“กองหุ้นเทคโนโลยี” ปีนี้ผลงานฟื้น โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +5.06%... Top5 ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง +23.79% 5 เดือนแรก มี “เงินไหลเข้าสุทธิ” 4.2 พันลบ. AUM แตะ 8.6 หมื่นลบ. !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องดูผลงานของกลุ่ม “กองหุ้นเทคโนโลยี” อีกธีมการลงทุนที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนไทยเป็นอย่างดี
ภาพรวมปีนี้ ผลงานมีการฟื้นตัว ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +5.06% กองทุนส่วนใหญ่กว่า 80% ผลงานเป็น “บวก”
ทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันนี้ “เทคโนโลยี” กลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในชีวิตของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของภาคธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น
ดังนั้นธีมการลงทุนด้านเทคโนโลยีจึงเป็นที่สนใจของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง และทำให้กองทุนกลุ่ม “กองหุ้นเทคโนโลยี” (Global Technology) ในไทยมีขนาดเติบโตอย่างรวดเร็วจากราว 4.6 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2020 เพิ่มขึ้นเป็น 8.6 หมื่นล้านบาท(ณ สิ้นเดือนพ.ค. 2025) หรือเพิ่มขึ้นกว่า 4 หมื่นล้านบาทในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี !!!
สำหรับ5 “กองหุ้นเทคโนโลยี” ที่มีผลงาน“ดีสุด-แย่สุด” ปีนี้ มีกองอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
“กองหุ้นเทคโนโลยี” ผลงานฟื้น ปีนี้โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +5.06%…“UHERO” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +29.58% ส่วน “PRINCIPAL GCLOUD-A” ดิ่งหนักสุด -11.01%
สำหรับผลงานของ “กองหุ้นเทคโนโลยี” (ณ วันที่ 23 มิ.ย. 25) ทั้ง 137 กอง ปีนี้ผลงานฟื้นทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +5.06% โดยส่วนใหญ่ 110 กอง คิดเป็น 80% มีผลงานเป็น “บวก” ที่เหลือส่วนน้อย 20% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ”
โดยกองที่มีผลงาน “ดีสุด” ทำผลตอบแทนได้ +29.58% ส่วนกองที่มีผลงาน “แย่สุด” ผลตอบแทนยังติดลบอยู่ -11.01% หรือต่างกันอยู่ 40.59%
สำหรับ 5 “กองหุ้นเทคโนโลยี” ที่มีผลงาน “ดีสุด” ปีนี้ (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเดียวกัน) ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +23.79% นำมาโดย
“UHERO” ของบลจ.ยูโอบี +29.58%
“LHSPACE-ASSF” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ +90%
“TFINTECH” ของบลจ.ทิสโก้ +21.31%
“DAOL-PLAY” ของบลจ.ดาโอ +20.74%
“LHESPORT-A” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ +20.43%
ส่วน 5 “กองหุ้นเทคโนโลยี” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ปีนี้ ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -8.71% ประกอบด้วย
“PRINCIPAL GCLOUD-A” ของบลจ.พรินซิเพิล -11.01%
“ASP-AIEQ” ของบลจ.แอสเซท พลัส -9.39%
“KT-WTAI-A” ของบลจ.กรุงไทย -8.19%
“TCLOUD” ของบลจ.ทิสโก้ -7.52%
“ASP-DIGIBLOC-SSF” ของบลจ.แอสเซท พลัส -7.46%
5 เดือนแรกปีนี้ “เงินไหลเข้าสุทธิ” กว่า 4.2 พันล้านบาท…พร้อมเปิด 5 ธีม “เทคโนโลยี” ที่น่าสนใจ
ทาง “Morningstar” ยังเปิดเผยถึงการเติบโตของกลุ่ม “Global Technology” เพิ่มเติมว่า หนึ่งเป็นผลมาจากเงินลงทุนที่ไหลเข้าสุทธิเป็นบวกเกือบตลอดทั้ง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2021 ที่เงินลงทุนสุทธิปรับสูงถึง 2.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับระดับผลตอบแทนที่สูงถึง 49% ทำให้กองทุนกลุ่ม “Global Technology” เป็นประเภทกองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงสุดในปีนั้นเมื่อเทียบกับประเภทกองทุนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในปีต่อมา ระดับเงินลงทุนและผลตอบแทนปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จนไปแตะจุดต่ำสุดในช่วงปี 2022 และกลับมาฟื้นตัวขึ้นในปี 2023 จนถึงปัจจุบัน
