โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อันตราย! หมอ ยกเคสคนไข้ เป็นเส้นเลือดตีบ แล้วหยุดกินยาเองจนร่างกายทรุด

อีจัน

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 15.28 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 08.22 น. • อีจัน

การหยุดยาเองไม่ใช่เรื่องที่ดี!

วานนี้(19 พ.ค.68) นพ.ประชา กัญญาประสิทธิ์ หรือเจ้าของเพจหมอประชาผ่าตัดสมอง หมอผ่าตัดสมอง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาท โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กพร้อมยกเคสคนไข้ เพื่อนำมาเตือนเป็นอุทาหรณ์กันต่อ โดยระบุข้อความว่า…

“ผู้ป่วยชายอายุ 75 ปี 5 ชั่วโมงก่อนแขนขาซีกซ้ายมีอาการอ่อนแรง แต่คนไข้หยุดกินยาแอสไพรินเอง เพราะเชื่อกูเกิลว่าถ้ากินแล้วจะทำให้เส้นเลือดสมองบางและแตกง่าย ซึ่งคนไข้มาช้ากว่า 4 ชั่วโมงไม่สามารถฉีดละลายทางหลอดเลือดดำได้ ฉีดสี่พบมีเส้นและสมองข้างขวาตัน หมอจึงใส่สายสวนทางหลอดเลือดแดงเพื่อดึงเอาลิ่มเลือดออกมาให้ได้เพื่อไม่ให้สมองตายแล้วกลายเป็นอัมพาตถาวร ซึ่งอุทาหรณ์ของเคสผู้ป่วยรายนี้ ส่อให้เห็นถึงว่า ถ้าคนไข้มีเส้นเลือดตีบแล้วไปหยุดยาเองหรือฉลาดไปเชื่อกูเกิล มีผลอันตราย และทางที่ดีที่สุดคือ การออกกำลังกายตั้งแต่ยังไม่เป็นจะดีกว่า เพราะถ้าเป็นเส้นเลือดตีบแล้ว มีความจำเป็นต้องกินแอสไพลินเพื่อป้องกันไม่ให้มันตัน ในกรณีที่เราหายจากเส้นเลือดตีบ ตันแล้ว หมอที่เป็นเจ้าของไข้จะเป็นคนสั่งหยุดยาเอง

ทั้งนี้ในกรณีที่เป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ถ้าไม่ใช่แคลเซียมเกาะเส้นเลือดสามารถรักษาให้หายได้และสามารถหยุดยาเพราะเส้นเลือดตีบหายแล้วได้ แต่ห้ามไปหยุดยากันเองเด็ดขาด

ท้ายสุด หมอประชาได้แนะว่า ต้องออกกำลังกาย ต้องคุมปัจจัยเสี่ยง ไม่นอนดึก เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ และไม่เอาของไม่ดียัดใส่ปาก สิ่งที่สำคัญคือ การออกกำลังกายช่วยได้หลายอย่าง นอกจากสุขภาพดี ยังช่วยให้สุขภาพเราไม่เสี่ยงไตพัง ตับวายเพราะการกินยาเยอะและที่สำคัญ อย่าหยุดยาเองหากยังไม่หายดีหรือได้รับคำสั่งจากแพทย์ เพราะอาจมีผลเสียต่อร่างกายและเสียเงินอีกมากมาย

ดูแลสุขภาพของเราให้ดีที่สุด เพื่อชีวิตของเราเองค่ะ

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก หมอประชาผ่าตัดสมอง https://www.facebook.com/share/v/1EzfQfAdX3/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...