โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

3.4 ล้านหายกลางห้างปมซื้อคริปโตนอกกระดาน รู้จัก OTC ซื้อขายตรง ไม่มีตัวกลาง ทำได้เงียบ ๆ แต่เสี่ยง

Thairath Money

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 10.06 น.
ภาพไฮไลต์

จากเหตุอุกอาจที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่มีกลุ่มคนร้ายบุกปล้นเงินสดกว่า 3.4 ล้านบาท ณ ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในย่านลาดพร้าว โดยพบว่าทางผู้เสียหายได้มีการนัดหมายกับกลุ่มคนร้ายผ่าน Agent เพื่อที่จะทำการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี สกุล USDT ก่อนที่คนร้ายลงมือจี้ปล้นเอาเงินสดไปและหลบหนีไป

โดยเงินสดจำนวนดังกล่าว ทางผู้เสียหายเล่าว่ามีการนัดแนะเพื่อที่จะเอามาซื้อขาย USDT จำนวน 100,000 เหรียญ จึงได้ทำข้อตกลงผ่าน Agent ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้นัดมาเพื่อซื้อขายในลักษณะนี้ ทางตำรวจคาดว่าในครั้งแรก ๆ คือการหลอกให้เหยื่อตายใจ โดยจำนวนเงินที่แลกเปลี่ยนกันก่อนหน้านี้เป็นหลักแสน ก่อนที่จะทำการโจรกรรมเงินหลักล้านในครั้งนี้

สำหรับการซื้อขายที่เกิดขึ้นนี้ เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบ “OTC” หรือ “Over-the-Counter Trading” หรือ “การซื้อขายนอกกระดาน” คือมีการตกลงกันเองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เทรดได้ในปริมาณมาก อีกทั้งยังทำได้แบบลับ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่ต้องผ่านตัวกลางที่เป็น Exchange ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายใหญ่ ธุรกิจ หรือแม้แต่นักเทรดทั่วไปที่ต้องการความยืดหยุ่นและความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็มักจะใช้เครื่องมือชนิดนี้

OTC Trading คืออะไร?

การเทรดคริปโตฯ แบบ OTC หรือ Over-the-Counter คือการซื้อขายเหรียญโดยตรงระหว่างสองฝ่าย โดยไม่ผ่านกระดานสาธารณะของ Exchange แบบเดิม ธุรกรรมเหล่านี้มักเกิดขึ้นผ่านตัวกลางที่เรียกว่า OTC Desk หรือโบรกเกอร์ หรือแม้แต่แพลตฟอร์มแบบ P2P ที่มีความน่าเชื่อถือ

แล้วทำไมต้องเทรดแบบ OTC?

เพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความผันผวนของราคา โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องซื้อขายเหรียญในปริมาณมาก การตกลงราคากันแบบตัวต่อตัวทำให้สามารถคุมราคาที่ต้องการได้ดีกว่า ลดโอกาส Slippage และไม่ทำให้ตลาดสวิงเหมือนการเทรดผ่าน CEX (Centralized Exchange)

นอกจากนี้ OTC ยังมอบความยืดหยุ่นในการชำระเงิน ไม่ว่าจะโอนผ่านธนาคาร ใช้ Stablecoin หรือ Swap Token ตรงก็สามารถทำได้ตามที่ตกลงกันไว้

OTC Trading ทำงานอย่างไร?

การเทรด OTC แตกต่างจากการซื้อขายในตลาดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด โดยมีขั้นตอนที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ดังนี้