“สำหรับช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ แม้ว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนกลุ่ม ‘Global Technology’ จะติดลบเล็กน้อย แต่เงินลงทุนยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี มี ‘เงินไหลเข้าสุทธิ’ รวมประมาณ 4.2 พันล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราวครึ่งหนึ่งของเงินไหลเข้าในปีที่ผ่านมา”
สำหรับ “กองทุนหุ้นเทคโนโลยี” ที่มีการเสนอขายในปัจจุบัน นอกจากแบบ “ดั้งเดิม” ที่เน้นการลงทุนในหุ้นใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกแล้ว ยังมีกองทุนที่เน้นเฉพาะใน “กลุ่มธุรกิจย่อย” ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น
AI & Automation: เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence – AI) หรือระบบอัตโนมัติ นับเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มีการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ความก้าวหน้าของ Generative AI สามารถนำไปต่อยอดการใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ตัวอย่างกองทุนในกลุ่ม: ASP-AIEQ, TISCOAI, LHROBOTE
Semiconductor: เซมิคอนดักเตอร์ หรือชิป เปรียบเหมือน "สมอง" ของอุปกรณ์เทคโนโลยีทุกชนิด ดังนั้นบริษัทในกลุ่มนี้จึงได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของเทคโนโลยีและอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ และมีความต้องการในตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างกองทุนในกลุ่ม: KKP SEMICON, LHSEMICON, SCBSEMI
- Cybersecurity: การออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยทั้งในด้านฐานข้อมูล, ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการป้องกันการภัยคุกคามไซเบอร์
ตัวอย่างกองทุนในกลุ่ม: KFCYBER, LHCYBER, TCYBER
- Cloud computing: คลาวด์เป็นทางเลือกในการจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานให้กับทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภค โดยบริษัทในกลุ่มนี้จะครอบคลุมถึงผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในด้านการจัดเก็บข้อมูล เช่น AWS, Azure, Google Cloud รวมถึงบริษัทที่ให้บริการซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ หรือที่เรียกว่า Software-as-a-Service (SaaS)
ตัวอย่างกองทุนในกลุ่ม: PRINCIPAL GCLOUD, TCLOUD
- Fintech & Blockchain: Fintech หรือ เทคโนโลยีการเงิน กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นต่อรูปแบบการทำธุรกรรมและการลงทุน รวมไปถึงความก้าวหน้าของ Blockchain ในการต่อยอดไปยังการทำ smart contract ในระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi) เป็นต้น
ตัวอย่างกองทุนในกลุ่ม: ES-FINTECH, B-FINTECH, ASP-DIGIBLOC, KT-BLOCKCHAIN
“กองหุ้นเทคโนโลยีจีน” อีกทางเลือกที่น่าสนใจใช้ “กระจายความเสี่ยง”
“ในอดีต ‘หุ้นเทคโนโลยี’ ส่วนใหญ่มักกระจุกตัวอยู่ใน ‘สหรัฐ’ ในตลาด ‘NASDAQ’ เป็นสำคัญ แต่ปัจจุบันมีหลาย บลจ. ที่ออกกองทุนซึ่งเน้นการลงทุนใน ‘หุ้นเทคโนโลยีของจีน’ โดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งรูปแบบการลงทุนตรงในหุ้นและการลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ แม้ว่าผลตอบแทนในปีนี้อาจยังไม่โดดเด่นเท่ากับกองทุนในกลุ่ม ‘Global Technology’ แต่ในด้านเงินไหลเข้าจากนักลงทุนก็ถือว่าอยู่ในระดับที่เทียบเคียงกันได้ แสดงให้เห็นถึงความสนใจของตลาดแม้ว่าจะมีแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ นอกจากนี้ หากเทียบกับกองทุนในกลุ่มหุ้นจีนด้วยกัน พบว่าธีมการลงทุนนี้ก็ได้รับความนิยมและสามารถสร้างผลตอบแทนได้ค่อนข้างดี จึงนับว่าเป็นอีกกลุ่มกองทุนที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนที่อยาก ‘กระจายความเสี่ยง’ จากตลาดหุ้นสหรัฐได้เป็นอย่างดี”
สำหรับใครที่มองหาการลงทุนที่พร้อมจะเติบโตระยะยาวกับ “เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก” ในธีมการลงทุนต่างๆ นั้น เชื่อว่ากลุ่ม “กองหุ้นเทคโนโลยี” จะเป็นทางเลือกที่เติมเต็มพอร์ตการลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันก็มีหลากหลาย “ธีมย่อยสายเทคฯ” ให้ได้เลือกลงทุนกันค่อนข้างครบถ้วน ส่วน “Performance” ก็แตกต่างกันไปตามพื้นฐานและสไตล์ แม้ว่าในภาพรวมธีม “เทคโนโลยี” จะเป็นหนึ่งในธีมหลักของ “Megatrend” ในโลกการลงทุนก็ตาม
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต