โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทำความรู้จัก BYD กับภารกิจสร้างฐานผลิต EV ในไทย บุกตลาดโลก

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2565 เวลา 01.58 น. • This’s Alano

จรดปากกาเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง BYD ประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งใหญ่กับ WHA จำนวน 600 ไร่ เพื่อรองรับการก่อสร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนและยุโรป ซึ่ง BYDคือใคร และการขยายการลงทุนยังประเทศไทยในครั้งนี้ มีเป้าหมายอย่างไรบ้าง Wealthy thai มีคำตอบ
สำหรับ BYD ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2538 ในประเทศจีน และได้สั่งสมประสบการณ์ด้านการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่มานานกว่า 20 ปี แต่เมื่อเดือนเมษายนปี 2565 ได้ประกาศหยุดผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วนแล้ว และจะเน้นผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)แทน
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ยังได้แต่งตั้งบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด (Rêver Automotive Company Limited) ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายของ BYD แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และตั้งเป้ายอดขายปีแรกกว่า 10,000 คัน โดยบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติไทย ที่ก่อตั้งโดยทายาทรุ่นที่ 3 ของกลุ่มสยามกลการ
BYD ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซินเจิ้น โดยมีรายได้สูงกว่า 150,000 ล้านหยวนในครึ่งแรกของปี 2565นอกจากนี้บริษัทยังใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่มุ่งเน้นในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีกว่า และปัจจุบัน บริษัทได้ก่อตั้งสวนอุตสาหกรรมไปแล้วกว่า 30 แห่งทั่วโลก
รวมทั้งยังกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ พลังงานใหม่ และการขนส่งทางราง จากพนักงานเพียง 20 คน สู่ 290,000 คนในปัจจุบัน โดยในครึ่งแรกของปี 2565 กลุ่ม BYD ได้รับอนุมัติสิทธิบัตรจำนวนราว 25,000 ฉบับ จากที่ยื่นขอไปราว 37,000 ฉบับทั่วโลก
ปัจจุบัน BYD มีฐานการผลิตหลายแห่งในประเทศจีน รวมทั้งเซินเจิ้น ซีอาน เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ฉางซา หนิงโป ฯลฯ ขณะเดียวกันทางบริษัทยังมีฐานการผลิตในต่างประเทศอีก 6 แห่ง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น ฮังการี และอินเดีย
ในส่วนของยานยนต์ BYD มีเทคโนโลยีหลักที่ครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมดของยานยนต์พลังงานรูปแบบใหม่ เช่น แบตเตอรี่ ระบบมอเตอร์ ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ โดย BYD ทุ่มเทในการมอบโซลูชันพลังงานที่ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Zero-emission energy solution) ตั้งแต่การผลิต จัดเก็บ ไปจนถึงการใช้พลังงาน
มร. หลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า การเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในต่างประเทศ ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการขยายบริษัทอย่างแท้จริง และถือเป็นโรงงานยานยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกนอกประเทศจีน โดยตัวเลขการลงทุนเครื่องจักรยังไม่เคาะงบประมาณอย่างเป็นทางการ
โดยการขยายฐานผลิตสู่ไทยนั้น เขาบอกว่า ต้องการผลักดันเศรษฐกิจ และยานยนต์ไฟฟ้าในไทยให้มีการเติบโต พร้อมกับพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการ นอกจากนี้ก็ยังมีการเจรจากับหลายหน่วยงาน เพื่อดำเนินการก่อสร้างสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกด้วย
อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีค่ายยานยนต์มาทำการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก การแข่งขันในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร มร. หลิว เสวียเลี่ยง บอกว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเป็นการแข่งขัน เพราะบริษัทเข้ามายังประเทศไทย ต้องการให้มีตัวเลือกมากขึ้น และการเลือกไทยเป็นฐานผลิต จะทำให้ไทยเป็น HUB EV ในระดับนานาชาติ
สำหรับบริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าพวงมาลัยขวาที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 2567 ด้วยกำลังการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าจำนวน 150,000 คันต่อปี เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนและยุโรป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...