โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลัวลูกตัวเล็ก ให้ดื่ม ยาเพิ่มความสูง ครึ่งปีผ่าน พ่อแม่เข่าทรุด

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 03.23 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 10.01 น.

ความปรารถนาให้ลูกมีส่วนสูงมากขึ้น กลายเป็นแรงผลักดันให้พ่อแม่หลายคนมองหาทางลัด โดยลืมพิจารณาเรื่องความปลอดภัยและธรรมชาติของพัฒนาการเด็ก ดังเช่นกรณีของครอบครัวหนึ่งในประเทศจีน ที่ตัดสินใจให้ลูกชายวัย 8 ขวบ ดื่ม “ยาสูง” หลังพบว่าลูกมีความสูงเพียง 120 เซนติเมตร ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานและต่ำกว่าเพื่อนร่วมชั้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาหวังว่าผลิตภัณฑ์จากคำแนะนำของเพื่อนจะช่วยเพิ่มความสูงได้

ในช่วงครึ่งปีแรกหลังเริ่มดื่ม “ยาสูง” เด็กชายมีความสูงเพิ่มขึ้นถึง 5 เซนติเมตร ทำให้พ่อแม่รู้สึกพึงพอใจ แต่หลังจากนั้น การเจริญเติบโตก็หยุดชะงักลงอย่างรวดเร็ว จนต้องพาไปตรวจที่โรงพยาบาลเด็กในเมืองอู่ฮั่น ผลวินิจฉัยทำให้ทั้งคู่ช็อก เมื่อแพทย์ระบุว่า กระดูกของเด็กมีอายุเทียบเท่าเด็กอายุ 11 ปี และแผ่นกระดูกกำลังปิดตัว ส่งผลให้ความสูงหยุดพัฒนาเร็วกว่าปกติ

ดร.หลินหมิง แพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อเด็ก โรงพยาบาลเด็กอู่ฮั่น ระบุว่า “ยาสูง” ที่รับประทานไม่สามารถเพิ่มความสูงได้จริง โดยฮอร์โมนเร่งความสูงที่ได้ผลจะต้องเป็นยาฉีด และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากต้องควบคุมระดับฮอร์โมนอย่างเข้มงวด หากใช้ผิดวิธี อาจเร่งให้กระดูกปิดก่อนวัยอันควร และส่งผลให้เด็กไม่สามารถสูงได้อีก

นอกจากพันธุกรรมแล้ว ปัจจัยที่มีผลต่อความสูงยังรวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โภชนาการที่เหมาะสม การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และสุขภาพจิต โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญเติบโต หากพลาดช่วงเวลาสำคัญนี้ อาจไม่สามารถเรียกคืนโอกาสในการเติบโตได้อีก

ข้อมูลจากแพทย์ระบุว่า

  • เด็กอายุ 3 ปี ควรสูงเฉลี่ยประมาณ 95 ซม.
  • ช่วงอายุ 3–10 ปี ควรเพิ่มความสูงปีละ 5–7 ซม.
  • ช่วงวัยรุ่น เด็กหญิงจะโตเร็วช่วงอายุ 10–12 ปี และเด็กชายช่วง 12–14 ปี โดยช่วงนี้เด็กอาจสูงเพิ่มได้ถึง 25–30 ซม.

ดร.หลิวฮวา แพทย์อีกท่านจากโรงพยาบาลเด็กอู่ฮั่น ยังระบุว่า หากเด็กมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน จะเร่งการเจริญของกระดูกจนหยุดสูงเร็วกว่าปกติ และยังเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันพอกตับ น้ำตาลในเลือดสูง รวมถึงปัญหาด้านจิตใจ ซึ่งล้วนมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตเช่นกัน

4 วิธีที่หมอแนะนำ หากอยากให้ลูกสูงขึ้นอย่างปลอดภัย

  • วัดส่วนสูงเป็นประจำ และวาดกราฟเส้นโค้งการเติบโต เพื่อดูว่าเด็กโตตามเกณฑ์หรือไม่
  • เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เนื่องจากฮอร์โมนการเจริญเติบโตจะหลั่งมากที่สุดในช่วง 1–2 ชั่วโมงหลังจากเริ่มหลับ
  • ให้กินโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ไข่ ปลา ถั่ว เนื้อไม่ติดมัน ผัก ผลไม้ และดื่มนมอย่างเหมาะสม
  • สนับสนุนให้มีกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อรับแสงแดดที่ช่วยดูดซึมแคลเซียม กระตุ้นการเคลื่อนไหว และลดความเสี่ยงโรคอ้วน

ทั้งนี้ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ “เสริมแคลเซียม” หรือการดื่ม “เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ” โดยแพทย์เตือนว่า หากดื่มนมหรือแคลเซียมเสริมมากเกินไปโดยไม่ดูสัดส่วนโภชนาการ อาจส่งผลเสีย เช่น ท้องผูก หรือกระดูกแข็งก่อนวัย นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กบางคนดื่มนมต่อเนื่อง แต่ไม่ยอมกินอาหารหลัก ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

อีกหนึ่งความเสี่ยงคือเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือเครื่องดื่มผสมน้ำผลไม้ ซึ่งอาจเร่งการสูญเสียแคลเซียมในกระดูก และรบกวนการทำงานของฮอร์โมนสำคัญต่อการเติบโต

ท้ายที่สุด แพทย์ย้ำว่า พ่อแม่ควร “ลงทุนในความรู้” มากกว่าผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณเกินจริง โดยเฉพาะโฆษณาที่อวดอ้างว่าสามารถเพิ่มความสูงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องปรึกษาแพทย์ เพราะการเติบโตของเด็กต้องอาศัยการดูแลต่อเนื่อง พฤติกรรมประจำวัน และสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่แค่พึ่งพาผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำจากคนรอบข้างที่ไม่รู้จริง

ข้อมูลจาก phunuphapluat.nguoiduatin

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...