โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สุดเถื่อน หนุ่มขี่รถ จยย. กลับบ้าน เจอกระบะจอดติดไฟแดง ก่อนชายในรถลงมาหาเรื่อง เหวี่ยงหมัดเข้าหน้าจนรถล้มแถมเตะซ้ำ

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 09.11 น. • Chiang Mai News

สุดเถื่อน หนุ่มขี่รถ จยย. กลับบ้าน เจอกระบะจอดติดไฟแดงทางแยกต้นเกว๋น หันไปดูเจอชายในรถไม่พอใจ ลงมากอดคอหาเรื่อง ก่อนเหวี่ยงหมัดเข้าหน้าจนรถล้มแถมเตะซ้ำ พลเมืองดีเข้ามาห้ามขู่ใช้อาวุธ ด้านเจ้าตัวแจ้ง ตร. แต่ยังไม่เจอตัวขอผู้พบเบาะแสแจ้งอีกทาง

คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางแยกต่างระดับต้นเกว๋น ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ บันทึกภาพเหตุการณ์ที่ชายวัยรุ่นคนหนึ่งถูกทำร้ายร่างกายขณะขี่รถจักรยนต์มาจอดติดไฟแดงเยื้องกับรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขณะที่ต่อมาชายที่นั่งในรถยนต์กระบะ สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น ได้เปิดประตูเดินลงมาจากรถ แล้วตรงเข้ามากอดคอชายหนุ่มที่นั่งขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะมีการพูดคุยกันแล้วชายเสื้อดำกำลังจะเดินกลับขึ้นรถยนต์ แต่แล้วก็หันกลับมาแล้วชกหน้าชายหนุ่มที่นั่งควงรถจักรยานยนต์จนล้มไปกองกับพื้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ แถมชายเสื้อดำคนก่อเหตุรายนี้ยังได้มีการเตะซ้ำ จนกระทั่งต่อมา มีหญิงสาวที่นั่งในรถยนต์กระบะลงมาห้าม และมีพลเมืองดีที่ขับรถมาเห็นเหตุการณ์ช่วยกัน และชายคนดังกล่าวเดินขึ้นท้ายกระบะก่อนที่หญิงสาวที่ลงรถตามมาจะทำการขับรถกระบะคันดังกล่าวออกไปจากที่เกิดเหตุ

โดยหลังเกิดเหตุชายหนุ่มผู้เสียหาย ได้ทำการติดตามหลักฐานกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุ และได้เข้าทำการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งนำคลิปเหตุการณ์มาโพสต์ลงในโซเชียล เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้พบเห็นเบาะแสของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว และเบาะแสของชายผู้ก่อเหตุ เพื่อติกตามตัวมารับผิดชอบ และดำเนินคดี

ขณะที่ล่าสุด วันนี้ (26 มิ.ย.68) ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปหาผู้เสียหายรายนี้ ทราบชื่อคือ นายเจมส์ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ที่ทางเจ้าตัวยังมีอาการบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำ และแผลถลอกตามร่างกายบริเวณหัวเข่า และข้อเท้าจากการถูกทำร้ายร่างกายจนรถล้ม รวมทั้งได้รับบาดเจ็บบริเวณฟันหน้าที่ถูกชายเสื้อดำชกเข้าอย่างจังจนฟันหัก 2 ซี่ ซึ่งเจ้าตัวได้นำหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุมาแสดงให้กับทางผู้สื่อข่าวพร้อมทั้งเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายเจมส์ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ เที่ยงคืนกว่าของวันที่ 24 มิ.ย. คาบเกี่ยวกับวันที่ 25 มิ.ย. โดยตอนนั้นได้ไปเที่ยวงานวัดบ้านฟ้อน ในตัวเมืองเชียงใหม่กับญาติพี่น้องที่รู้จักกัน และกำลังขับรถกลับบ้าน โดยตั้งใจจะไปแวะซื้อของกินกลับเข้าบ้าน จากนั้นก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดรถสัญญานไฟที่บริเวณทางแยกต้นเกว๋น ซึ่งตอนนั้นมีรถยนต์กระบะของคู่กรณีจอดอยู่ ตนก็ขี่รถมาจอดเยื้องๆ ด้านหน้า แต่ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายกับคนทะเลาะกันในรถ ด้วยสัญชาตญาณตนก็หันหลังไปดู แล้วหันกลับมา สักพักก็ได้ยินเสียงชายในรถตะโกนมาหาเรื่อง โดยตนก็ได้พูดปฏิเสธบอกว่า ไม่มีอะไรครับ แต่ชายคนดังกล่าวก็เปิดประตูรถเดินลงมาหาเรื่องตน ก่อนจะเดินเข้ามากอดคอแล้วพูดจาหาเรื่อง โดยตอนนั้นตนก็พูดจาปฏิเสธ และไม่อยากมีเรื่องด้วย ซึ่งตอนแรกคิดว่าชายคนดังกล่าวจะยอมเดินขึ้นรถไป แต่แล้วจู่ๆ ก็หันหลังกลับมาแล้วชกเข้าที่ใบหน้าของตนอย่างแรงโดยที่ตอนนั้นไม่ได้ตั้งตัว จนกระทั่งรถล้ม แถมยังได้ใช้เท้าเตะซ้ำตนขณะนอนอยู่บนพื้นถนน จนกระทั่งหญิงสาวที่อยู่ในรถฝั่งคนขับเปิดประตูรถลงมาพยายามจะห้ามปราม และมีพลเมืองดีที่ขับรถมาเจอเหตุการณ์ตอนหลังเข้ามาช่วยห้าม

นอกจากนี้ในระหว่างเกิดเหตุ เท่าที่ตนจำความได้หลังจากถูกชก ชายคนนี้ยังพูดจาข่มขู่คนที่เข้ามาช่วยกันห้าม โดยบอกว่าจะใช้อาวุธทำร้ายคนที่เข้ามายุ่งเกี่ยว และจากนั้นก็ได้เดินไปขึ้นท้ายกระบะ ก่อนที่หญิงสาวที่ลงรถตามมาจะกลับขึ้นรถแล้วขับรถออกไปจากที่เกิดเหตุ ตนที่ถูกทำร้ายก็ได้พลเมืองดีช่วยไว้ และได้เดินทางเข้าแจ้งความกับทางตำรวจ โดยในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุอยู่ แต่ติดปัญหาตรงที่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงยังไม่มีเบาะแสแต่อย่างใด

นายเจมส์ ผู้เสียหาย บอกอีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนจึงอยากขอความช่วยเหลือกับผู้พบเห็นเหตุการณ์ หรือผู้ที่มีเบาะแสของชายที่ก่อเหตุได้แจ้งเบาะแสให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามตัวอีกทางหนึ่ง และตนอยากฝากถึงชายที่ก่อเหตุด้วยว่า อยากให้เจ้าตัวออกมารับผิกชอบกับสิ่งที่ทำลงไปแบบลูกผู้ชาย เพราะตนได้รับบาดเจ็บอีกทั้งก็ไม่เคยรู้จักหรือเคยมีเรื่องกันมาก่อนแต่อย่างใด แต่คู่กรณีกลับมาทำแบบนี้ โดยอยากให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบเอง และอยากให้มาเจรจาพูดคุยกัน ส่วนเรื่องของคดีความก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใครอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...