โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ต้องเป็นตัวเองสักวันดูก็ได้ ‘The Batman Effect’ จิตวิทยาของการสร้างเราอีกคนเพื่อแบ่งเบาความรู้สึก

Future Trends

อัพเดต 13 ม.ค. 2566 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2565 เวลา 11.54 น.

ไม่ว่าจะเป็นงานหรือชีวิต ทั้งเด็กจบใหม่ คนที่ทำงานมาได้สักระยะหนึ่ง หรือระดับ C-Level ก็ตาม ทุกคนต่างก็มีเรื่องให้เครียด ให้กังวลเหมือนกันหมด วัยเรียน ต่อให้เรารู้สึกแย่แค่ไหนก็ยังมีเพื่อนทำตัวเป็นกองเชียร์อยู่ข้างๆ คอยปลอบใจ เป็นที่ระบายในวันที่เหนื่อยล้าอยู่เสมอ

แต่พอสิ้นสุดการเดินทางจากรั้วมหาวิทยาลัย ก้าวเข้าสู่ชีวิตบทใหม่อย่างวัยทำงาน ถึงที่สุดแล้ว ต่อให้จะรู้สึกหนักอกหนักใจ เต็มไปด้วยสารพัดเรื่องราวน่าปวดหัวมากเท่าไร ก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้อยู่ดี

“ไม่มีเรื่องให้เครียดสักวันจะได้ไหม?”
“หยุดทำงานสัก 24 ชั่วโมง ขอนอนแบบสบายๆ บ้างไม่ได้เหรอ?”

Image by luis_molinero on Freepik

มีบทความหนึ่งบนเว็บไซต์สำนักข่าวบีบีซี (BBC) ได้บอกเล่าถึงเคล็ดลับการรับมือกับความ Suffer จากความเครียด ความกังวลที่ถาโถมเข้ามาไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘The Batman Effect’ จิตวิทยาการใช้ ‘Alter Ego’ สร้างตัวเราอีกคนขึ้นมาโดยการสวมตัวเองเป็นอีกคนที่มี Character บุคลิกต่างกับเวอร์ชันปกติอย่างสุดขั้ว โดยหลักๆ แล้ว ก็เพื่อแบ่งเบาความรู้สึกแย่ๆ ปลดปล่อยความเครียดออกไป และเสริมสร้างความมั่นใจให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น

ราเชล ไวต์ (Rachel White) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแฮมิลตัน (Hamilton College) อธิบายว่า “The Batman Effect เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เราได้เว้นระยะห่างกับตัวเอง (Self-distancing) ช่วยควบคุมความรู้สึกไม่ต้องการ อย่างเช่น ความเครียด การเพิ่มความอุตสาหะในการทำงานที่ท้าทาย และการกระตุ้นการควบคุมตัวเอง (Self-control)”

หรือสรุปง่ายๆ ว่า การละทิ้ง ถอยห่างจากตัวตนเดิมแล้วสวมใส่หน้ากากเป็นอีกคนเหมือนตอนเด็กๆ ที่เราเล่น Superhero ทำให้มุมมองต่อสถานการณ์เปลี่ยนไป จากเดิมที่เครียดก็กลายเป็นมั่นใจขึ้น ทำงานได้ดีขึ้นเพราะมุมมองที่กว้างกว่าเดิมนั่นเอง

the-batman-effect-how-having-an-alter-ego-empowers-you 2

นอกจากนี้ บทความยังเล่าด้วยว่า จริงๆ แล้ว ทุกวันนี้ก็มีดารา คนดังหลายคนหยิบเคล็ดลับนี้ไปใช้อย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น บียอนเซ่ (Beyoncé) ที่สร้างอีกตัวตนหนึ่งภายใต้ชื่อ ‘ซาชา เฟียรส์ (Sasha Fierce)’ เพื่อเรียกความมั่นใจเวลารู้สึกประหม่ากับสายตาคนดู

หรืออย่างอเดล (Adele) ที่มีอีกตัวตนที่ชื่อว่า ‘ซาชา คาร์เตอร์ (Sasha Carter)’ ก็ด้วย ซึ่งก็การเป็นการผสมผสานระหว่างตัวตนที่สองของบียอนเซ่กับจูน คาร์เตอร์ (June Carter) นักร้องแนวเพลงคันทรีนั่นเอง

งานวิจัยของอีธาน ครอส (Ethan Kross) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน (The University of Michigan) ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงมุมมองเพียงเล็กน้อยทำให้คนเราควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้ดีขึ้น อีกทั้ง ยังลดอัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิตที่ผิดปกติด้วย

สอดคล้องกับผลการศึกษาเรื่อง The Batman Effect ในวารสารพัฒนาการเด็ก (Journal Child Development) จากการทดลองผ่านกลุ่มตัวอย่างโดยให้เด็กแต่งตัวเป็นตัวละครโปรด หรือการ์ตูนต่างๆ ทั้งแบตแมน (Batman), ราพันเซล (Rapunzel) และดอร่า (Dora)

ผลปรากฏว่า พวกเขามีแนวโน้มจะทำงานเสร็จได้มากกว่าอีกกลุ่มที่ไม่แต่งตัว เห็นได้จากเด็ก 6 ขวบ และ 4 ขวบ ที่แต่งตัวแล้วใช้เวลาโฟกัสกับงานถึง 55 เปอร์เซ็นต์ และ 32 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ต่างจากเด็ก 6 ขวบ และ 4 ขวบ ที่ไม่ได้แต่งตัวอะไรแต่ใช้เวลาโฟกัสกับงานแค่ 35 เปอร์เซ็นต์ และ 20 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

เพราะฉะนั้น อีโกจึงไม่ใช่สิ่งไม่ดี มีความหมายเชิงลบ เป็นปีศาจข้างในจิตใจเราทุกคนเสมอไป เหมือนอย่างที่หลายๆ คนมักจะเข้าใจกันว่า คนที่มีอีโกเป็นหนึ่งในบุคคลต้องห้ามที่ไม่ควรข้องแวะด้วย แต่ในความเป็นจริง หากเรารู้จักหยิบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ Turn on กับ Turn off มันให้ถูกจังหวะโดยไม่หลงลืมตัวตนที่แท้จริง หรือใช้มันจนเกินขอบเขตก็จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ไม่ยากแบบเดียวกันบียอนเซ่ และอเดลนั่นเอง

งานอาจจะทำให้คุณเครียด ปัญหาชีวิตอาจจะดาหน้าเข้ามาไม่ให้ได้พักหายใจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สมควรมีความสุขสักหน่อย จริงไหม

แล้วคุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้ เคยหยิบ Alter Ego มาใช้ไหม เคยลองเป็นตัวเองอีกเวอร์ชันรึเปล่า? มาแชร์ในคอมเมนต์กัน!

Sources: https://bbc.in/3BIzT8Q
https://bit.ly/3DXJbAn
https://bit.ly/3CjFxjj

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...