โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อิชิบะ” นายกฯ ญี่ปุ่น ยืนยันไม่ลาออก แม้พรรครัฐบาลพ่ายศึกวุฒิสภาครั้งประวัติศาสตร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 03.51 น.

"อิชิบะ" นายกฯ ญี่ปุ่น ยืนยันไม่ลาออก แม้พรรครัฐบาลพ่ายศึกวุฒิสภาครั้งประวัติศาสตร์ในรอบเกือบ 70 ปี ส่งสัญญาณความไม่พอใจของประชาชนต่อค่าครองชีพและนโยบายแจกเงินเฉพาะกิจ

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.53 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศว่าจะยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป แม้พรรคร่วมรัฐบาลจะประสบความพ่ายแพ้ครั้งประวัติศาสตร์ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ร่วมกับพรรคพันธมิตรเก่าแก่อย่างโคเมอิโตะ ไม่สามารถคว้าเสียงข้างมากในสภาได้ โดยได้เพียง 47 ที่นั่งจาก 50 ที่นั่งที่จำเป็น ส่งผลให้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1955 ที่นายกรัฐมนตรีจากพรรค LDP ต้องบริหารประเทศโดยไม่มีเสียงข้างมากในสภาอย่างน้อยหนึ่งสภา

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่ 2 ของอิชิบะ นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และอาจทำให้ตำแหน่งของเขาสั่นคลอนอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงอนาคตทางการเมืองของเขาในคืนวันเลือกตั้ง อิชิบะตอบเพียงสั้น ๆ ว่า“ใช่ ผมจะอยู่ต่อ”

พร้อมเสริมว่าเขายังมีภารกิจสำคัญที่ต้องรับผิดชอบต่อชาติ เช่น การผลักดันให้ค่าแรงแซงหน้าเงินเฟ้อ การขับเคลื่อน GDP ให้แตะระดับหนึ่งพันล้านล้านเยน และการรับมือกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ

ความพ่ายแพ้ในวุฒิสภาสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น และการแจกเงินแบบเฉพาะกิจของรัฐบาลที่ไม่ตอบโจทย์ระยะยาว ส่งผลให้คะแนนนิยมของพรรครัฐบาลลดลง

ขณะเดียวกันพรรคฝ่ายค้านขนาดเล็กที่ชูนโยบายลดภาษีการบริโภคได้รับการตอบรับอย่างดี โดยพรรคประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ (CDP) ซึ่งเสนอให้ยกเว้นภาษีอาหาร 2 ปี ได้ 22 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (DPFP) ซึ่งเรียกร้องให้ลดภาษีและเพิ่มรายได้สุทธิ ได้ 17 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากเพียง 4 ที่นั่งก่อนหน้า ขณะที่พรรคขวาจัด Sanseito ซึ่งใช้สโลแกนญี่ปุ่นต้องมาก่อน และเล่นประเด็นต่อต้านแรงงานต่างชาติ ได้ถึง 14 ที่นั่งจากที่เคยมีเพียง 1

ผลการเลือกตั้งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายสำคัญของอิชิบะ โดยเฉพาะการเจรจาการค้ากับสหรัฐที่กำลังเผชิญเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม หากไม่สามารถตกลงกันได้ สหรัฐเตรียมขึ้นภาษีสินค้าญี่ปุ่นจาก 10% เป็น 25% ซึ่งอาจทำให้ GDP ของญี่ปุ่นหดตัวถึง 0.9% ในระยะกลาง ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยังเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับรัฐบาลชุดนี้

แม้ว่าวุฒิสภาจะไม่มีอำนาจโหวตไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือหยุดงบประมาณได้โดยตรง แต่สามารถชะลอหรือขัดขวางการออกกฎหมายได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอัมพาตทางนโยบาย เช่นในอดีตเมื่อปี 2551 ที่วุฒิสภาเคยคว่ำการเสนอชื่อผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นในช่วงวิกฤตซับไพรม์

สถานการณ์ในขณะนี้ทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าการที่อิชิบะยังยืนยันจะอยู่ในตำแหน่ง อาจไม่เพียงพอที่จะเรียกความเชื่อมั่นจากตลาดการเงิน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนทางการคลัง นโยบายป้องกันประเทศ และการปฏิรูปเชิงโครงสร้างด้านแรงงานและคนเข้าเมือง ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจสูง

ขณะเดียวกันผู้นำฝ่ายค้านอย่างโยชิฮิโกะ โนดะ จากพรรค CDP ระบุว่า อาจพิจารณายื่นญัตติไม่ไว้วางใจอิชิบะในสภาล่าง ขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงของเขาในแถลงข่าวที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ อย่างไรก็ตามฝ่ายค้านญี่ปุ่นยังคงกระจัดกระจาย และไม่มีพรรคใดเข้มแข็งพอจะตั้งรัฐบาลทางเลือกได้ ทำให้พรรค LDP น่าจะต้องเดินหน้าต่อไปด้วยการเจรจารายประเด็นเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนเฉพาะเรื่อง

สุดท้าย ศาสตราจารย์ชิฮิโระ โอกาวะ นักวิชาการด้านการเมืองจากมหาวิทยาลัยคานากาวะ กล่าวว่า การอยู่ในตำแหน่งต่อของอิชิบะในภาวะแบบนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง และถึงแม้เขาจะพ้นตำแหน่งไป ก็อาจไม่มีใครอยากเสี่ยงมารับไม้ต่อในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...