โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บขส. ลุยล้างหนี้ 3 พันล้านภายใน 4 ปี หลังรื้อแผนธุรกิจ - ปรับรถใหม่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.05 น.

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานในงาน วันคล้ายวันสถาปนา บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ครบรอบปีที่ 95 พร้อมระบุว่า การดำเนินงานของ บขส.ในช่วง 2 ปีที่ตนเข้ามากำกับดูแลนั้น พบการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการบริการผู้โดยสารในช่วงเทศกาลต่างๆ ไม่มีประชาชนตกค้าง จึงขอให้ บขส.พัฒนาบริการให้ดีขึ้นต่อไป พร้อมทั้งวางแผนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบขนส่งทางรางรถไฟทางคู่ ที่กำลังจะทยอยเปิดให้บริการจำนวนมาก

โดยตนได้กำชับให้ บขส.ปรับตัวเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พัฒนาเส้นทางเดินรถเพื่อเป็นฟีดเดอร์เสริมการเดินทาง รวมไปถึงมองโอกาสในการพัฒนาเส้นทางเดินรถไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นตัวเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวกมากขึ้น อีกทั้ง บขส.จะต้องมองหาโอกาสสร้างรายได้ให้ยั่งยืน ไม่เพียงรายได้จากการเดินรถ แต่ต้องพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสถานีขนส่ง และเน้นสร้างรายได้จากการขนส่งพัสดุที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ขณะที่แผนพัฒนาบริการรถโดยสารนั้น ปัจจุบัน บขส. ได้เปิดประมูลและทำสัญญากับเอกชนในการเช่ารถโดยสารใหม่เข้ามาบริการแล้วจำนวน 311 คัน ซึ่งตามแผนจะทยอยรับมอบล็อตแรกในวันที่ 9 ก.ย.นี้ จำนวน 99 คัน และรับมอบครบทั้งหมดภายในเดือน พ.ย.นี้ เพื่อทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีอายุใช้งานประมาณ 10 – 20 ปี ซึ่งจะทำให้บริการของ บขส.มีความสะดวกสบาย ทันสมัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า รถโดยสารที่ บขส.ทำสัญญามีจำนวนรวม 311 คัน มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท โดยมีสัญญาเช่า 5 ปี ยี่ห้อ MAN (เอ็มเอเอ็น) เป็นรถโดยสารสัญชาติเยอรมัน ใช้เชื้อเพลิงดีเซล มีเทคโนโลยีเครื่องยนต์ทันสมัย ใช้เกียร์ออโต้ ช่วยประหยัดพลังงานลดลง 20 -30% และได้มาตรฐานยูโร 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับรถโดยสารที่ได้รับการยอมรับด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับสัญญาเช่ารถโดยสารใหม่นั้น เป็นสัญญาเช่าที่ครอบคลุมรวมถึงการซ่อมบำรุง และเป็นลักษณะคิดค่าเช่ารูปแบบไม่วิ่งไม่จ่าย หรือจ่ายค่าเช่าตามการใช้งานจริง ซึ่งผลการศึกษาพบว่าจะช่วยให้ บขส.ประหยัดค่าดำเนินงานมากขึ้น เพราะไม่ต้องแบกรับค่าซ่อมบำรุงที่มีเฉลี่ยปีละกว่า 100 ล้านบาท อีกทั้งหากคำนวณค่าเช่ารวมค่าซ่อมบำรุง พบว่าเฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคันต่อวัน

“การเช่ารถโดยสารในลักษณะนี้ทำให้ บขส.สามารถรู้ต้นทุนและกำไรที่เกิดขึ้นต่อวันได้ทันที และทำให้บริหารค่าใช้จ่ายได้ เพราะมีต้นทุนเดียวที่เกิดขึ้น คือ ต้นทุนพนักงานขับรถและบริการต่างๆ ซึ่งจากการคำนวณตัวเลขแล้ว บขส.เชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้องค์กรมีกำไรเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 300 – 400 ล้านบาท ปีหน้าจะทำกำไรเป็นปีแรก และจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยหักลบหนี้สะสมที่มีอยู่ประมาณ 3,000 ล้านบาทลดลงต่อเนื่อง”

นายอรรถวิท กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน บขส.มีหนี้สะสมอยู่ที่ราว 3,000 ล้านบาท จากแผนดำเนินงานที่ปรับเป็นการเช่ารถโดยสารทั้งหมด และการหารายได้นอกเหนือจากการเดินรถ ทั้งส่วนของการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสถานีขนส่ง และบริการขนส่งพัสดุ จะทำให้บขส.สามารถล้างหนี้สะสมที่มีอยู่ทั้งหมดได้ภายใน 4 ปีนับจากนี้

อย่างไรก็ดี นอกจากการปรับแผนเป็นการเช่ารถโดยสารเพื่อลดต้นทุนของ บขส.แล้ว ยังเตรียมนำรถโดยสารเดิมที่ให้บริการอยู่มาเปิดประมูลเพื่อจำหน่าย รวมทั้งจะปรับปรุงรถโดยสารบางส่วนเพื่อเสริมบริการในอนาคต สำหรับรถโดยสารที่ปัจจุบันให้บริการอยู่นั้น เป็นรถโดยสารที่เช่าจำนวน 165 คัน ซึ่ง บขส.จะทยอยส่งคืนตามสัญญาเช่า และจำนวนประมาณ 80 คันที่เป็นรถโดยสารของ บขส.จัดซื้อเอง ส่วนนี้จะแบ่งประเภทตามสภาพรถ เพื่อประเมินขายและปรับปรุงให้บริการ

รายงานข่าวจาก บขส. กล่าวว่า สัญญาเช่ารถโดยสารใหม่รวมจำนวน 311 คัน แบ่งส่งมอบ 4 งวด ประกอบด้วย

งวด 1 วันที่ 9 ก.ย.2568 จำนวน 99 คัน

งวด 2 วันที่ 9 ต.ค.2568 จำนวน 95 คัน

งวด 3 วันที่ 8 พ.ย.2568 จำนวน 76 คัน

งวด 4 วันที่ 8 ธ.ค.2568 จำนวน 41 คัน

โดยสัญญาเช่าดังกล่าวมีบริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นคู่สัญญา ระยะเวลาเช่า 5 ปี โดยวันเริ่มต้นของสัญญาเช่ารถ จะนับตั้งแต่วันส่งมอบรถ เช่น รับมอบงวด 1 จำนวน 99 คัน สัญญาเริ่มวันที่ 9 ก.ย.2568 และมีอายุสัญญา 5 ปีจนสิ้นสุดสัญญา

สำหรับรถโดยสาร 311 คัน แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (ม.1 ก) ขนาด 12 เมตร จำนวน 24 ที่นั่ง จำนวน 28 คัน

2.รถโดยสารปรับอากาศ ชั้น 1 พิเศษ (ม.1 พ) ขนาด 12 เมตร จำนวน 32 ที่นั่ง จำนวน 50 คัน

3.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (ม.1 ข) ขนาด 12 เมตร จำนวน 36 ที่นั่ง จำนวน 233 คัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...