โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดร.กอบศักดิ์ เตือนสัญญาณอันตรายต่างชาติทิ้ง “หุ้น-บอนด์” ไทยปีที่ 3

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.58 น.

“ดร.กอบศักดิ์” เตือนสัญญาณอันตราย ต่างชาติทิ้งตลาด “หุ้น-บอนด์” ไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เผยผ่านครึ่งปีแรกผลงาน SET แย่สุด -22.2% คาดทั้งปีฟันด์โฟลว์ไหลออกอีกกว่า 1 แสนล้าน ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิบอนด์ไทยแล้วกว่า 3 หมื่นล้าน ในช่วง 2 เดือนหลัง ชี้เกิดจากไทยเจอปัญหารุมทั้งภายนอก-ภายใน แนะรัฐบาลเปลี่ยนโหมดทำงานเป็น “บริหารวิกฤต”

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ปีนี้ตลาดทุนไทยมีปัญหาพอสมควร หากดูดัชนีเทียบกับประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น เกาหลีที่มีปัญหาค่อนข้างมาก แต่ดัชนีตลาดหุ้นโตได้ 28% เยอรมนีก็โต 20% ฮ่องกงก็โตได้ 20% หรือแม้แต่เวียดนามก็โตใกล้ 10% หรือสินทรัพย์อื่นอย่างทองคำ ก็ให้ผลตอบแทน 25.5%

ส่วนที่ติดลบก็มี อินโดนีเซีย -2.2% ฟิลิปปินส์ -2.5% ไต้หวัน -3.4% มาเลเซีย -6.7% ขณะที่ไทยหนักสุด -22.2% จากปัญหาทั้งในและภายนอกประเทศ

“แม้กระทั่งในเดือนล่าสุด ที่เราตกเยอะอยู่แล้ว ประเทศไทยในเดือนล่าสุดก็ตกเยอะที่สุดเหมือนกัน ตกอยู่ประมาณ 5% ซึ่งอันนี้ก็น่ากังวลใจ อยากให้เห็นว่าปีนี้ ครึ่งปีที่ผ่านมา เป็น Performance ที่น่ากังวลใจ เพราะเราตกเยอะมาก”

ทั้งนี้ จนถึงเดือน มิ.ย. 2568 แค่เพียงครึ่งปี นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยออกไป 78,690 ล้านบาท จากปีที่แล้วทั้งปีที่ขายสุทธิราว 150,000 ล้านบาท และปี 2566 ขายสุทธิประมาณ 200,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ก็มีโอกาสติดลบกว่า 100,000 ล้านบาท

ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า ทุกอย่างนี้คือสัญญาณเตือนภัย เพราะถ้าเป็นการตกทั้งโลกพร้อม ๆ กัน ก็จะไม่น่ากังวลใจ แต่ถ้าไปดูดัชนี Nasdaq ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) รวมถึงดาวโจนส์ และ S&P500 ก็ทำ All Time High ก่อนที่จะมีจดหมายแจ้งอัตราภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมา

“หมายความว่า นี่คือปัญหาเฉพาะของประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งเราต้องมาช่วยกันคิดว่าเราจะขับเคลื่อนปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไรบ้าง เพราะจากปัญหาทั้งภายใน ภายนอกที่มะรุมมะตุ้ม จะทำให้ปีนี้เป็นอีกปีที่ต่างชาติออกจากตลาดทุนไทย และจะกลายเป็นออก 3 ปีต่อเนื่องกัน”

ขณะที่ตลาดพันธบัตร ต่างชาติก็มีการขายสุทธิมา 2 ปีแล้ว ส่วนครึ่งแรกปีนี้ ต่างชาติซื้อสุทธิ 30,394 ล้านบาท แต่ช่วง 2 เดือนหลังสุด เป็นการขายสุทธิ 34,819 ล้านบาท ซึ่งเป็นเดือนที่ทรัมป์อาละวาด

“รวมแล้วก็คือ ทั้งตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตรของเรา ขณะนี้นักลงทุนกำลังออกจากเมืองไทย”

ดร.กอบศักดิ์กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตลาดทุนอยากให้ความสำคัญ มี 3 เรื่องหลัก คือ 1.อยากให้ทางการพยายามรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจ ทุกหน่วยงานควรช่วยกัน เพราะหากเศรษฐกิจเริ่มชะลอ แล้วไปต่อไม่ได้ การจะกระตุ้นให้ฟื้นอีกครั้งจะยากมาก เหมือนรถที่จอดแล้ว ถ้าจะให้วิ่งอีกต้องเข็น ต้องจัมพ์สตาร์ตใหม่ ซึ่งก็คงต้องคิดถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งด้านการคลัง การเงิน ค่าเงินต่าง ๆ 2.รักษาความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

“เพราะถ้าเศรษฐกิจชะลอ จะทำให้เสียความเชื่อมั่น ดังนั้น ไม่ต้องเยอะ โตสัก 1% กว่า ๆ ก็พอ และต้องทำงานอย่างเป็นระบบ สื่อสารเอาข่าวดีออกมาบางส่วน ทำมาตรการที่ใช้ และรักษาความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ภาคเอกชน และประชาชน”

และ 3.รักษาความสงบทางการเมือง ซึ่งหัวใจสำคัญของการเมือง ก็คือ ความขัดแย้งมีได้ แต่ขอให้อยู่ในกรอบ เพราะหากรุนแรง ลุกลาม จะมีปัญหาซ้ำเติมเข้ามา

“นี่เป็นสิ่งที่ตลาดทุนอยากเห็น เพื่อให้เราสามารถผ่านช่วงนี้ไปได้ ผมคิดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะคับขันขึ้นเรื่อย ๆ แล้วยิ่งหากประธานาธิบดีทรัมป์ เห็นว่าตลาดทุนรับได้ ก็จะมีมาตรการอีก ดังนั้นเราต้องดูแลให้เศรษฐกิจไทยพอไปได้ ผมว่าโหมดเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ต้องเป็นโหมดการบริหารวิกฤตที่กำลังรออยู่ข้างหน้า” ดร.กอบศักดิ์กล่าว

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือน มิ.ย. 2568 SET Index ปิดที่ 1,089.56 จุด ปรับลดลง 5.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2568 ดัชนีปรับลดลง 22.2% มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 41,856 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดร.กอบศักดิ์ เตือนสัญญาณอันตรายต่างชาติทิ้ง “หุ้น-บอนด์” ไทยปีที่ 3

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...