โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เศรษฐา” มั่นใจทีมไทยแลนด์มีแต้มต่อหลายด้าน หวังต่อรองลดภาษีทรัมป์จาก 36%

WeR NEWS

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 07.49 น.

วันที่ 10 ก.ค. 68 นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาขยายเวลาการเจรจาภาษีเป็นครั้งสุดท้ายจนถึงวันที่ 1 ส.ค.นี้ ซึ่งไทยมีความเสี่ยงจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 36% ว่า เชื่อว่านายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และทีมไทยแลนด์ จะต้องมีการหารือกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อให้ได้อัตราภาษีที่ดีกว่าเดิม

ส่วนแต้มต่อในการต่อรองลดภาษีนั้น จะต้องดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ทั้งในส่วนของจำนวนสินค้าในหมวดต่าง ๆ อะไรที่ให้เขาแล้วไม่ต้องเสียภาษีที่มากมาย แต่สำคัญที่สุด คือ ทีมงานทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI จะต้องมานั่งพูดคุยกัน เสียงจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่าให้เสียงแตก เพื่อให้สหรัฐฯ พอใจ

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ยังระบุว่า มีประเด็นอื่นที่ต้องเร่งเคลียร์กับทางสหรัฐฯ เช่น ประเด็นการสวมสิทธิ์ทางศุลกากร หรือปัญหานอนคาร์ริค ที่อาจกระทบความน่าเชื่อถือของไทย โดยหากไทยไม่สามารถต่อรองได้สำเร็จและถูกเก็บภาษี 36% จริง จะมีผลต่อการลงทุนและส่งออกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการสูญเสียตลาดให้กับเวียดนามถึงอย่างน้อย 20% หวังว่าไทยจะไม่เสียเปรียบเพื่อนบ้าน เพราะไทยมีข้อได้เปรียบหลายอย่าง เช่น การใช้ชีวิตที่ปลอดภัยและต้นทุนต่ำ หรือ low cost save living มีระบบภาษีที่ชัดเจนกว่า และมีระบบราชการที่ดูแลนักลงทุนอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ หากการเจรจาเป็นไปในเชิงบวก จะเป็นประเด็นที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ หากไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ จะต้องมีการทำโรดโชว์ต่าง ๆ นำข้อดีของประเทศไทยไปเสนอต่างชาติ

เมื่อถูกถามถึงมาตรการช่วยเหลือกลุ่ม SME ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง หากนโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงเข้มงวด นายเศรษฐาระบุว่า ถือเป็นเรื่องใหญ่อีกประเด็นที่รัฐบาลไทยต้องเตรียมแผนรองรับ โดยเชื่อว่าทีมเศรษฐกิจมีแนวทางสนับสนุนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือมาตรการลดต้นทุนการผลิต เพื่อประคองผู้ประกอบการในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

ส่วนที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าการรับมือของรัฐบาลเกิดความล่าช้า วันนี้เราต้องรวมใจกันและเจรจาในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ให้มีการลดภาษีลงให้ได้ อย่างน้อยให้ลดเหลือ 20% เทียบเท่าเวียดนาม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...