โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะพรึง!! กวางหางขาว แหล่งซุ่มซ่อนโควิด สายพันธุ์อัลฟ่า หลังหายจากคนไปแล้ว

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 02.27 น. • The Bangkok Insight

เปิดผลวิจัยโอไฮโอ พบกวางหางขาว แหล่งซุ่มซ่อนโควิด สายพันธุ์อัลฟ่า หลังหายจากคนไปแล้ว และยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อโอไมครอนด้วย

ผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Emerging Infectious Diseases สร้างความประหลาดใจ เมื่อทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต สหรัฐ ตรวจพบเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ทั้งสายพันธุ์โอไมครอนและสายพันธุ์อัลฟ่าในกวางหางขาว (WTD) ที่อาศัยอยู่อย่างอิสระทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐโอไฮโอ ที่น่าสนใจคือ เชื้อสายพันธุ์อัลฟ่าที่พบนั้น ไม่มีการตรวจพบในประชากรมนุษย์ของรัฐโอไฮโอมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว

กวางหางขาว

นักวิจัยได้เก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกของกวางที่ถูกคัดเลือกจำนวน 519 ตัวอย่าง พบว่า 12.3% ให้ผลบวกต่อเชื้อ SARS-CoV-2 โดยในจำนวนนี้ 86.1% ของตัวอย่างที่ถอดรหัสพันธุกรรมเป็นเชื้อโอไมครอนสายพันธุ์ย่อยต่างๆ (เช่น BQ.1.1, XBB.1.5.35) ซึ่งยังคงแพร่ระบาดในมนุษย์ ณ เวลานั้น และพบหลักฐานการแพร่เชื้อโอไมครอนจากกวางสู่กวางอย่างกว้างขวางระหว่างพื้นที่ที่ถูกคั่นด้วยทางหลวง

ส่วนเชื้อสายพันธุ์อัลฟ่า (B.1.1.7) ตรวจพบในกวาง 5 ตัวอย่างจากพื้นที่ และพบว่ามีการกลายพันธุ์ในอัตราที่เร็วกว่าเชื้ออัลฟ่าที่พบในมนุษย์ถึงสองเท่า

การค้นพบนี้สวนทางกับข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ที่ว่า เชื้อโอไมครอนที่ปรับตัวเข้ากับมนุษย์ได้ดี อาจมีความสามารถในการติดเชื้อในสัตว์อื่นลดลง ทีมนักวิจัยเน้นย้ำถึงความจำเป็น การเฝ้าระวังเชื้อ SARS-CoV-2 ในกวางหางขาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของไวรัสในระยะยาว และประเมินความเสี่ยงที่กวางอาจกลายเป็นแหล่งพักพิงของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เก่าที่หายไปจากประชากรมนุษย์แล้ว รวมถึงความเสี่ยงในการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน

พลวัตของไวรัส เพิ่มความกังวลใหม่

1. การพบเชื้อสายพันธุ์อัลฟ่า: ความประหลาดใจที่แฝงนัยสำคัญ

เชื้อสายพันธุ์อัลฟ่าเป็นสายพันธุ์ที่เคยระบาดในมนุษย์และถูกแทนที่ด้วยสายพันธุ์ใหม่อย่างเดลต้าและโอไมครอนไปนานแล้ว การตรวจพบเชื้ออัลฟ่าในกวางรัฐโอไฮโอ ทั้งที่สายพันธุ์นี้หายไปจากประชากรมนุษย์ในรัฐเดียวกันนานกว่าหนึ่งปี เป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง มันชี้ให้เห็นว่ากวางอาจทำหน้าที่เป็น แหล่งพักพิง หรือ อ่างเก็บเชื้อ (reservoir) สำหรับสายพันธุ์ไวรัสเก่าที่ไม่ได้ระบาดในคนแล้ว

หากเชื้อสายพันธุ์เก่าเหล่านี้ยังคงหมุนเวียนและอาจมีการกลายพันธุ์เพิ่มเติมในประชากรกวาง ก็มีความเป็นไปได้ที่มันอาจจะแพร่เชื้อกลับมาสู่มนุษย์อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากภูมิคุ้มกันของมนุษย์ต่อสายพันธุ์นั้น ๆ ลดลงตามกาลเวลา หรือหากไวรัสที่ปรับตัวในกวางมีคุณสมบัติใหม่ที่น่ากังวล

นอกจากนี้ การมีอยู่ของแหล่งรังโรคในสัตว์ป่าทำให้การควบคุมหรือกำจัดเชื้อ SARS-CoV-2 มีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะมาตรการที่มุ่งเน้นเฉพาะในมนุษย์อาจไม่เพียงพอ

2. การแพร่เชื้ออย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพของโอไมครอนในกวาง

การศึกษาพบว่าเชื้อโอไมครอน ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในมนุษย์ ณ เวลานั้น ก็สามารถแพร่กระจายจากกวางสู่กวางได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (clusters) ในหลายพื้นที่ แม้จะถูกกั้นด้วยทางหลวง สิ่งนี้หักล้างข้อสันนิษฐานเบื้องต้นที่ว่าโอไมครอนซึ่งปรับตัวเข้ากับมนุษย์ได้ดี อาจมีความสามารถในการติดเชื้อในสัตว์ชนิดอื่นลดลง