  • Step 1: เริ่มต้นเทรดกับ OTC Desk หรือโบรกเกอร์ โดยนักเทรดที่ต้องการเทรดในปริมาณมากจะติดต่อ OTC Desk ที่มีเครือข่ายผู้ซื้อ-ผู้ขาย พร้อมสภาพคล่องในระดับลึก ทั้งนี้ มักจะมีขั้นตอนการยืนยันตัวตน (KYC) และตรวจสอบการฟอกเงิน (AML) เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบและป้องกันการฉ้อโกง
  • Step 2: เจรจาราคา ซึ่งจะมีความแตกต่างจาก Exchange ที่ราคาขึ้นลงตามตลาด แต่ OTC จะเป็นการเจรจาระหว่างคู่ค้าโดยตรง สามารถตกลงราคากันได้ตามความเหมาะสม เพื่อลด Slippage และให้ราคายุติธรรมที่สุด บางกรณีอาจใช้ Smart Contract เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น
  • Step 3: ชำระธุรกรรม เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงราคากันแล้ว การโอนเหรียญและชำระเงินจะเกิดขึ้นทันทีหรือภายในช่วงเวลาที่กำหนด โดยสามารถเลือกชำระเป็นคริปโตฯ หรือเงิน Fiat ตามตกลง

ทั้งนี้ หลังการเทรดบาง OTC Desk จะให้บริการรายงานธุรกรรมเพื่อบันทึกหรือใช้อ้างอิง หรือมีการใช้ระบบ Escrow (ระบบถือครองสินทรัพย์ชั่วคราว) เพื่อความปลอดภัย โดยจะปล่อยเหรียญออกก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน

ประเภทของ OTC Trading

OTC Trading ไม่ได้มีรูปแบบเดียว โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

  • OTC ผ่านโบรกเกอร์

โบรกเกอร์จะทำหน้าที่เป็นคนกลาง ช่วยจับคู่ผู้ซื้อกับผู้ขาย พร้อมเจรจาราคา จัดการเอกสาร และเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด โดยมีตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ให้บริการนี้ อย่างเช่น Coinbase Prime, Kraken OTC, Binance OTC, Bitstamp เป็นต้น

  • OTC แบบ P2P (Peer-to-Peer)

ผู้ซื้อและผู้ขายเจรจาโดยตรง ไม่มีคนกลาง มักใช้งานร่วมกับระบบ Escrow เพื่อความปลอดภัย เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและยืดหยุ่นด้านการชำระเงิน ตัวอย่างแพลตฟอร์ม เช่น OKX, Paxful, Binance P2P, KuCoin เป็นต้น

ข้อดี-ข้อเสียของ OTC Trading

สำหรับการเทรดด้วยวิธี OTC Trading ที่มีทั้งข้อดีและความเสี่ยงที่ทางผู้เทรดจะต้องศึกษาให้แน่ชัด โดยข้อดีมีดังนี้

  • มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ต้องเปิดเผยธุรกรรมบนบล็อกเชนสาธารณะ
  • ป้องกัน Slippage ลดความเสี่ยงที่ราคาจะเบี่ยงเบนในช่วงเทรด
  • สภาพคล่องสูง เหมาะกับการเทรดปริมาณมากโดยไม่กระทบตลาด
  • มีบริการแบบปรับแต่งได้ มีทีมงานดูแลเฉพาะ ตอบโจทย์ความต้องการระดับสูง

ในขณะเดียวกัน ก็มีความเสี่ยงหลายประการ ได้แก่

  • Counterparty Risk คือ ความเสี่ยงที่อีกฝ่ายจะไม่ทำตามข้อตกลง แนะนำให้เลือกใช้ Desk ที่ได้รับการควบคุม หรือมี Escrow
  • ข้อกำหนดด้านกฎหมาย แต่ละประเทศมีกฎที่ต่างกัน เช่น KYC, AML ต้องตรวจสอบก่อนทำธุรกรรม
  • อาจเป็นช่องทางโกง ตลาด OTC อาจถูกใช้โดยมิจฉาชีพ แนะนำให้ตรวจสอบประวัติและใช้แพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้เท่านั้น
  • การปั่นราคา บางรายใช้ OTC เพื่อเทขายเหรียญโดยไม่กระทบราคาในตลาดหลัก
    โปร่งใสน้อย เนื่องจากการเทรดไม่เปิดเผย อาจเกิดปัญหาในการหาข้อมูลราคาตลาดที่แท้จริง

ที่มา: CoinTelegraph, Crypto.com, MoonPay, Merkle

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...