โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์จ่อขึ้นภาษี EU–เม็กซิโก ฉุดตลาดโลกผันผวน หุ้นไทยกรอบแคบ 1,100–1,150 จุด รอลุ้นดีลการค้า

สยามรัฐ

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 02.54 น.

ทรัมป์จ่อขึ้นภาษี EU–เม็กซิโก ฉุดตลาดโลกผันผวน – หุ้นไทยกรอบแคบ 1,100–1,150 จุด รอลุ้นดีลการค้า

วันที่ 14 ก.ค.68 ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 279 จุด (-0.6%) ขณะที่หุ้น META ปรับลงกดดัน S&P500 สาเหตุหลักที่ตลาดปรับลงนักลงทุนยังคงกังวลกับสถานการณ์การค้าโลก ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 2.5% หลังจาก IEA ระบุว่าตลาดน้ำมันโลกตึงตัวมากเกินคาด

วันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯมิได้มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ นักลงทุนจึงให้น้ำหนักกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับนานาประเทศ ข้อมูลล่าสุด Trump ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากบราซิลเป็น 50% และในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจาก EU และ Mexico เป็น 30% (เริ่มต้น 1 ส.ค.) โดยระบุว่าแม้ Mexico จะให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการสกัดกั้นการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายและยาเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐฯแต่ก็ยังไม่เพียงพอ

ส่วนกรณีของ EU Trump ระบุว่าการขาดดุลการค้ากับ EU เป็นภัยคุกคามมั่นคงของชาติ ซึ่งอาจกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงต้นสัปดาห์ โดยสัปดาห์นี้รอติดตามปัจจัยต่างๆ ประกอบไปด้วย (1) เงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ในวันอังคาร Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.6%YoY (2) ดัชนีราคาผู้ผลิตในคืนวันพุธ โดยที่ Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 0.3%MoM (3) ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯในวันพุธ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 0.2%MoM (4) การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งในวันศุกร์ที่ผ่านมาทีม Thailand ได้ประชุมกันเพื่อเตรียมยื่นข้อเสนอให้กับสหรัฐฯอีกครั้ง

สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อน ไหวในกรอบ 1100 – 1150 ตลาดหุ้นไทยน่าจะยังมี Upside จำกัดจนกว่าจะทราบผลเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งระดับปัจจุบันที่ไทยเผชิญ 36% ถือว่าสูงกว่าประเทศอื่นๆ และอาจทำให้กระทบทั้งการส่งออกและการย้ายฐานผลิตมา อย่างไรก็ตามในอีกนัยยะหนึ่งอาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหันมาใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น เป็นบวกกับกลุ่มการเงินและหุ้นปันผลสูง ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนอาจเลือกสะสมหุ้นปันผลสูง อาทิ TISCO SCB KBANK BBL ในระหว่างที่รอความชัดเจนจากการค้าที่ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงของการเจรจา รวมไปถึงหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมนั้นๆ อาทิ ศูนย์การค้า (CPN) ค้าปลีก (BJC CRC CPALL) การเงิน (MTC SAWAD)

CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 78.00 บาท)
ด้วย Valuation ที่น่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ราว 14xPE’25E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต พร้อมด้วยผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังระดับ 3% โดยเราคาดรายงานกำไรสุทธิ 2Q25 ที่ 6.7 พันล้านบาท (+8%YoY, -11%QoQ) หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 20 bps YoY แม้คาดว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 จะชะลอตัวเล็กน้อย YoY ที่ 0.5% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 10 bps YoY เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2H25 จะเติบโต YoY ต่อเนื่อง

MINT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 36.00 บาท)
2Q25 กำไรปกติจะเติบโตสูง QoQ และมีโอกาสเติบโต YoY หนุนจาก 1) แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ด้วยยอดการจองล่วงหน้าตั้งแต่เดือนเมษายนอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะในโซนยุโรปที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หนุน RevPar ปรับตัวสูงขึ้น 2) โรงแรมในประเทศไทยได้รับอานิสงค์จากช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ทั้งอัตราการเข้าพัก (Occupancy) และ RevPar อยู่ในเกณฑ์ที่ดี และ 3) คาดรายได้ธุรกิจร้านอาหารจะฟื้นกลับมาทรงตัว YoY ด้วยยอดขายไอศกรีมมะม่วง เมนูฤดูกาลยอดนิยมที่เลื่อนเปิดการขายจาก 1Q25 มาใน 2Q25 เนื่องจากสภาพอากาศต้นปีที่หนาวยาวนานกว่าปีก่อน

#ภาษีทรัมป์ #CPIสหรัฐ #ตลาดหุ้น #SETINDEX #หุ้นไทย #เศรษฐกิจโลก #ดัชนีดาวโจนส์ #ราคาน้ำมัน #เจรจาการค้า #หุ้นเด่นวันนี้ #MINT #CPALL #หุ้นปันผลสูง #ข่าวเศรษฐกิจ #PiDaily

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...