โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต. ผนึก CIB สกัดทุนเทา ขยายผลอายัด-ยึดทรัพย์กว่า 2 หมื่นล้านบาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 11.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะการบูรณาการกระบวนการสืบสวนสอบสวนระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด

ทั้งนี้ การประสานความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานในการเชื่อมโยงข้อมูลและติดตามเส้นทางการเงิน นับเป็นปัจจัยสำคัญในการสกัดกั้นและยับยั้งการโยกย้ายทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เนื่องจากทรัพย์สินดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับความผิดมูลฐานตามกฎหมายหลายฉบับ

ในส่วนของตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อนำไปสู่การดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท

ความคืบหน้าดังกล่าวมีการแถลงเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยทั้ง ก.ล.ต. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นทุนเทาและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อันจะช่วยคุ้มครองประชาชนและเสริมความโปร่งใสให้ระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย

พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางให้ความสำคัญกับการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการเงินที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะคดีที่มีการนำทรัพย์สินจากการกระทำผิดเข้าสู่ตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล

โดยพลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ ระบุว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ก.ล.ต. เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การสืบสวนขยายผลทำได้รวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น ก่อนต่อยอดสู่การประสานงานกับหน่วยงานอื่น อาทิ ปปง. จนนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่ากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะเดินหน้าความร่วมมือในลักษณะนี้กับทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ได้เชื่อมโยงข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลในส่วนของ ก.ล.ต. สามารถนำไปใช้ประกอบการดำเนินคดีภายใต้กฎหมายหลายฉบับได้

ขณะเดียวกัน ข้อมูลหรือพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ก็สามารถนำมาใช้ขยายผลสู่การบังคับใช้กฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือบริษัทจดทะเบียน

ทั้งนี้ นางพรอนงค์ ย้ำว่า หน่วยงานพร้อมดำเนินการในทุกมิติอย่างเคร่งครัด และจะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน 5 มาตรการสกัดกั้นทุนเทาของ ก.ล.ต. เพื่อปิดช่องทางการใช้ตลาดทุนและระบบการเงินเป็นเครื่องมือของอาชญากรรม พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสให้แก่ตลาดทุนไทยในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...