โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BANPU รับรายได้พลังงาน-ค่า Fx พุ่ง ดันงบ Q1 พลิกกำไร 377 ล้านบาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 03.11 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 03.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ดังนั้น

บริษัทฯรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 พลิกมีกำไรสุทธิ 376.53 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 482.59 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,340 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 42,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจเหมืองยุคใหม่ 49 ล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐอเมริกา 104 ล้านเหรียญสหรัฐ และธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง 93 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่รายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคตลดลง 190 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับรูปแบบการนำเสนอข้อมูลในไตรมาสนี้ โดยนำรายได้จากธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) และธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ในประเทศญี่ปุ่น มารวมแสดงในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จากเดิมที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่มในปัจจุบัน

สำหรับรายได้จากธุรกิจเหมืองยุคใหม่ อยู่ที่ 689 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 52 ของรายได้รวม แบ่งเป็นรายได้จากแหล่งผลิตในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 498 ล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศออสเตรเลีย 155 ล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศมองโกเลีย 13 ล้านเหรียญสหรัฐ และธุรกิจซื้อขายถ่านหิน 23 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้านรายได้จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 321 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 24 ของรายได้รวม โดยในไตรมาสนี้ได้รวมรายได้จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา ภายหลังการเข้าซื้อสิทธิการลงทุน (Membership Interests) ร้อยละ 25 ใน BKV-BPP Power LLC ส่งผลให้สถานะของกิจการเปลี่ยนจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยของ BKV Corporation ซึ่งธุรกรรมดังกล่าวแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569

ขณะที่รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อยู่ที่ 313 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 23 ของรายได้รวม มาจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนและออสเตรเลีย รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนาม โดยในไตรมาสนี้ยังรวมรายได้จากธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าและธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในประเทศญี่ปุ่นด้วย

ส่วนรายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต อยู่ที่ 17 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 1 ของรายได้รวม โดยส่วนใหญ่เป็นรายได้จากธุรกิจผลิตและติดตั้งระบบแบตเตอรี่ในประเทศสิงคโปร์

นอกจากนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 136 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแปลงค่าเงินกู้ยืมสกุลเงินบาท ภายหลังเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 32.8376 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ เทียบกับ 31.5826 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...