โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วิศิษฐ์’ ลุยปรับวิธีจัดการนมทั้งระบบ แก้ปัญหานมโรงเรียน หนุนอาชีพเลี้ยงโคนมยั่งยืน

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • The Bangkok Insight

"วิศิษฐ์" ลั่นนักเรียนต้องได้ดื่มนมคุณภาพ พร้อมร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับวิธีการจัดการนมทั้งระบบ แก้ปัญหานมโรงเรียน สร้างความยั่งยืนแก่อาชีพเลี้ยงโคนมเกษตรกรไทย

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวผู้ประกอบการนมพาณิชย์ อ้างถึงปัญหาการบริหารจัดการนมโรงเรียนผิดพลาด ทำให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการน้ำนมดิบในประเทศ การผลิตนมไม่มีคุณภาพ เด็กนักเรียนไม่ได้ดื่มนม และส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมทั้งระบบนั้น

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการจัดทำบันทึกข้อตกลง MOU การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2567/2568 ในประเด็นนมล้นจากสถานการณ์ของปริมาณน้ำนมโค ปี 2568 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำนมโคของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่ามีน้ำนมดิบเฉลี่ยช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2568 จำนวน 3,000 ตัน/วัน จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณแม่โครีดนมทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 2.4 แสนตัว และนโยบายภาครัฐที่ได้มีการส่งเสริมการผลิต โดยเพิ่มอัตราการให้น้ำนมต่อตัวต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 12.54 กก./ตัว/วัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำนมดิบในปี 2568 มีปริมาณมากกว่าตัวเลขที่นำมาจัดทำ MOU ปี 2567/2568 ที่ 2,843 ตัน/วัน

กรมส่งเสริมสหกรณ์และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกันบริหารจัดการน้ำนมดิบ ทั้งการขอความร่วมมือในการรับซื้อน้ำนมดิบจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม ตลอดจนนโยบายนำน้ำนมดิบไปแปรรูปนมผง และขอความร่วมมือผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่มีความประสงค์นำเข้านมผงขาดมันเนยมารับซื้อ แต่ยังไม่มีข้อสรุปในการซื้อขาย ทำให้ปัญหาเรื่องน้ำนมดิบยังคงมีอยู่ โดยสถานการณ์ปกติจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทุกปี แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมนมในประเทศ ก็ได้ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด

วิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์

สำหรับประเด็นปัญหาการบริหารนมโรงเรียนผิดพลาดทำให้เด็กดื่มนมล่าช้า อธิบดีวิศิษฐ์ แจ้งว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ซึ่งได้รับมอบหมายตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 เห็นชอบในประเด็นการปรับปรุงเพื่อพัฒนาวัตถุประสงค์ โดยเพิ่มการให้ลำดับความสำคัญผู้ประกอบการภาคสหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมอื่น ปรับโครงสร้างระบบบริหารจาก 5 กลุ่มพื้นที่ เป็น 7 กลุ่มพื้นที่ และแนวทางการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน

ทั้งนี้ กรมได้ดำเนินการเป็นไปตามมติ ครม. ดังกล่าว ทำให้หลักเกณฑ์และแนวทางบริหารจัดการโครงการฯ ในปี 2568 เปลี่ยนแปลงไปจากปี 2567 และจากการปรับเปลี่ยนหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ มีผลต่อกระบวนการดำเนินโครงการ ซึ่งโดยปกติกระบวนการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินโครงการจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของทุกปี

การเปลี่ยนแปลงหน่วยงานรับผิดชอบ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระบวนการดำเนินงานโครงการล่าช้ากว่าทุกปี ส่งผลให้เด็กนักเรียนไม่ได้ดื่มนมวันเปิดภาคเรียน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ประกอบการได้จัดส่งนมให้เด็กนักเรียน จำนวนกว่า 6 ล้านคน คิดเป็น 90% สำหรับส่วนที่ยังไม่ครบนั้น มาจากการเพิ่มและลดจำนวนโรงเรียนและเด็กนักเรียนระหว่างปี ซึ่งต้องรอข้อมูล ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2568 จากหน่วยต้นสังกัดของหน่วยจัดซื้อ ประกอบกับกระบวนการด้านเอกสารระหว่างหน่วยจัดซื้อกับผู้ประกอบการที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้การรายงานผลของหน่วยจัดซื้อไม่ตรงกับจำนวนเด็กนักเรียนที่ได้รับนม

จากกระบวนการที่ล่าช้าดังกล่าว กรมได้ออกแนวปฏิบัติให้ผู้ประกอบการจัดส่งนมชดเชยตามจำนวนวันที่เด็กนักเรียนไม่ได้รับนม นับตั้งแต่วันเปิดภาคเรียน เพื่อให้เด็กได้ดื่มนมครบ 260 วันต่อปีการศึกษา พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการตรวจสอบคุณภาพนมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์นมโรงเรียน และตรวจวิเคราะห์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ เด็กนักเรียนได้ดื่มนมโรงเรียนที่มีคุณภาพ เกษตรกรขายน้ำนมได้ เกิดความยั่งยืนในอาชีพการเลี้ยงโคนม

ขณะที่ประเด็นการออกประกาศฯ ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ในช่วงเวลาเปิดรับสมัคร และขณะนั้นยังไม่เข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิให้แก่ผู้ประกอบการ เป็นการออกประกาศเพื่ออธิบายแนวทางการปฏิบัติในเอกสารแนบท้ายประกาศฯ ฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ให้ชัดเจนและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568

อย่างไรก็ตาม จากกรณีปัญหาปริมาณน้ำนมดิบที่นำมาจัดทำ MOU เพื่อวัตถุประสงค์นมโรงเรียนและปริมาณน้ำนมดิบที่ยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการไม่มีความสอดคล้องกัน ส่งผลให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการน้ำนมดิบทั้งระบบ กรมส่งเสริมสหกรณ์จะร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนที่จะมีการจัดทำ MOU ในปี 2568/2569 ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...