โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สวนดุสิตโพลเผย 'ประชาชนไม่เชื่อมั่น' รัฐบาลเจรจาทรัมป์สำเร็จ!

PostToday

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 19.27 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 02.25 น.

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง“ครม.ชุดใหม่และภาษีทรัมป์” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,191 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2568

พบว่าผลงานหรือนโยบายที่อยากเห็นคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เร่งดำเนินการมากที่สุด คือ แก้ปัญหาค่าครองชีพ เศรษฐกิจ ร้อยละ 65.41 เรื่องที่กังวลเกี่ยวกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ คือ อาจมีบุคคลที่ประวัติไม่โปร่งใส ความสามารถไม่ตรงกับงาน ร้อยละ 62.97

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับ ครม.ชุดที่ผ่านมาคิดว่าการทำงานของครม.ชุดใหม่อาจจะแย่กว่า ร้อยละ 41.56 ด้านความเห็นเกี่ยวกับกรณีโดนัล ทรัมป์ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 36% คาดว่าจะกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างมาก ร้อยละ 50.04 สุดท้ายมองว่ารัฐบาลไทยไม่น่าจะเจรจาแก้ไขปัญหานี้ได้ ร้อยละ 50.63

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจทั้งเรื่อง ครม.ชุดใหม่และภาษีทรัมป์สะท้อนภาพเดียวกันว่ารัฐบาลยังเผชิญความคาดหวังสูงจากประชาชน โดยเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจซึ่งเป็นความหวังหลักขณะเดียวกันก็มีความกังวลต่อคณะรัฐมนตรีและศักยภาพรัฐบาลในการรับมือแรงกดดันจากภายนอกจากกรณีภาษีทรัมป์ที่จะกระทบ ต่อเศรษฐกิจไทยความไม่มั่นใจต่อการเจรจาจึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ชุติกาโม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมืองมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่ในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็น ครม.ชุดใหม่เร่งดำเนินการหนีไม่พ้นการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ เศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็ยังมีความกังวลใจถึงความรู้ความสามารถที่ไม่ตรงกับงานความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับตัวบุคคลที่มาเป็นรัฐมนตรี เมื่อเปรียบกับครม.ชุดที่ผ่านมา ประชาชนเชื่อว่า ครม.ชุดใหม่อาจแย่กว่าสะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นอย่างรุนแรงต่อ ครม.ชุดใหม่

ส่วนผลกระทบจากปัจจัยภายนอก คนไทยมีความกังวลมากถึง 50.04% กรณีโดนัล ทรัมป์ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยถึง 36% ซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยให้ย่ำแย่ลงไปอีก สิ่งที่ครม.ชุดใหม่ที่นำโดยพรรค เพื่อไทยจะต้องเผชิญในระยะเวลาอันใกล้ นอกจากปัญหาของตัวนายกรัฐมนตรีเอง

การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนที่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตยังถูกซ้ำเติมด้วย ปัญหานโยบายการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ที่ยังหาความชัดเจนไม่ได้แม้ว่าจะประกาศออกมารายวันแต่นโยบายก็ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ครม.ชุดใหม่สมควรจะต้องกลับมาทบทวนบทบาทของตนเองว่าได้ทำอย่างเต็มที่หรือไม่และต้องใช้วิกฤตินี้พิสูจน์ว่ามีความจริงใจต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติ นั่นคือความอยู่ดีมีสุขของคนไทยทุกคนมากกว่าการแก้ไขปัญหาการเมืองภายในเพื่อยืดระยะเวลารัฐบาลเอาตัวรอดไปวันๆ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...