โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไขปริศนา 120 ปี มหาวิทยาลัยคิวชู ค้นพบยีนที่มีผลต่อการเกิด ‘ขนสีน้ำตาลและส้ม’ ในแมวสามสีแล้ว!

conomi

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

ทีมนักวิจัยทาสแมว นำโดยศาสตราจารย์พิเศษ ซาซากิ ฮิโรยูกิ จากมหาวิทยาลัยคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะ ประกาศผ่านวารสาร Current Biology เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ได้ค้นพบยีนที่ควบคุมสีขนของแมวสามสี ซึ่งมีสีขาว, ดำ และน้ำตาล (ส้ม) ขึ้นแซมกันอย่างไม่สม่ำเสมอ ได้แล้ว

ทั้งนี้ การศึกษาเรื่องกลไกการเกิดลวดลายบนลำตัวของแมวมีมานานกว่า 120 ปี โดยมีการค้นพบยีนที่เกี่ยวข้องกับขนสีขาวมาก่อนแล้ว แต่ยีนที่ควบคุมการเกิดขนสีดำและสีน้ำตาลนั้นเพิ่งถูกค้นพบในการวิจัยครั้งนี้

ศาสตราจารย์พิเศษ ซาซากิ ฮิโรยูกิ จากมหาวิทยาลัยคิวชู

ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ตัวอย่างจากแมว 18 ตัว ซึ่งรวบรวมโดยคลินิกรักษาสัตว์ในเมืองฟุกุโอกะระหว่างขั้นตอนการตรวจรักษา และพบว่า แมวที่มีขนสีน้ำตาลทุกตัวล้วนมีบางส่วนของยีนเฉพาะที่ขาดหายไป โดยผลการค้นพบนี้ยังได้รับการยืนยันจากการศึกษาเพิ่มเติมในแมวมากกว่า 50 ตัว และจากฐานข้อมูลพันธุกรรมแมวในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

ยีนที่ค้นพบนี้มีชื่อว่า ‘ARHGAP36’ ซึ่งอยู่บนโครโมโซม X หนึ่งในโครโมโซมเพศที่กำหนดเพศของแมว หากยีนตัวนี้ขาดหายไปบางส่วน ร่างกายของแมวจะไม่สามารถสร้างเม็ดสีเมลานินได้ ส่งผลให้เกิดการสร้างเม็ดสีชนิดอื่นซึ่งให้สีออกน้ำตาล (ส้ม) แต่หากยีนนี้สมบูรณ์ ขนของแมวก็จะมีสีดำตามปกติ

ใน ‘แมวสามสีเพศเมีย’ จะมีโครโมโซม X อยู่ 2 ตัว ตัวหนึ่งจะให้ขนสีน้ำตาล และอีกตัวให้ขนสีดำ โดยในแต่ละเซลล์จะมีโครโมโซม X เพียงตัวเดียวที่ทำงาน จึงทำให้ขนของแมวมีลวดลายแซมกันอย่างไม่สม่ำเสมอบนร่างกาย ขณะที่ ‘แมวเพศผู้’ มีโครโมโซม X เพียงตัวเดียว จึงมีโอกาสที่จะเกิดเป็นแมวสามสีได้น้อยมาก

สรุปเนื้อหาจาก : livedoor

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...