โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ กดดันหนัก ทรัมป์เร่งญี่ปุ่นเพิ่มงบกลาโหม 3.5% ของ GDP ทำพิษเลื่อนถกใหญ่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 03.34 น.

สหรัฐฯ กดดันญี่ปุ่นหนัก เรียกร้องเพิ่มงบกลาโหมเป็น 3.5% ของ GDP สร้างความไม่พอใจและทำให้ต้อง เลื่อนการประชุมระดับสูง ระหว่างสองประเทศออกไป

20 มิถุนายน 2568 หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับญี่ปุ่น จนนำไปสู่การเลื่อนการประชุมระดับสูงที่วางแผนไว้กับสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า บุคคลที่ส่งคำร้องขอครั้งนี้คือ เอลบริดจ์ คอลบี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเพิ่มงบกลาโหมเป็น 3% ของ GDP อยู่แล้ว

ข้อเรียกร้องใหม่ที่สูงขึ้นนี้ ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจยกเลิกการประชุมที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 1 ก.ค. ณ กรุงวอชิงตัน ซึ่งจะเป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรกของรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศ นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ และประธานาธิบดีทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในเดือนต.ค. และม.ค. ที่ผ่านมาตามลำดับ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.ว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ กำลังพิจารณาจัดการประชุมด้านความมั่นคงแบบ "ทูพลัสทู" (2+2) ขึ้นในกรุงวอชิงตันช่วงฤดูร้อนปีนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยจัดไปเมื่อเดือนก.ค. ปีก่อนที่กรุงโตเกียว แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย

ตามรายงานของเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง การตัดสินใจยกเลิกการประชุมในวันที่ 1 ก.ค. ยังได้รับอิทธิพลจากเรื่องจังหวะเวลาในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาญี่ปุ่นที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 20 ก.ค.นี้ด้วย

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยตัดสินใจในปี 2565 หลังสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของทรัมป์ว่า จะเพิ่มงบกลาโหมประจำปีเป็น 2% ของ GDP ภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนโยบายความมั่นคงในยุคหลังสงคราม ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เน้นสันติภาพของประเทศ

อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ข้อตกลงความมั่นคงสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นนั้น "ไม่เป็นธรรม" โดยรัฐบาลของเขามีแผนจะขอให้ญี่ปุ่นรับผิดชอบค่าใช้จ่ายมากขึ้นสำหรับกองทหารอเมริกันที่ประจำการในหมู่เกาะญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาทวิภาคีร่วมกับเรื่องภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ กำลังดำเนินอยู่ด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...