โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดสถิติดัชนีหุ้นไทย Q3 ย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ยเพิ่มขึ้น โบรกฯมองกรอบ 1,050-1,180 จุด

Share2Trade

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 06.23 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • Share2Trade

จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่ประเทศไทย ในส่วนการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย 5 ปีย้อนหลังในช่วงไตรมาส 3 ของทุกปี พบ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าลดลง โดยมีรายละเอียดดังนี้

เปิดสถิติดัชนีหุ้นไทย Q3_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

Q3/2563 ดัชนีปรับตัวลดลง 7.62%

Q3/2564 ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.13%

Q3/2565 ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.35%

Q3/2566 ดัชนีปรับตัวลดลง 2.11%

Q3/2567 ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.37%

บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า กลยุทธ์การลงทุนประจําไตรมาส 3/2025 ประเมินแม้ไทยจะเป็นจุดที่เล็กลงมากในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนผ่านนํ้าหนักของหุ้นไทยในดัชนีสําคัญต่างๆที่อยู่ตํ่าสุดเป็นประวัติการณ์ แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นขึ้น ก็คือระดับ Valuation ที่เริ่มกลับมาอยู่ในโซนที่น่าสนใจอีกครั้ง

โดยเฉพาะในมิติของ Implied Equity Risk Premium (ERP) ที่กลับขึ้นมายืนเหนือค่าเฉลี่ยได้แล้ว และอยู่ในจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าในระยะสั้นเราอาจจะยังไม่ได้อานิสงส์ในเรื่องของ Fund flow มากนัก แต่เชื่อว่าแรงขายของนักลงทุนกลุ่มต่างๆก็จะอยู่ในกรอบจํากัดด้วยเช่นกัน จึงทําให้ภาพการแกว่งตัวของ SET Index ในไตรมาสที่ 3 นี้ น่าจะอยู่ในเชิง Upside จํากัด และ Downside ก็จํากัดด้วย

ประเมินกรอบการแกว่งตัวของ SET Index ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1050-1180 จุดสําหรับกรอบแคบ และ 1000-1270 จุดสําหรับกรอบกว้าง อิงสมมุติฐานเริ่มต้นสําคัญที่สุดนั้นก็คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่จะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.50% เป็นอย่างน้อยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ในกรณีฐาน เรายังเชื่อว่าเสถียรภาพของการเมืองไทยในไตรมาสนี้น่าจะยังประคับประคองตัวต่อไปได้ แม้ว่ารัฐบาลจะมีเสียงปริ่มนํ้าในสภาล่างก็ตาม ด้วยเหตุนี้ หากให้เลือกกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจในไตรมาสนี้ เรามองว่าหุ้นกลุ่ม Domestic ที่ปรับตัวลงมาแรงก่อนหน้านี้เพราะความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ เพียงแต่ว่าเราเน้นความปลอดภัยส่วนหนึ่งไว้ก่อน ด้วยการ Selective ไปยังหุ้นกลุ่ม Domestic ที่มีคุณลักษณะ Defensive เพื่อป้องกันความเสี่ยง Tail risk ทางด้านการเมืองที่อาจอุบัติขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของรัฐบาลเสียงข้างน้อย การยุบสภาก่อนหน้าการโหวต พรบ.งบประมาณ หรือการทํารัฐประหาร เป็นต้น โดยสรุป หุ้นที่เราสนใจและแนะนําให้ถือครองในไตรมาสนี้จะได้แก่ กลุ่มสื่อสาร (ADVANC), กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS), กลุ่มค้าปลีกจําเป็น (CPALL), และกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF)

บล.บัวหลวง ระบุว่า คาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ผันผวนในกรอบ 1,060-1,120 จุด อิงปัจจัยในประเทศเป็นหลัก หากผ่านพ้นช่วงความเสี่ยงการเมืองในประเทศไปได้ เช่น การชุมนุมผ่านไปอย่างสงบ และแม้จะยังเป็นปัจจัยรบกวน ที่มาเป็นระลอกแต่ไม่รุนแรง ก็น่าจะหนุนหุ้นไทยรีบาวด์สลับย่อ เช่นเดียวกับความกังวลเรื่องอายุรัฐบาล ก็จะมีอิทธิพลต่อหุ้นไทย ลักษณะเดียวกัน

และเมื่อปัจจัยทั้งในและต่างประเทศเริ่มคลี่คลาย เราคาดว่า นักลงทุนคงกลับมาโฟกัสเรื่อง งบการเงิน บจ.สิ้นสุดไตรมาส 2 (ต่อด้วยเรื่องปันผลระหว่างกาล) ที่จะเป็นตัวช่วย จำกัดความเสี่ยงด้านล่างของตลาดหุ้นไทย หรืออาจซ้ำเติม ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับ ผลการดำเนินงาน ของแต่ละบริษัทฯ (แต่เราคาดว่าจะได้เรื่องปันผลสูงช่วยค้ำราคาหุ้นรายกลุ่ม)

โดยกลุ่มเด่นในแง่ของผลตอบแทนเงินปันผลสูง และแนวโน้มงบ 2Q25 ดี ได้แก่ หุ้นกลุ่ม ปตท. หุ้นกลุ่มเครือซีเมนต์ไทย อิงหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นที่เราคาดว่ามีความเสี่ยงที่จะเห็นงบแย่กว่าคาด ได้แก่ ธนาคาร ไฟแนนซ์ ค้าปลีก ค้าวัสดุ สื่อสาร อสังหาฯ อิงตามรายงานพื้นฐานที่ BLS Research มีการทยอยปรับลดคำแนะนำ และคาดการณ์กำไรในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่ยังไม่มีการปรับลดคาดการณ์กำไร และคำแนะนำ ยังไม่ใช่ว่าจะพ้นความเสี่ยงราคาหุ้นโดนขายทำกำไร เช่น กลุ่มหมู ไก่ หุ้นส่งออก, กลุ่มท่องเที่ยว และโรงแรม เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...