  • ผลกระทบและนัยสำคัญ

การหมุนเวียนคู่ขนาน: เชื้อโอไมครอนไม่เพียงแต่แพร่จากคนสู่กวางเป็นครั้งคราว แต่ยังสามารถสร้างวงจรการแพร่ระบาดภายในประชากรกวางเองได้ ซึ่งหมายความว่าไวรัสอาจมีการวิวัฒนาการคู่ขนานไปกับที่ระบาดในมนุษย์ และอาจเกิดการปรับตัวจำเพาะต่อกวาง

เพิ่มโอกาสการแพร่เชื้อข้ามสปีชีส์: ยิ่งเชื้อไวรัสหมุนเวียนในกวางมากเท่าใด โอกาสที่เชื้อจะแพร่จากกวางกลับสู่มนุษย์ (spillback) หรือแพร่ไปยังสัตว์ป่าชนิดอื่นก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกวางหรือสิ่งแวดล้อมของพวกมัน

3. ความเสี่ยงใหม่: การผสมสายพันธุ์ในกวาง

การที่กวางหางขาวสามารถติดเชื้อ SARS-CoV-2 ได้ทั้งสายพันธุ์เก่าอย่างอัลฟ่า (ที่อาจหลงเหลืออยู่ในประชากรกวาง) และสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดในคนอย่างโอไมครอนพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่น่ากังวลอีกประการหนึ่ง นั่นคือ การผสมสายพันธุ์ (viral recombination)

หากกวางตัวเดียวติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สองสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน (เช่น อัลฟ่าและโอไมครอน) ในเวลาเดียวกัน ไวรัสทั้งสองชนิดอาจเข้าไปในเซลล์เดียวกันและในระหว่างกระบวนการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวน อาจมีการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนสารพันธุกรรม (RNA) กัน ทำให้เกิดไวรัสลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ขึ้น

การอุบัติของไวรัสลูกผสม ไวรัสลูกผสมที่เกิดขึ้นใหม่อาจมีคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากสายพันธุ์พ่อแม่ เช่น อาจมีความสามารถในการแพร่เชื้อสูงขึ้น หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงความรุนแรงของโรค ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยาก

เพิ่มความท้าทายต่อสาธารณสุข การเกิดขึ้นของไวรัสลูกผสมที่มีคุณสมบัติไม่พึงประสงค์ในแหล่งรังโรคสัตว์ป่า ย่อมเพิ่มความท้าทายอย่างมากต่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในมนุษย์

จากเหตุผลและผลกระทบที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นไปได้ของการเกิดไวรัสลูกผสมจากการที่เชื้อสายพันธุ์เก่าและใหม่มาพบกันในกวาง จึงเป็นที่ชัดเจนว่า การเฝ้าระวังเชื้อ SARS-CoV-2 ในสัตว์ป่า โดยเฉพาะกวางหางขาวซึ่งมีจำนวนมากและใกล้ชิดกับชุมชนมนุษย์ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

การเฝ้าระวังนี้จะช่วยให้

  • ตรวจจับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า

สามารถตรวจพบการอุบัติของสายพันธุ์ใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในสัตว์ รวมถึงไวรัสลูกผสม หรือการกลับมาระบาดของสายพันธุ์เก่า ก่อนที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์

  • เข้าใจนิเวศวิทยาของไวรัส

ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจมากขึ้นว่าไวรัสปรับตัวเข้ากับโฮสต์ใหม่ได้อย่างไร คงอยู่ในสิ่งแวดล้อมอย่างไร มีการผสมสายพันธุ์อย่างไร และมีขอบเขตของโฮสต์ที่แท้จริงกว้างขวางเพียงใด

  • สนับสนุนการวางแผนสาธารณสุข

ข้อมูลที่ได้จากการเฝ้าระวังในสัตว์ป่าสามารถนำไปใช้ในการประเมินความเสี่ยง กำหนดมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับปศุสัตว์ ให้คำแนะนำแก่ประชาชนที่ต้องสัมผัสกับสัตว์ป่า และอาจรวมถึงการพัฒนากลยุทธ์ด้านวัคซีนหรือการรักษาในอนาคต
ตอกย้ำแนวทางสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health): สถานการณ์นี้สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการแก้ปัญหาโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการ

ดังนั้น แม้การค้นพบอัลฟ่าจะสร้างความประหลาดใจ ส่วนการแพร่ระบาดของโอไมครอนในกวางจะยืนยันความสามารถในการปรับตัวของไวรัส และที่สำคัญคือโอกาสที่สายพันธุ์เหล่านี้จะผสมกันในตัวกวาง ทั้งหมดนี้ต่างชี้ไปยังบทสรุปเดียวกันคือ ความจำเป็นที่ไม่สามารถละเลยได้ของการติดตามและศึกษาเชื้อ SARS-CoV-2 ในประชากรสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องสุขภาพของทั้งมนุษย์และสัตว์ในระยะยาว

ที่มา: Center for Medical Genomics

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...