โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตลาดหุ้นเอเชียร่วง หลังนโยบายการค้าสหรัฐฯ ยังคงสร้างความสับสน

PostToday

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 19.13 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 02.09 น.

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า จะดำเนินการจัดเก็บภาษีนำเข้าที่อัตรา 30% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่จากสหภาพยุโรปและเม็กซิโก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ทั้งนี้ แม้ว่าทั้งสองภูมิภาคยังอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงการค้า

ในฝั่งของสหภาพยุโรป มีการประกาศขยายระยะเวลาการระงับมาตรการตอบโต้ไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม และยังคงย้ำถึงความพยายามในการหาทางออกผ่านการเจรจา อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีคลังของเยอรมนีระบุว่า ควรมีมาตรการตอบโต้ที่เข้มงวด หากการจัดเก็บภาษีมีผลบังคับใช้จริง

ในตลาดหุ้น ดัชนี MSCI ของหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ทรงตัว ในขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นลดลง 0.5% ด้านฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ต่างปรับตัวลดลง 0.4%

แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนลดลง

ฤดูกาลรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ จะเป็นกลุ่มแรกที่เปิดเผยผลการดำเนินงานในวันอังคาร ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P คาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์เดิมที่ 10.2%

นักวิเคราะห์จากธนาคาร BofA ชี้ว่า ความคาดหวังต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการเติบโต 13% ในไตรมาสก่อนหน้า และประเมินว่าอาจมีการรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาดเพียง 2% เท่านั้น

จับตาตัวเลขเศรษฐกิจและนโยบายภาษี

นักลงทุนกำลังรอดูตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งจะประกาศในวันอังคาร โดยคาดว่าอาจสะท้อนผลกระทบเบื้องต้นจากการเก็บภาษีนำเข้า ในขณะที่ตัวเลขราคาผู้ผลิต ราคานำเข้า และยอดค้าปลีก จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับภาระต้นทุนและพฤติกรรมของผู้บริโภค

ในฝั่งจีน จะมีการประกาศข้อมูลสำคัญหลายชุด ได้แก่ ยอดการส่งออกเดือนมิถุนายน ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ความเคลื่อนไหวของค่าเงินและราคาสินค้าโภคภัณฑ์

เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.2% มาอยู่ที่ระดับ 1.1665 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.1% เทียบกับเยนญี่ปุ่น และดัชนีค่าเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 98.008

ค่าเงินเปโซของเม็กซิโกอ่อนค่าลง 0.3% มาอยู่ที่ 18.6900 โดยประธานาธิบดีคลอเดีย ไชน์บาว์มของเม็กซิโก แสดงความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ก่อนถึงเส้นตายในเดือนสิงหาคม

ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 3,366 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.1% อยู่ที่ 70.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าทรัมป์อาจประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อรัสเซีย ซึ่งรวมถึงภาษีสำหรับผู้ซื้อรายใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...