ดร.กอบศักดิ์ เตือนสัญญาณอันตรายต่างชาติทิ้ง “หุ้น-บอนด์” ไทยปีที่ 3
“ดร.กอบศักดิ์” เตือนสัญญาณอันตราย ต่างชาติทิ้งตลาด “หุ้น-บอนด์” ไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เผยผ่านครึ่งปีแรกผลงาน SET แย่สุด -22.2% คาดทั้งปีฟันด์โฟลว์ไหลออกอีกกว่า 1 แสนล้าน ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิบอนด์ไทยแล้วกว่า 3 หมื่นล้าน ในช่วง 2 เดือนหลัง ชี้เกิดจากไทยเจอปัญหารุมทั้งภายนอก-ภายใน แนะรัฐบาลเปลี่ยนโหมดทำงานเป็น “บริหารวิกฤต”
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ปีนี้ตลาดทุนไทยมีปัญหาพอสมควร หากดูดัชนีเทียบกับประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น เกาหลีที่มีปัญหาค่อนข้างมาก แต่ดัชนีตลาดหุ้นโตได้ 28% เยอรมนีก็โต 20% ฮ่องกงก็โตได้ 20% หรือแม้แต่เวียดนามก็โตใกล้ 10% หรือสินทรัพย์อื่นอย่างทองคำ ก็ให้ผลตอบแทน 25.5%
ส่วนที่ติดลบก็มี อินโดนีเซีย -2.2% ฟิลิปปินส์ -2.5% ไต้หวัน -3.4% มาเลเซีย -6.7% ขณะที่ไทยหนักสุด -22.2% จากปัญหาทั้งในและภายนอกประเทศ
“แม้กระทั่งในเดือนล่าสุด ที่เราตกเยอะอยู่แล้ว ประเทศไทยในเดือนล่าสุดก็ตกเยอะที่สุดเหมือนกัน ตกอยู่ประมาณ 5% ซึ่งอันนี้ก็น่ากังวลใจ อยากให้เห็นว่าปีนี้ ครึ่งปีที่ผ่านมา เป็น Performance ที่น่ากังวลใจ เพราะเราตกเยอะมาก”
ทั้งนี้ จนถึงเดือน มิ.ย. 2568 แค่เพียงครึ่งปี นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยออกไป 78,690 ล้านบาท จากปีที่แล้วทั้งปีที่ขายสุทธิราว 150,000 ล้านบาท และปี 2566 ขายสุทธิประมาณ 200,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ก็มีโอกาสติดลบกว่า 100,000 ล้านบาท
ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า ทุกอย่างนี้คือสัญญาณเตือนภัย เพราะถ้าเป็นการตกทั้งโลกพร้อม ๆ กัน ก็จะไม่น่ากังวลใจ แต่ถ้าไปดูดัชนี Nasdaq ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) รวมถึงดาวโจนส์ และ S&P500 ก็ทำ All Time High ก่อนที่จะมีจดหมายแจ้งอัตราภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมา
“หมายความว่า นี่คือปัญหาเฉพาะของประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งเราต้องมาช่วยกันคิดว่าเราจะขับเคลื่อนปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไรบ้าง เพราะจากปัญหาทั้งภายใน ภายนอกที่มะรุมมะตุ้ม จะทำให้ปีนี้เป็นอีกปีที่ต่างชาติออกจากตลาดทุนไทย และจะกลายเป็นออก 3 ปีต่อเนื่องกัน”
ขณะที่ตลาดพันธบัตร ต่างชาติก็มีการขายสุทธิมา 2 ปีแล้ว ส่วนครึ่งแรกปีนี้ ต่างชาติซื้อสุทธิ 30,394 ล้านบาท แต่ช่วง 2 เดือนหลังสุด เป็นการขายสุทธิ 34,819 ล้านบาท ซึ่งเป็นเดือนที่ทรัมป์อาละวาด
“รวมแล้วก็คือ ทั้งตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตรของเรา ขณะนี้นักลงทุนกำลังออกจากเมืองไทย”
ดร.กอบศักดิ์กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตลาดทุนอยากให้ความสำคัญ มี 3 เรื่องหลัก คือ 1.อยากให้ทางการพยายามรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจ ทุกหน่วยงานควรช่วยกัน เพราะหากเศรษฐกิจเริ่มชะลอ แล้วไปต่อไม่ได้ การจะกระตุ้นให้ฟื้นอีกครั้งจะยากมาก เหมือนรถที่จอดแล้ว ถ้าจะให้วิ่งอีกต้องเข็น ต้องจัมพ์สตาร์ตใหม่ ซึ่งก็คงต้องคิดถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งด้านการคลัง การเงิน ค่าเงินต่าง ๆ 2.รักษาความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
“เพราะถ้าเศรษฐกิจชะลอ จะทำให้เสียความเชื่อมั่น ดังนั้น ไม่ต้องเยอะ โตสัก 1% กว่า ๆ ก็พอ และต้องทำงานอย่างเป็นระบบ สื่อสารเอาข่าวดีออกมาบางส่วน ทำมาตรการที่ใช้ และรักษาความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ภาคเอกชน และประชาชน”
และ 3.รักษาความสงบทางการเมือง ซึ่งหัวใจสำคัญของการเมือง ก็คือ ความขัดแย้งมีได้ แต่ขอให้อยู่ในกรอบ เพราะหากรุนแรง ลุกลาม จะมีปัญหาซ้ำเติมเข้ามา
“นี่เป็นสิ่งที่ตลาดทุนอยากเห็น เพื่อให้เราสามารถผ่านช่วงนี้ไปได้ ผมคิดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะคับขันขึ้นเรื่อย ๆ แล้วยิ่งหากประธานาธิบดีทรัมป์ เห็นว่าตลาดทุนรับได้ ก็จะมีมาตรการอีก ดังนั้นเราต้องดูแลให้เศรษฐกิจไทยพอไปได้ ผมว่าโหมดเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ต้องเป็นโหมดการบริหารวิกฤตที่กำลังรออยู่ข้างหน้า” ดร.กอบศักดิ์กล่าว
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือน มิ.ย. 2568 SET Index ปิดที่ 1,089.56 จุด ปรับลดลง 5.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2568 ดัชนีปรับลดลง 22.2% มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 41,856 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดร.กอบศักดิ์ เตือนสัญญาณอันตรายต่างชาติทิ้ง “หุ้น-บอนด์” ไทยปีที่ 3
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net