โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ค่าไฟขาลง...สะเทือนกลุ่มโรงไฟฟ้า โบรกมองต่าง ‘หุ้นถูก-จังหวะเก็บ’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

ภายหลังจากที่ นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนครีและ รมว.พลังงาน ออกมากล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีเป้าหมายควบคุมค่าไฟฟ้าในงวด ก.ย.-ธ.ค. 2568 ไม่ให้เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย และพยายามลดให้ต่ำกว่า 3.98 บาท โดยอยู่ระหว่างบริหารจัดการต้นทุน นักวิเคราะห์ประเมินว่า หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP แม้ได้รับผลกระทบ แต่อยู่ในวงจำกัด เหตุมีการรับรู้ข่าวสารไปบ้างแล้ว จึงอาจรับผลกระทบวงจำกัดต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า

กิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า โอกาสที่ค่าไฟฟ้าจะต่ำกว่า 4 บาทมาก ๆ อาจจะไม่มากนัก สาเหตุหลักที่รัฐบาลจะสามารถลดค่าไฟได้หากต้นทุนพลังงานมีการปรับตัวลดลงอย่างมาก หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องใช้กลไกอื่น ๆ แต่ดูแล้ว โอกาสที่ค่าไฟจะปรับลดลงอย่างรุนแรงจากจุดนี้ก็น่าจะไม่มากเช่นกัน

ทั้งนี้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดค่าไฟจะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการที่ขายไฟฟ้าให้กับภาคเอกชน หรือ โรงไฟฟ้า SPP เช่น GPSC และ BGRIM อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับว่า ต้นทุนค่าไฟฟ้า ซึ่งหลัก ๆ มาจากก๊าซธรรมชาติ จะลดลงเร็วกว่าการปรับลดค่าไฟหรือไม่

ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดค่าไฟฟ้าเลยคือ ผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนรายได้จาก IPP เป็นหลัก เช่น หุ้น RATCH EGCO และ GULF ซึ่งมักจะมีสัดส่วนของ IPP ค่อนข้างมากและไม่มีรายได้จาก SPP

ทั้งนี้นักลงทุนควรพิจารณาในกลุ่มที่มีรายได้จาก IPP เป็นหลัก เนื่องจากมีความเสี่ยงจากประเด็นการปรับค่าไฟที่ต่ำกว่า และคาดว่า แม้ค่าไฟจะมีการปรับลดลงจากระดับปัจจุบันที่ต่ำกว่า 4 บาทบ้าง แต่ก็น่าจะเป็นตัวเลขที่ไม่ลดลงอย่างรุนแรง ดังนั้นความเสี่ยงต่อผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้จึงอาจจะไม่สูงมากนัก

กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บล.ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) มองว่า หลังจากกระทรวงพลังงานมีแนวคิดทีจะลดค่าไฟงวดสุดท้ายของปีนี้อาจอยู่ที่ประมาณ 3 บาทกว่าๆ ทำให้กดดันกำไรของบริษัทโรงไฟฟ้าอย่าง BGRIMB และ GPSC อย่างไรก็ตาม ตลาดน่าจะรับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว และบริษัทส่วนใหญ่ได้มีการปรับลดกำไรลงไปหมดแล้ว ดังนั้นการปรับลดกำไรเพิ่มเติมจากนี้ ไม่น่าจะมีอีก

อย่างไรก็ตาม เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น สำหรับโรงไฟฟ้า แม้ราคาค่าไฟจะถูกควบคุม แต่บางบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างประเทศ เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้น จะส่งผลดีต่อหนี้สกุลเงินต่างประเทศที่ถืออยู่ โดยจะกลายเป็นกำไรจากการแลกเปลี่ยน ซึ่งต่างจากธุรกิจส่งออกที่อาจได้รับผลกระทบ

ในทางกลับกัน สถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการเลือกซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีศักยภาพในช่วงที่ราคาอาจไม่สูงนัก แนะนำหุ้น GULF เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าในสหรัฐ ซึ่งได้รับประโยชน์จากปัจจัยเงินบาทแข็งค่า

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย มองว่า หากกระทรวงพลังงานฯ คุมไฟฟ้าไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย ก็ไม่น่าจะสร้างแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญต่อกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้า เนื่องจากสิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณาประกอบคือ ราคาแก๊ส ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตไฟฟ้า หากราคาแก๊สปรับตัวลดลงไปพร้อมกับค่าไฟฟ้าที่ลดลง ก็จะสามารถชดเชยกันได้ ทำให้ผลกระทบต่อกลุ่มหุ้นไม่รุนแรงนัก

แต่ทว่าในกรณีที่ราคาแก๊สไม่ได้ปรับลดลง แต่กระทรวงพลังงานต้องการที่จะกดค่าไฟฟ้าให้ต่ำลงไปมาก เช่น 3.70 - 3.80 บาทต่อหน่วย กรณีเช่นนี้จึงจะเริ่มมีผลกระทบต่อกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าอย่างแท้จริง

สำหรับหุ้นที่อาจได้รับผลกระทบหากมีการปรับลดค่าไฟให้ต่ำกว่า 3.99 บาท เช่น BGRIM และ GPSC เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าประเภท SPP ค่อนข้างมาก ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงหากค่าไฟลดลงจริง ส่วนหุ้นที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้คือ GULF เนื่องจากไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากเรื่องนโยบายการควบคุมค่าไฟมากนัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...