โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ร้าวลึก! เปิดปมสงครามอำนาจรัฐบาลกลาง VS แคลิฟอร์เนีย

Thai PBS

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 03.15 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 03.15 น. • Thai PBS
ลอสแอนเจลิสเดือด! การประท้วงต่อต้านการจับกุมผู้อพยพของ ICE ทวีความรุนแรง ปธน.ทรัมป์สั่งส่งเนชันแนลการ์ด 2,000 นายลงพื้นที่ หลังเกิดการปะทะและความวุ่นวาย ขณะที่ผู้ว่าการแคลิฟอร์เนีย แกวิน นิวซัม ซัดเป็นการยั่วยุ สถานการณ์ตึงเครียดยังไร้ทางออก

วันนี้ (9 มิ.ย.2568) ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และ รัฐแคลิฟอร์เนียถึงจุดแตกหักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อทรัมป์สั่งส่งกำลังป้องกันชาติ หรือ เนชันแนล การ์ด 2,000 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์ในลอสแอนเจลิส หลังการประท้วงต่อต้านการจับกุมผู้อพยพโดยหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ลุกลามเป็นความรุนแรง

การตัดสินใจนี้ถูกผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย แกวิน นิวซัม และผู้นำท้องถิ่นประณามว่าเป็นการยั่วยุและละเมิดอำนาจของรัฐ สถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้สะท้อนความขัดแย้งลึกซึ้งระหว่างนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของทรัมป์และแนวทางของแคลิฟอร์เนีย

จุดเริ่มต้นของวิกฤต

ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิ.ย.2568 เมื่อ ICE เปิดปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพผิดกฎหมายในลอสแอนเจลิส จับกุมบุคคลกว่า 44 คน ที่มีประวัติอาชญากรรมหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย การปฏิบัติการนี้จุดชนวนให้กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวหน้าศูนย์กักกัน Metropolitan Detention Center ในย่านใจกลางเมือง การประท้วงทวีความรุนแรงเมื่อผู้ชุมนุมปิดกั้นทางหลวงสายหลัก เช่น 101 และ 110 ทำให้การจราจรหยุดชะงัก และมีการขว้างปาหิน ขวด และระเบิดขวดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเผารถยนต์จนเกิดความโกลาหล

เจ้าหน้าที่ตำรวจลอสแอนเจลิส (LAPD) ประกาศว่าการชุมนุมดังกล่าวผิดกฎหมาย และใช้แก๊สน้ำตา กระสุนพริกไทย เพื่อสลายฝูงชน มีรายงานการจับกุมผู้ประท้วงอย่างน้อย 29 คน และ FBI ลอสแอนเจลิสตั้งรางวัล 50,000 ดอลลาร์เพื่อหาตัวผู้ทำร้ายเจ้าหน้าที่และทำลายทรัพย์สินสาธารณะ LAPD ยังคงสถานะการแจ้งเตือนทางยุทธวิธีทั่วเมือง สั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

เมื่อสถานการณ์บานปลาย ปธน.ทรัมป์ จึงลงนามในบันทึกประธานาธิบดีเมื่อคืนวันเสาร์ (7 มิ.ย.) อนุญาตให้ส่งเนชันแนลการ์ด 2,000 นาย เข้าลอสแอนเจลิส โดยอ้างว่าต้องปกป้องเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางและฟื้นฟูกฎหมายและความสงบเรียบร้อย

คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า การตัดสินใจนี้เกิดจากความล้มเหลวของผู้นำพรรคเดโมแครตในแคลิฟอร์เนียที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วน คริสตี โนเอม รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ย้ำว่านี่เป็นการรักษาความปลอดภัยและส่งเสริมการประท้วงอย่างสันติ

รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ เสริมว่านาวิกโยธินที่ประจำการที่ค่าย Camp Pendleton ใกล้ลอสแอนเจลิสอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูง และอาจระดมทหารประจำการเพิ่ม หากความรุนแรงยังคงดำเนินต่อไป ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ขอบคุณเนชันแนลการ์ดและย้ำว่าเขาจะไม่ยอมให้ม็อบก่อจลาจลทำร้ายเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ใช้กฎหมาย Insurrection Act of 1807 ซึ่งอนุญาตให้ส่งทหารประจำการลงพื้นที่ แต่ระบุว่าเป็นทางเลือกที่ยังเปิดอยู่

แคลิฟอร์เนียโต้กลับ ยั่วยุ-ละเมิดอธิปไตย

ผู้ว่าการแคลิฟอร์เนีย แกวิน นิวซัม ออกโรงประณาม ปธน.ทรัมป์ ทันที โดยระบุว่าการส่งเนชันแนลการ์ด โดยไม่ได้รับการร้องขอจากรัฐ เป็นการยั่วยุที่อาจทำให้สถานการณ์แย่ลง นิวซัมย้ำว่า LAPD และหน่วยงานท้องถิ่นสามารถจัดการได้ และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ทหาร เขากล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามสร้างวิกฤตเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง และส่งข้อความถึงรัฐมนตรีกลาโหม เฮกเซธ ขอให้ถอนกำลังทหารและคืนอำนาจควบคุมเนชันแนลการ์ดให้รัฐ

การเคลื่อนไหวนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2508 ที่ประธานาธิบดีสั่งใช้เนชันแนลการ์ดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากรัฐ ผู้ว่าการจากพรรคเดโมแครต 22 รัฐสนับสนุนนิวซัม โดยประณามว่าการกระทำของทรัมป์เป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิดและละเมิดอธิปไตยของรัฐ

