โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” ยันอุบลฯ ไม่โดดเดี่ยว ลั่นจะไม่ให้ใครรุกราน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 05.36 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

อุบลราชธานี 8 มิ.ย.- “อนุทิน” ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ยันอุบลราชธานีไม่ได้โดดเดี่ยว ลั่นจะไม่ให้ใครรุกราน ขณะที่ชาวบ้านยอมรับหวาดกลัว แต่อุ่นใจมีทหารคอยดูแลความปลอดภัย

นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะปฏิบัติราชการที่จังหวัดอุบลราชธานี จุดแรกที่ศูนย์พัฒนาเขตพื้นที่ชายแดน บ้านทุ่งสมเด็จ หมู่ที่ 17 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน เพื่อมอบสิ่งของให้ทหาร ชรบ.อส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จากนั้นไปดูหลุมหลบภัย 2 จุด คือหลุมหลบภัย โรงเรียนบ้านแปดอุ้ม และหลุมหลบภัยวัดบ้านค้อ ให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอนุทินเดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัวก่อนจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากอุบลราชธานี มาพื้นที่ชายแดนพร้อมกับปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครองก่อนวันพุธที่ 11 มิถุนายน จะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชาทั้ง 7 จังหวัดมาประชุมร่วมกันที่อุบลราชธานี เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ถึงแนวทางในการดูแลพี่น้องประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นายอนุทิน แนะนำผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ 7 จังหวัด รวมถึงสส. ทั้งของพรรคภูมิใจไทยและต่างพรรคที่มาเป็นกำลังใจให้ทุกคนโดยเฉพาะทหารที่เป็นกำลังสำคัญ และรับรองได้ว่าจะไม่ให้ใครรุกรานเข้ามาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว พร้อมยืนยันอุบลราชธานีไม่ได้โดดเดี่ยว คนไทยทุกคนพร้อมที่จะคอยตรึงแนวหลัง ให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัย

ชาวบ้านในพื้นที่ ที่มารอต้อนรับคณะของนายอนุทิน ยอมรับว่าหวาดกลัวกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะเคยประสบเหตุ เหยียบกับระเบิด เมื่อ 20 ปีที่แล้ว จนทำให้ต้องสูญเสียขา และเป็นจุดแรกๆ ใกล้กับที่ตั้งทหารฝั่งไทย แต่วันนี้ ก็อุ่นใจที่มีทหารมาคอยดูแลความปลอดภัยเพิ่มขึ้นใกล้ๆ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ที่ลงพื้นที่ครั้งนี้ด้วย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งไปยังพื้นที่เขตการศึกษาต่างๆ ให้ติดตามสถานการณ์ พร้อมกำชับถึงผู้บริหารสถานศึกษา หากรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร ให้โรงเรียนสามารถสั่งหยุดเรียนได้ ทันทีหากไม่สามารถสอนที่โรงเรียนได้ จะให้เด็กนำการบ้านกลับไปทำที่บ้าน และหากโรงเรียนใดมีเทคโนโลยีก็จะให้ทำการเรียนออนไลน์ นอกจากนี้ให้ตรวจตราความพร้อมในการใช้งานของบังเกอร์ และซ้อมแผนเผชิญเหตุ เชื่อว่าขวัญและกำลังใจน่าจะยังดีอยู่ และสถานการณ์ก็ยังไม่ลุกลามบานปลาย .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...