โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ด่วน! "ทรัมป์" ไฟเขียวทำสงครามกับ "อิหร่าน" โดยไม่ขอการอนุมัติจาก "คองเกรส"

สยามรัฐ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 02.21 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 02.21 น.

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.68 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กรุงวอชิงตัน ดีซี กำลังมีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ขณะที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าใกล้การใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

ที่ผ่านมา การที่สหรัฐประกาศสงครามต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง ประธานาธิบดีสหรัฐจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา แต่มีการคาดการณ์ว่า ปธน.ทรัมป์จะใช้อำนาจพิเศษของฝ่ายบริหารในการเข้าร่วมปฏิบัติการกับอิสราเอลในการทำสงครามโจมตีอิหร่าน โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาคองเกรส

รายงานระบุว่า ปธน.ทรัมป์ได้อนุมัติแผนการโจมตีอิหร่านแล้ว โดยไม่ได้ขอความยินยอมจากรัฐสภา ขณะที่รายงานข่าวระบุว่า ปธน.ทรัมป์ได้อนุมัติแผนการโจมตีอิหร่านเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์มีกำหนดประชุมกับที่ปรึกษาระดับสูงในห้องสถานการณ์ (Situation Room) โดยเขาจะรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับข่าวกรองในวันนี้ (19 มิ.ย.) แม้ตรงกับวันหยุดราชการของสหรัฐ เนื่องในวันจูนทีนธ์ (Juneteenth) ซึ่งรำลึกถึงการสิ้นสุดของการค้าทาสในอเมริกา

รายงานข่าวระบุอีกว่า กองทัพสหรัฐได้เคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปยังยุโรปและตะวันออกกลาง โดยรวมถึงเครื่องบินรบ F-22 รุ่นล่าสุด เรือรบที่สามารถยิงสกัดขีปนาวุธ เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ และกองเรือบรรทุกเครื่องบินรบ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากสหรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอล ก็คาดว่าจะเป็นการทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านในเมืองฟอร์โด โดยใช้ระเบิดทำลายบังเกอร์ของสหรัฐ

ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า "ผมมีแนวคิดว่าจะทำอะไร แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจในขั้นสุดท้าย ผมชอบที่จะตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายก่อนถึงกำหนด เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องสงคราม"

รายงานแจ้งด้วยว่า ปธน.ทรัมป์ ได้แจ้งต่อคณะทำงานว่าเขาได้อนุมัติแผนการโจมตีแล้ว แต่ยังชะลอการดำเนินการไว้ก่อน เพื่อรอดูว่าอิหร่านจะยอมละทิ้งโครงการนิวเคลียร์หรือไม่

ทั้งนี้ โรงงานเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมฟอร์โดของอิหร่านยังคงหลุดรอดจากการโจมตีของอิสราเอล เนื่องจากโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ลึกภายในภูเขาใกล้เมืองกอมของอิหร่าน และถูกออกแบบให้ต้านทานการโจมตีทางอากาศแบบทั่วไปได้เกือบทั้งหมด ซึ่งหากอิสราเอลต้องการทำลายเป้าหมายดังกล่าว อิสราเอลจำเป็นต้องใช้ระเบิด GBU-57A/B ของสหรัฐ ซึ่งอิสราเอลไม่มีอยู่ในครอบครอง และไม่สามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง

ระเบิด GBU-57 Massive Ordnance Penetrator (MOP) ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ "บังเกอร์บัสเตอร์" หรือ "ระเบิดทำลายบังเกอร์" มีน้ำหนัก 30,000 ปอนด์ สามารถทะลุทะลวงทำลายเป้าหมายที่อยู่ลึกภายใต้พื้นดิน

GBU-57 Massive Ordnance Penetrator ผลิตโดยบริษัทโบอิ้ง เป็นระเบิดที่ไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์ที่ทรงพลังที่สุดในคลังอาวุธของสหรัฐสำหรับทำลายเป้าหมายใต้ดิน ซึ่ง GBU-57 ถูกออกแบบมาสำหรับการโจมตีบังเกอร์ที่มีการป้องกันหนาแน่น เครือข่ายอุโมงค์ และโรงงานนิวเคลียร์ที่ระเบิดทั่วไปไม่สามารถทำลายได้ โดยมีคุณสมบัติสำคัญดังนี้:-

✔ น้ำหนัก: มากกว่า 13,600 กิโลกรัม (30,000 ปอนด์)

✔ ความยาว: 6.2 เมตร

✔ วัตถุระเบิด: บรรจุวัตถุระเบิดแรงสูงประมาณ 2,500 กิโลกรัม

✔ ความสามารถในการทะลุทะลวง: สามารถเจาะผ่านคอนกรีตเสริมเหล็กหรือชั้นหินได้ลึกถึง 60 เมตร

✔ เครื่องบินที่ใช้ในการทิ้งระเบิด: เครื่องบินทิ้งระเบิดสเตลท์ B-2 Spirit ของกองทัพอากาศสหรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกเลิกการร่วมประชุม G7 ก่อนกำหนดเพื่อเข้าร่วมการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งจุดกระแสคาดการณ์ว่าสหรัฐอาจเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยการใช้ GBU-57 ในปฏิบัติการดังกล่าว

ผู้เชี่ยวชาญทางทหารเชื่อว่า สหรัฐอาจจำเป็นต้องใช้ระเบิด GBU-57 หลายลูกเพื่อปิดฉากและทำลายโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดอย่างสมบูรณ์ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...