BTG-CPF-GFPT ตีปีก! รับราคา “หมู-ไก่” พุ่ง ดันกำไรครึ่งปีแรกโตแกร่ง
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 03.33 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 มี.ค.69) ณ เวลา 10:22 น. ราคาหุ้น บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG อยู่ที่ระดับ 24.50 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 1.24% สูงสุดที่ระดับ 25.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 24.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 169.95 ล้านบาท
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF อยู่ที่ระดับ 21 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 0.96% สูงสุดที่ระดับ 21 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 20.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 157.91 ล้านบาท
บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT อยู่ที่ระดับ 9.50 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 1.06% สูงสุดที่ระดับ 9.60 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 9.35 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 19.50 บาท
ด้าน นายวรพจน์ หงส์ภิญโญ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ BTG เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรง มีปัจจัยบวกมาจาก 1)ผลการดำเนินงานที่น่าจะออกมาดีสอดคล้องกับตลาดคาด การณ์ 2)ราคาปศุสัตว์ทั้งเนื้อหมูและเนื้อไก่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อ BTG โดยตรง 3)ไทยเตรียมส่งออกเนื้อหมู ไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่ง BTG เป็น 1 ใน 3 ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ได้รับอนุญาตส่งออก น่าจะเริ่มส่งออกตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2569
โดยก่อนหน้านี้ BTG คาดการณ์ว่ายอดขายเนื้อหมูปี 2569 จะเติบโต 7-9% เนื่องจากการส่งออกและผลิตภัณฑ์เนื้อหมูที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เนื้อไก่คาดปี 2569 ยอดขายเติบโต 6-8% เนื่องจากการส่งออกที่มีทิศทางดีทั้งตลาดยุโรปและสหราชอาณาจักร ส่วนต้นทุนวัตถุดิบมีการล็อกราคาไว้แล้ว และยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 จะเติบโต 3-7% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 122,950.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการขยายตลาดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
นายวีระ ธิตยางกรุวงศ์ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ GFPT เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ราคาหุ้นที่ทยอยปรับตัวขึ้นช่วงนี้ เป็นผลมาจากราคาเนื้อสัตว์ที่ค่อย ๆ ปรับตัวสูงขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่พักฐานอยู่ในระดับต่ำไปพักใหญ่ ทั้งราคาไก่เป็น ชิ้นส่วนไก่ และลูกไก่ เป็นต้น ดังนั้นมีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม และทำให้นักลงทุนสนใจหุ้นมากขึ้น
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนะนำ “ซื้อ” หุ้น BTG ให้ราคาเป้าหมาย 24.50 บาท เนื่องจากการปรับพอร์ตของ BTG ไปสู่กลุ่มสินค้าพรีเมียมกำลังเปลี่ยนโครงสร้างกำไรของบริษัท ซึ่งสินค้า พรีเมียมมีสัดส่วน 57% ของยอดขายในปี 2568 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ประมาณ 60% ในปี 2569 ด้วยอัตรากำไรเกือบ 2 เท่าของสินค้าทั่วไป หนุนจากธุรกิจเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารสัตว์พรีเมียม อาหารสัตว์เลี้ยง และช่องทางส่งออก ขณะที่สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศของ BTG เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20% จาก 17% ในช่วง 3 ปีก่อนหน้า และคาดว่าจะเติบโตมากกว่า หรือเท่ากับ 20% จากปีก่อน
ขณะเดียวกันได้ผลบวกจากราคาปศุสัตว์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนมีนาคม 2569 ส่วนต้นทุนวัตถุดิบส่วนใหญ่ยังถูกล็อกไว้ ส่งผลให้อัตรากำไรมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาส 1/2569 ถึงไตรมาส 2/2569
ขณะที่แนะนำ “ซื้อ” หุ้น TFG เห็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร และราคาเป้าหมายเดิมที่ 5.90 บาท เนื่องจากมีแนวโน้มการปรับประมาณการกำไรของ TFG จากตลาดมีทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และดูต่อเนื่องกว่ากลุ่ม รวมถึงปัจจัยฤดูกาลจะเริ่มเอื้ออำนวย โดยช่วงฤดูร้อนมักทำให้อุปทานปศุสัตว์ตึงตัว และพยุงราคาขึ้น ผู้บริหารคาดว่าราคาหมูไทยจะฟื้นตัวสู่ระดับ 65-70 บาทต่อกิโลกรัม จากระดับปัจจุบันราว 58 บาทต่อกิโลกรัม ที่สำคัญปี 2569 คาดว่าจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนิโญ่ที่รุนแรงขึ้น อาจเพิ่มอากาศร้อน และความแล้ง
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนะนำ “ซื้อ” หุ้น CPF และให้ราคาพื้นฐานที่ 23.30 บาท เนื่องจากแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์เริ่มฟื้นตัว โดยราคาเนื้อหมูในประเทศไทยคาดได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หลังจากราคาเริ่มปรับตัวขึ้น และคาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการปรับสมดุลของอุปทานในตลาด ขณะที่ประเทศเวียดนามแนวโน้มในปี 2569 คาดว่าราคาจะใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกราคาเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 65,000 ดองต่อกิโลกรัม