โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตั้งวอร์รูม ศบ.ทก. ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอด 24 ชม.

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 12.39 น.
รัฐบาลย้ำวอร์รูม ศบ.ทก. ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ยืนยันช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้ เสียงปืนเบาลง พร้อมสั่งการ ศบ.ทก. ประชุมประเมินสถานการณ์พรุ่งนี้อีกครั้ง ก่อนแจ้งส่งประชาชนคืนพื้นที่เมื่อสถานการณ์ปลอดภัย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า รัฐบาลสั่งการให้วอร์รูมที่จัดตั้งขึ้นในนามของ คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) โดยมีพลเอกณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจฯ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและให้เป็น “วอร์รูม ”ศูนย์รวมในการสั่งการและรับข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยเฉพาะหลังจากการเจรจาหยุดยิงที่เมืองปูตราจายา ประเทศมาเลเซียวานนี้ ศูนย์เฉพาะกิจฯ ได้ประชุมและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงโดยจะรับฟังข้อมูลจากพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพเรือที่ดูแลจังหวัดจันทบุรีและตราด

ทั้งนี้ ศบ.ทก.จะมอนิเตอร์ข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งสถานการณ์ชายแดน 7 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง และหากมีเหตุการณ์สำคัญหรือภารกิจเร่งด่วน ก็ให้ดำเนินการประสานงานสั่งการกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชน ผ่านทุกช่องทางของทำเนียบรัฐบาลและกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อไป

นายจิรายุกล่าวต่อไปว่าสำหรับสถานการณ์ โดยในเวลา 10.30 น. มีการพบปะอย่างไม่เป็นทางการระหว่างแม่ทัพภาคที่ 1 และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว และแม่ทัพภาคที่ 2 พบกับผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา เวลา 10.00 น. ณ ช่องจอม จ.สุรินทร์

สรุปผลหารือเบื้องต้น ดังนี้

1. ต้องหยุดยิงในพื้นที่ขัดแย้งทันที
2. ห้ามยิงใส่ประชาชนโดยเด็ดขาด
3. งดการเสริมกำลังทหารเพิ่มเติม
4. ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังพลไปแนวชายแดน
5.ให้อำนวยความสะดวกในการส่งตัวผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตกับประเทศต้นทางอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงเพิ่มเติมในการจัดตั้งชุดประสานงานแก้ไขปัญหาร่วมฝ่ายละ 4 คนโดยจะมีการนัดหารือเพิ่มเติมอีกครั้ง ในการประชุม GBC ในวันที่ 4 สิงหาคม นี้

ส่วนการหารือชายแดนไทยกัมพูชาด้านตะวันออกของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด นั้น ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.กปช.จต.)ได้พบหารือทางออนไลน์กับ ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 3 ของกัมพูชา ทางระบบออนไลน์ เวลา 9.00 น. ณ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ต่อมา เวลา 13.00 น. ได้พบกัน ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จ.จันทบุรี

มีข้อสรุป ดังนี้

1.ให้ทั้งสองฝ่ายได้หยุดยิงตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมาตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา
2.จะไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังและอาวุธจากที่อยู่ในปัจจุบัน
3.หลังจากที่มีการประชุม GBC จะจัดให้มีการประชุม RBC ที่จังหวัดไพลินเพิ่มเติม และ
4.จะมีการพูดคุยกันและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้เหมือนเดิม

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้ที่ประชุม ศบ.ทก.โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธานในการประชุมพรุ่งนี้(พุธที่ 30 กรกฎาคม 2568) เวลา 09:30 น.

ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.ติดตามการละเมิดการหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชา / แนวทางการตอบสนองของไทย
2.ผลการหารืออย่างไม่เป็นทางการของกลไก RBC ไทย - กัมพูชา
3.การเตรียมความพร้อมของที่พักพิงในพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ วอร์รูม ของ ศบ.ทก.จะสรุปประเด็นของสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันในวันพรุ่งนี้ นายจิรายุฯ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ผลประชุม ผบ.ทหารไทย-กัมพูชา เห็นชอบหยุดยิง ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังพล

- ไทย เตรียมส่งหนังสือแจ้ง “สหรัฐฯ-จีน-มาเลเซีย” กัมพูชาละเมิดข้อตลงหยุดยิง

- กองทัพอากาศสนับสนุนปฏิบัติการร่วมปกป้องอธิปไตยไทย-สร้างเงื่อนไขสู่สันติภาพ

- กองทัพภาคที่ 2 รายงานกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง-ฝ่ายไทยตอบโต้กลับตามสถานการณ์

- กองทัพบก ประณามกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ใช้อาวุธโจมตีไทยหลายจุด

- กองทัพภาคที่ 2 ขอปชช. งดกลับบ้านใกล้ชายแดน รอประกาศจากทางราชการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...