โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” แถลงนโยบาย รับมือวิกฤตโลก “คุมพลังงาน-รีเซ็ตเศรษฐกิจ-ปฏิรูปรัฐ”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 03.53 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 เม.ย.69) เวลา 08.30 น. การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) มีวาระด่วนให้ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม

ต่อมา เวลา 09.06 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงนโยบายรัฐบาล โดยย้ำหลักการบริหารราชการแผ่นดิน 3 ประการ ได้แก่ 1. พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และ 3. ยึดมั่นในหลักนิติธรรมภายใต้ธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ในการอ่านคำแถลงนโยบายรัฐบาล ซึ่งมีความยาวกว่า 19 หน้า ครอบคลุมนโยบายสำคัญในทุกมิติของการบริหารประเทศ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้การผลิตและขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติชะงักงัน ทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย

รัฐบาลจึงเร่งบริหารจัดการด้านพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ควบคู่กับการดูแลต้นทุนภาคการผลิต ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

ในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลมุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนแบบองค์รวม ยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน และลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ผู้ค้ารายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs

พร้อมกันนี้ ยังมุ่งสร้างโอกาสการเริ่มต้นและการเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างงานและอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยในระบบเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับตลาดเงินตลาดทุนให้ทันสมัย โปร่งใส และแข่งขันได้ในระดับสากล เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนของภาคธุรกิจ และส่งเสริมการออมผ่านการลงทุนระยะยาว สร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสริมศักยภาพตลาดทุนไทยในระยะยาว

ในภาคการเกษตร รัฐบาลมุ่งพัฒนาเกษตรแม่นยำ โดยใช้ AI และเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน ควบคู่กับโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกร เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มรายได้

ด้านการค้า รัฐบาลเดินหน้าสร้าง “พันธมิตรการค้า” และยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจจากคู่ค้าไปสู่พันธมิตร เพื่อขยายตลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก เพื่อยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่เศรษฐกิจโลก

เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลได้กำหนดกลไกการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้แนวคิดการบริหารภาครัฐแบบบูรณาการในรูปแบบ “กลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” ซึ่งในระยะเริ่มต้นแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต กลุ่มการผลิต การค้าและบริการ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero กลุ่มสังคมและสวัสดิการ และกลุ่มการต่างประเทศและความมั่นคง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีเอกภาพ

“ความท้าทายและความผันผวนที่ประเทศกำลังเผชิญในวันนี้และอนาคตอันใกล้เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับ หากเราหยุดนิ่งจะยิ่งทำให้ประเทศถดถอย โดยรัฐบาลพร้อมที่จะเติมเต็มและทุ่มเทสรรพกำลังที่มีอยู่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน และนำพาประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาที่เต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศในระยะยาว”

โดยรัฐบาลย้ำการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำหลักการดำเนินงานว่า “พูดแล้วทำ” เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหาและยกระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

“กระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นในประเทศไทย” นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 10.15 น. ประธานในที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายซักถาม โดยการแถลงนโยบายรัฐบาลจะใช้เวลารวม 32 ชั่วโมง 30 นาที ระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน 2569

คำแถลงนโยบายรัฐบาล ฉบับเต็ม คลิกที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...