โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ไฮสปีด”ยังไม่มา“อีอีซี”ยืดออก NTP“อู่ตะเภา” จับตา UTA ปรับลดไซด์พัฒนายื่นรัฐเยียวยาเหตุรถไฟล่าช้า

Manager Online

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 00.05 น. • MGR Online

“อีอีซี”ยืดกำหนดออก NTP “สนามบินอู่ตะเภา”หลังแก้สัญญา”ไฮสปีด3 สนามบิน”ยืดเยื้อ ขณะที่ UTA มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาเหตุรัฐทำเงื่อนไขไม่ครบ คาดเสนอเยียวยา ปรับแผนลดไซด์พัฒนาเฟสแรกเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า กรณียังไม่มีรถไฟบริการ

รายงานข่าวแจ้งถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกซึ่งมี บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่นจำกัด (UTA) ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ,บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับสัมปทาน วงเงิน 290,000 ล้านบาท โดยกองทัพเรือ และ UTA ลงนามสัญญา เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2563 แต่ยังไม่สามารถส่งมอบหนังสือให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี วางกำหนดออก NTP ให้เอกชนในวันที่ 18 มิ.ย. 2568 นี้ ขณะที่ทางเอกชน ระบุว่าหากไม่สามารถออก NTP ให้ตามกำหนดอาจจะพิจารณายกเลิกสัญญาสัมปทาน เพราะเป็นเหตุจากภาครัฐไม่สามารถทำตามสัญญา

แหล่งข่าวจากอีอีซี กล่าวว่า วันที่ 18 มิ.ย. 2568 นั้นเป็นเป้าหมายที่อีอีซีวางไว้ว่าจะออก NTP เริ่มงานสนามบินอู่ตะเภาหลังจากได้มีการหารือร่วมกับเอกชน แต่เนื่องจากยังติดขัดในเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาและแผนการก่อสร้างร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ( ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งอีอีซี จะเร่งหารือกับ UTA เพื่อขอเลื่อนกำหนด NTP ออกไปก่อน เร็วสุดอาจจะเป็นเดือน ก.ค.นี้

ทั้งนี้ หนึ่งในเงื่อนไขในการส่งมอบ NTP โครงการสนามบินอู่ตะเภาเมืองการบิน คือ รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ต้องมีความชัดเจนว่าจะเริ่มงานได้เมื่อไร แผนการก่อสร้าง และกำหนดการเปิดเดิน ยังไม่ชัดเจนทำให้ไม่สามารถประสานเพื่อกำหนดแผนดำเนินงาน ร่วมกันกับสนามบินอู่ตะเภาได้ จึงทำให้ยังออก NTP ให้ UTA ไม่ได้

สำหรับสิทธิในการเลิกสัญญาของ UTA นั้นเป็นไปตามข้อสัญญา ที่เขียนไว้ ว่าหากเงื่อนไขใดไม่เสร็จ โดยไม่ใช่ความผิดของเอกชน ทางเอกชนสงวนสิทธิ์เลิกสัญญาได้ นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่ากรณีที่ไม่เลิกสัญญา คู่สัญญาฝ่ายรัฐต้องเยียวยาผลกระทบให้เอกชนอย่างเหมาะสมเป็นธรรม โดยไม่ใช้งบประมาณรัฐ

แหล่งข่าวกล่าวว่า จากการเจรจา ทาง UTA ต้องการเดินหน้าโครงการมากกว่าเลิกสัญญา เพราะที่ผ่านมาได้เตรียมความพร้อมไปมากแล้ว แต่การจะเริ่มต้นโครงการสนามบินอู่ตะเภา โดยที่รถไฟเชื่อม 3 สนามบินไม่มีความชัดเจน จะเป็นปัญหาโดยเฉพาะความคุ้มค่าการลงทุนของธุรกิจ ซึ่งสถาบันการเงิน ไม่มั่นใจในการปล่อยกู้ ซึ่งคาดว่าทาง UTA จะยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเข้ามา ว่าต้องการให้รัฐสนับสนุนอย่างไรบ้างเพื่อให้โครงการได้เริ่มต้น

โดยคาดว่า UTA อาจจะปรับแผนดำเนินงานใหม่ กรณีดำเนินการไปโดยที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังไม่ชัดเจนหรือยังล่าช้า ทำอย่างไรเพื่อให้สนามบินสามารถดำเนินการได้อย่างคุ้มค่าในกรณียังไม่มีรถไฟความเร็วสูง เช่น ปรับลดขนาดในระยะแรกลง ให้เหมาะสมกับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่จะเกิดขึ้นจริงมากที่สุด เพื่อลดภาระทางการเงิ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการปรับแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เนื่องจากผลกระทบโควิด- และการส่งมอบพื้นที่ของฝ่ายรัฐไปแล้วแต่มีรถไฟเชื่อม 3 สนามบินตามแผน จากเดิมพัฒนา 4 ระยะ (ระยะที่ 1 รองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคน/ปี ระยะที่ 2 รองรับที่ 30 ล้านคน/ปี ระยะที่ 3 รองรับที่ 45 ล้านคน/ปี ระยะที่ 4 รองรับที่ 60 ล้านคน/ปี) ปรับเป็น 6 ระยะ เริ่มต้นระยะที่1 รองรับที่ 8 ล้านคน/ปี และเมื่อจำนวนผู้โดยสารอยู่ในระดับ 75-80% จึงจะพัฒนาในระยะถัดไป ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับลดขนาดระยะที่ 1 ลงต่ำกว่า 8 ล้านคน/ปี

@คาดขั้นตอนตรวจร่างสัญญา ไฮสปีด 3 สนามบินเสร็จเดือนนี้

ด้านนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวถึงความคืบหน้า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่าลงทุน 224,544.36 ล้านบาทว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯระหว่างรฟท.กับ บจ.เอเชีย เอราวัน (ซี.พี.) ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการตรวจสัญญาของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยทราบว่า ใกล้จะสรุปเร็วๆนี้ หลังจากนี้ ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะส่งร่างสัญญาฯกลับมาที่ รฟท. เพื่อเสนอบอร์ดรฟท.และส่งไปยัง คณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดกพอ.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติตามขั้นตอน ซึ่งจะนำไปสู่การลงนามในสัญญาฉบับใหม่และส่งมอบหนังสือ NTP กันต่อไป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...