ผู้ว่าการแคลิฟอร์เนีย แกวิน นิวซัม

นายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิส คาเรน บาสส์ กล่าวว่า การส่งทหารสร้างความโกลาหลโดยไม่จำเป็น และ LAPD มีความพร้อมเพียงพอในการจัดการสถานการณ์ เธอย้ำว่าภารกิจของทหารควรจำกัดที่การปกป้องอาคารรัฐบาลกลาง ไม่ใช่แทรกแซงการประท้วง

นโยบายตรวจคนเข้าเมือง-แรงกดดันจากทำเนียบขาว

ความตึงเครียดนี้มีรากฐานจากนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของทรัมป์ที่เน้นการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมาย สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของทรัมป์ ผลักดันให้ ICE เพิ่มการจับกุมอย่างเข้มข้น โดยเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ICE ทำสถิติจับกุมผู้อพยพ 2,368 คนในวันเดียว สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1,000 ราย/วันในช่วง 100 วันแรกของวาระที่ 2 ของทรัมป์ การปฏิบัติการนี้ จุดกระแสต่อต้านในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีนโยบายปกป้องผู้อพยพและเป็นรัฐที่มีชุมชนผู้อพยพจำนวนมาก

นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังข่มขู่ตัดงบประมาณของรัฐบาลกลางที่จัดสรรให้แคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะเงินสนับสนุนระบบมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียและมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย การตัดงบนี้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือกดดันให้แคลิฟอร์เนียยอมตามนโยบายของทรัมป์ในด้านพลังงานและตรวจคนเข้าเมือง

ประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย เชนบาว ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจับกุมผู้อพยพของสหรัฐฯ โดยระบุว่าความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหาการย้ายถิ่น เธอเรียกร้องให้ปฏิรูปนโยบายผู้อพยพอย่างครอบคลุม และย้ำว่าชาวเม็กซิกันในลอสแอนเจลิสมีส่วนสำคัญต่อความเจริญของเมือง เธอยังกล่าวว่าเม็กซิโกพร้อมต้อนรับผู้อพยพที่ต้องการกลับประเทศ

ต่างอุดมการณ์ ต่างนโยบาย ผลประโยชน์ที่ทับซ้อน

ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และแคลิฟอร์เนียเริ่มต้นอย่างชัดเจนในสมัยแรกของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของพรรคเดโมแครต ประกาศตัวเป็น "Sanctuary State" ผ่านกฎหมาย SB 54 เพื่อปกป้องผู้อพยพผิดกฎหมาย โดยจำกัดความร่วมมือระหว่างตำรวจท้องถิ่นและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE)

ทรัมป์ตอบโต้ด้วยนโยบายเข้มงวด เช่น การสร้างกำแพงชายแดนเม็กซิโก การเพิ่มปฏิบัติการจับกุมผู้อพยพ และข่มขู่ตัดงบประมาณของรัฐ เขายังวิจารณ์แคลิฟอร์เนียว่าเป็นแหล่งอาชญากรรมจากผู้อพยพ ความตึงเครียดนี้ทวีขึ้นเมื่อแคลิฟอร์เนียฟ้องร้องนโยบายของทรัมป์หลายครั้ง รวมถึงการยกเลิกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและการจำกัดผู้อพยพ

ปมขัดแย้งไม่จำกัดแค่เรื่องผู้อพยพ แต่ยังรวมถึงนโยบายสิ่งแวดล้อมและอำนาจการปกครอง แคลิฟอร์เนียเป็นผู้นำด้านนโยบายพลังงานสะอาดและการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายของทรัมป์ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ รัฐบาลกลางข่มขู่ตัดงบประมาณสนับสนุนโครงการของรัฐ เพื่อกดดันให้แคลิฟอร์เนียยอมตาม แต่แคลิฟอร์เนียตอบโต้ด้วยการยืนยันอำนาจของรัฐในการกำหนดนโยบายท้องถิ่น และใช้การฟ้องร้องเพื่อปกป้องผลประโยชน์

ความแตกต่างทางการเมืองระหว่างแคลิฟอร์เนีย ฐานที่มั่นของเดโมแครตและรัฐบาลรีพับลิกันของทรัมป์ ทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง แคลิฟอร์เนียสนับสนุนสิทธิผู้อพยพ นโยบายก้าวหน้า และสวัสดิการ ขณะที่ทรัมป์ผลักดันแนวคิดอนุรักษนิยม การปะทะนี้สะท้อนผ่านเหตุการณ์ เช่น การประท้วงต่อต้าน ICE และการวิจารณ์จากนานาชาติ รวมถึงเม็กซิโกที่คัดค้านนโยบายผู้อพยพของสหรัฐฯ รอยร้าวนี้แสดงถึงความขัดแย้งลึกซึ้งระหว่างอำนาจรัฐบาลกลางและรัฐที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ

อ่านข่าวอื่น :

อดีต สมช.ชี้ไม่ประมาทชายแดนไทย-กัมพูชา แนะรัฐบาลกองทัพเป็นหนึ่งเดียว

ทูตทหารรับทราบ! กองทัพไทยชี้แจงมาตรการความมั่นคงชายแดนกัมพูชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

อิหร่านพ่ายออสเตรเลีย ศึกบอลหญิง "เอเชียนคัพ 2026"

26 นาทีที่แล้ว

"ธรรมนัส" ย้ำยังไม่ได้คุยอนุทิน ลั่นไม่มีงูเห่า มีแต่ "งูเขียวหางไหม้"

46 นาทีที่แล้ว

พาณิชย์ รุก ตลาดญี่ปุ่น ขน “มันสำปะหลัง”ชูนวัตกรรมตอบโจทย์ผู้บริโภค

48 นาทีที่แล้ว

"อิสราเอล" เผยตัดสินใจสังหาร "คาเมเนอี" ตั้งแต่ พ.ย.ปีที่แล้ว

55 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...