรมศุลกากรได้ตีความกฎการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์พรีอุสในแนวทางซึ่งแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งทำให้บริษัทมีภาระภาษีและอากรขาเข้าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก คำพิพากษาของศาลฎีกาในวันนี้ได้ตีความในแนวทางเดียวกันกับการตีความของกรมศุลกากร ดังนั้น เมื่อบริษัทได้รับสำเนาคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว บริษัทจะศึกษารายละเอียดของคำพิพากษา และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ต่อไป

บริษัทขอยืนยันว่า บริษัทยึดมั่นที่จะประกอบธุรกิจของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยและพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อให้ลูกค้าในประเทศไทยได้รับความพึงพอใจสูงสุด และเพื่อส่งเสริมพันธกิจขององค์กรในการขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย”

แถลงการณ์จากโตโยต้า

ศุลกากรย้ำต้องชำระภาษีภายใน 1 เดือน

นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรณีที่ศาลฎีกาพิพากษาคดีภาษีนำเข้าชิ้นส่วน โตโยต้าพรีอุส ต้องจ่ายคิดเป็นทุนทรัพย์รวมหมื่นล้านบาทเศษนั้น กรมยืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้แพ้คดีต่อกรมศุลกากร โดยบริษัทต้องชำระค่าภาษีอากรต่อกรมศุลกากรรวม 1 หมื่นล้านบาทภายใน 1 เดือนหลังจากวันที่มีคำพิพากษา

“เมื่อศาลสั่งแล้ว บริษัทต้องชำระภาษีอากรที่ขาดไปภายใน 30 วัน หลังได้รับคำสั่งศาล โดยบริษัทไม่สามารถอุทธรณ์ได้อีกแล้ว เพราะคำสั่งศาลดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุด และทางกรมศุลฯก็ไม่ต้องทำหนังสือไปยังบริษัทด้วย สำหรับเม็ดเงินภาษีที่ต้องชำระนั้น ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท” โฆษกกรมศุลกากรกล่าว

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะบริษัทเสียภาษีไม่ครบถ้วน โดยบริษัทสำแดงการนำเข้าสินค้าในลักษณะชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีตามความตกลงระหว่างไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ(JTEPA) และอาศัยสิทธิตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 และ 14 แห่ง พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530

กรมศุลฯเห็นว่า การนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ดังกล่าวนั้น เป็นการนำเข้ามาเพื่อประกอบรถยนต์ได้ทันทีทั้งคัน จึงไม่ควรได้รับการยกเว้นอากร และลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลังที่ออกมา จึงต้องเสียภาษีในอัตรา 80% ไม่ใช่ 30% ตามที่บริษัทได้ชำระไว้

คดีโตโยต้า
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...