โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนส่งออกแร่หายากทะยานสูงสุดในรอบ 16 ปี สัญญาณทั่วโลกเร่งกักตุน

PostToday

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 00.28 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 07.22 น.

ข้อมูลศุลกากรจีนล่าสุดเผยว่า ยอดการส่งออกแร่หายากของจีนในเดือนมิถุนายนพุ่งทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552

สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างหนักของผู้ซื้อทั่วโลกในการเร่งจัดหาและกักตุนวัตถุดิบสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งใช้ในการผลิตแม่เหล็กสมรรถนะสูงตามรายงานจาก Bloomberg

ภาคอุตสาหกรรมแร่หายากทั่วโลกกำลังเผชิญกับความปั่นป่วนอย่างหนักนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

หลังจากที่จีนซึ่งเป็นผู้ครองตลาดหลัก ได้ประกาศใช้มาตรการควบคุมการส่งออก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาที่ทวีความรุนแรงขึ้น

มาตรการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของ "แม่เหล็กถาวร" (Permanent Magnets) อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งตัวเลขในส่วนนี้ยังไม่ถูกนับรวมอยู่ในข้อมูลศุลกากรที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อวันจันทร์

รายงานระบุว่า การส่งออกแร่หายากของจีน ทั้งในรูปแบบแร่ดิบและโลหะแปรรูป มีปริมาณสูงถึง 7,742 ตันในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

ตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นนี้คาดว่าส่วนหนึ่งเป็นการส่งมอบวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตแม่เหล็กเพียงไม่กี่รายที่อยู่นอกประเทศจีน ซึ่งกำลังเผชิญกับคลื่นความต้องการที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังดิ้นรนกับปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน

มาตรการควบคุมการส่งออกของรัฐบาลจีนนั้นครอบคลุมแร่หายาก 7 ชนิดจากทั้งหมด 17 ชนิดในรูปแบบสินค้าโภคภัณฑ์ขั้นพื้นฐาน แต่ขยายขอบเขตไปถึงผลิตภัณฑ์แม่เหล็กที่มีส่วนผสมของแร่หายากเหล่านี้แม้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ตาม

ปัจจุบัน จีนมีสัดส่วนการผลิตแม่เหล็กถาวรจากแร่หายากมากถึง 90% ของทั้งโลก โดยมีบริษัทจากญี่ปุ่นและเยอรมนีเป็นผู้ผลิตส่วนใหญ่ที่เหลือ

ทั้งนี้ ตลาดกำลังจับตาข้อมูลการค้าชุดถัดไปซึ่งจะเปิดเผยในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะรวมถึงข้อมูลการส่งออกผลิตภัณฑ์แร่หายากทั้งหมดของจีนในเดือนมิถุนายน

ส่วนข้อมูลฉบับสมบูรณ์ซึ่งจำแนกตามประเภทสินค้าและรวมถึงตัวเลขการส่งออกแม่เหล็กโดยเฉพาะ จะมีรายงานออกมาในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...