โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์ฟื้นตัว หลังสหรัฐบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับยุโรป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 11.19 น.
ภาพโดย REUTERS/Jo Yong-Hak

ดอลลาร์ฟื้นตัว หลังสหรัฐบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับยุโรป ด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจาก EU ในอัตรา 15% ลดลงครึ่งหนึ่งจากก่อนหน้านี้ที่สหรัฐขู่เรียกเก็บในอัตรา 30%

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/7) ที่ระดับ 32.46/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/7) ที่ระดับ 32.35/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเช้าวันนี้ Dollar Index เปิดตลาดตามเวลาไทยอยู่ที่ระดับ 98.68 ได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐเจรจาการค้ากับยุโรปได้เป็นผลสำเร็จ โดยสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจาก EU ในอัตรา 15%

นอกจากนี้ ตลาดยังมีความหวังเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนว่าทั้งสองประเทศจะขยายเส้นตายการบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรในอัตราสูงออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 12 ส.ค. โดยตลาดจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้ (30/7)

ซึ่งล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 96.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมครั้งนี้ พร้อมกันนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน มิ.ย. เพื่อประเมินว่า มาตรการภาษีศุลกากรจะส่งผกระทบต่อเงินเฟ้อและตลาดแรงงานอย่างไร

เงินบาทปิดตลาด 32.42/43 บาท/ดอลลาร์

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สหรัฐได้ขอ “หยุด” การเจรจาภาษีชั่วคราว จากความตึงเครียดในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ยืนยันว่าปัจจุบันการเจรจาทางการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ กลับมาดำเนินการต่อแล้ว พร้อมเผยความคืบหน้าการเจรจาของไทยกับสหรัฐว่าอยู่ในระดับ 99.99% แล้ว

ทั้งนี้เหลือเวลาเพียง 3 วันก่อนถึงเส้นตายที่สหรัฐ กำหนดไว้ในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งนายพิชัยกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ความไม่แน่นอนยังคงเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจมีการเลื่อนเวลาเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร นายพิชัยเชื่อว่าจะเป็นไปในทางที่ดี

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.43-32.53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.42/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์แข็งค่า

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/7) ที่ระดับ 1.1588/90 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/7) ที่ระดับ 1.1736/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้บรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันแล้วในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27/7) ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ฟื้นตัวขึ้น

โดยสหรัฐตกลงที่จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ในอัตรา 15% ลดลงครึ่งหนึ่งจากก่อนหน้านี้ที่สหรัฐขู่เรียกเก็บในอัตรา 30% โดยมาตรการภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. 2568 นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะกำหนดให้ EU ซื้อพลังงานจากสหรัฐ มูลค่า 750,000 ล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอีกด้วย

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1599-1.1523 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1582/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/7) ที่ระดับ 148.55/56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/7) ที่ระดับ 147.84/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอ่อนค่าตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยภาพรวมนักลงทุนได้ซึมซับข่าวข้อตกลงการค้ากับสหรัฐไปแล้ว และหันมาพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้สหรัฐเก็บภาษีนำเข้าจากญี่ปุ่น 15%

นอกจากนี้ ค่าเงินเยนยังถูกกดดันเพิ่มเติมจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังคงไร้ความชัดเจน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30-31 นี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.74-148.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 148.54/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) (29/30/7), การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)1 (30-31/7), ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน มิ.ย. (29/7), ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP (30/7), ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 (30/7),รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือน มิ.ย. (31/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (31/7), ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตเดือน ก.ค. (1/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.2/-7.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.3/-4.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์ฟื้นตัว หลังสหรัฐบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับยุโรป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...